ผบ.ฉก.อรัญฯ สั่งเข้มชายแดน! พร้อมรับมือทุกสถานการณ์-ตอบโต้ขั้นสูงสุด

ผบ.ฉก.อรัญฯ สั่งเข้มชายแดน! พร้อมรับมือทุกสถานการณ์-ตอบโต้ขั้นสูงสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.02 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พาสื่อมวลชนทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ ลงพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อดูผลการปฎิบัติการทางทหารในการทวงคืนอธิปไตยไทย โดยได้ไปดูพื้นที่ ซึ่งเดิมทีชาวกัมพูชาเคยสร้างบ้านเรือนรุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย แต่ภายหลังการปฎิบัติการทางทหาร ฝ่ายทหารไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ และรื้อถอนทำลายบ้านเรือนชาวกัมพูชาจนหมดสิ้น จำนวน 42 หลัง และเพิงอีก 6 หลัง รวม 48 หลัง

พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ได้รายงานสถานการณ์ว่า การปะทะรอบล่าสุดเราสามารถยึดคืนพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วได้ตั้งแต่วันแรก ซึ่งความยากของพื้นที่นี้ คือพื้นที่ปฏิบัติการไม่ได้กว้างมาก มีความยาว 270 เมตร กว้าง 350 เมตร เพียงแต่ขณะนั้น เมื่อยึดคืนพื้นที่ได้แล้ว แต่ไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ได้ เนื่องจากจะถูกระดมยิงจากฝ่ายกัมพูชา จึงมีการขอถอนกำลังไปอยู่ในที่มั่นที่แข็งแรง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ช่วงชิงระหว่างไทยกับกัมพูชา ในห้วงเวลาของการหยุดยิง แต่สุดท้ายแล้วเราก็สามารถควบคุมพื้นที่ได้ พร้อมสถาปนาความมั่นคง โดยปัจจุบันได้มีการวางรั้วลวดหนามเพื่อป้องกันตัวเอง พร้อมกับวางตู้คอนเทนเนอร์ควบคู่กันไป และมีการขุดคูเลต 3 แนว พร้อมนำรถถังมาเสริมความมั่นคง อีกทั้งมีการก่อสร้างถนนเพิ่มเติม


"ปัจจุบันมีความพร้อมแล้ว ที่จะปฏิบัติภารกิจในอนาคต หากมีการปะทะรอบที่ 3 หรือรอบที่เท่าไหร่ก็แล้วแต่ เรามีความพร้อม" พ.อ.ชัยณรงค์ กล่าว

พ.อ.ชัยณรงค์ ยังกล่าวยอมรับว่า มีความพยายามของชาวกัมพูชาที่จะเข้ามาในพื้นที่ แต่เราสามารถควบคุมตัวได้ โดยอ้างว่าจะเข้ามาเอาทรัพย์สินที่อยู่ภายในบ้าน จึงได้มีการจับกุมตัว ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดี

พ.อ.ชัยณรงค์ ยังชี้แจงถึงกระแสดรามา หลังที่ชาวกัมพูชานำรถทหารไทยไปทำคอนเทนต์ เนื่องจากว่า ในวันนั้น รถทหารคันดังกล่าวได้นำสิ่งของกระสอบทราย และรั้วลวดหนามหีบเพลงมาส่ง เพียงแต่รถวิ่งเร็ว และเลยพื้นที่ จึงส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชายิงตอบโต้เข้ามา ผู้ขับรถจึงต้องสละรถเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งจากนี้เราจะใช้วิธีการเจรจาต่อรองเพื่อนำอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ของกองทัพกลับคืนมา

ในขณะที่ความเคลื่อนไหวของทหารกัมพูชาขณะนี้ ก็มีการขุดคูเลตเสริมสร้างความมั่นคงเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้มีความแข็งแรง เทียบเท่ากับถนน K5 และมีการขุดคูเลตที่มีลักษณะซิกแซ็ก ซึ่งคาดว่า เกิดจากความกังวลว่า ทหารไทยจะลุกเข้าไปถึงพื้นที่

ทั้งนี้ ในพื้นที่หนองหญ้าแก้ว โอกาสที่กัมพูชาจะนํากําลังเข้ามาปฏิบัติต่อฝ่ายเราค่อนข้างยาก เพราะในพื้นที่ตั้งมั่น มีที่ตั้งรับแข็งแรง และมีกําลังทหารราบยานเกราะทั้งกองพัน แต่เราก็ไม่ประมาท ได้เตรียมการต้อนรับไว้อย่างดี หากเขาบุกเข้ามา ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า เรามีความเตรียมพร้อม

จากนั้นได้ลงพื้นที่ไปดูแนวรั้วลวดหนาม และตู้คอนเทนเนอร์ รวมไปถึงไปดูบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการปะทะ ซึ่งเป็นบ้านที่เพิ่งก่อสร้างได้ไม่นาน ที่เตรียมสร้างไว้เพื่อให้ลูกอยู่ เพราะลูกเพิ่งเกิดได้เพียง 10 เดือน แต่ก็ได้รับความเสียหาย

ด้าน นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง กล่าวถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย - กัมพูชา ว่า สำหรับบ้านที่ได้รับความเสียหายไม่เกิน 49,500 บาท ทางอำเภอได้ดำเนินการจ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2569 ส่วนหลังที่เกิน 49,500 บาท ทางกองทุนสำนักนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติเงินมาแล้ว พรุ่งนี้จะเชิญผู้ที่ได้รับความเสียหายเกินจาก 49,500 บาท มาร่วมประชุมที่อำเภอ แล้วจะแจ้งหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน และพร้อมจ่ายเงินตามที่ได้ประเมินไว้

พร้อมยืนยันว่า จ่ายตามความเสียหายจริงที่ได้รับการประเมินไว้ สำหรับบ้านหลังที่เกิน 230,000 บาท มีด้วยกัน 10 หลัง ซึ่งก็มีงบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัด และในส่วนที่ทางจังหวัดขอเพิ่มเติมไป ก็ได้รับการจัดสรรมาตามนั้น

ส่วนพรุ่งนี้เรียกประชาชนมาพูดคุยรายละเอียดเรื่องหลักเกณฑ์ คาดว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ นายอำเภอโคกสูง กล่าวว่า ถ้าพูดคุยเรื่องหลักเกณฑ์เสร็จ คาดว่าสัปดาห์หน้าก็จ่ายเงินให้กับผู้ได้รับผลกระทบได้ ส่วนจ่ายเป็นก้อน หรือจ่ายเป็นงวด ให้รอฟังจาก ปภ.จังหวัด

สำหรับประชาชนที่บ้านเรือนเสียหายเรื่องที่อยู่อาศัย ตอนนี้จัดสรรให้เขาอยู่อย่างไร ให้อย่างไร นายอำเภอโคกสูง กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบเขาอยู่กับญาติพี่น้อง และรอที่จะทำบ้านหลังใหม่ ถ้าเงินมาก็จะรีบดำเนินการ

ส่วนที่ทางการจีนบริจาคสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ของเหล่านั้นมาถึงพื้นที่แล้วหรือไม่ นายอำเภอโคกสูง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานจาก ปภ.จังหวัด

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top