วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“กองทัพบก” พาสื่อดูบ้านหนองจาน รื้อสิ่งปลูกสร้างกัมพูชาที่รุกล้ำไทยเรียบ อึ้งเจอตึกคอลเซ็นเตอร์ 2 แห่ง ใช้ลวงคนไทย
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. พลตรี วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยคณะศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก และกองกำลังบูรพา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่มาบริเวณ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยมีพันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 บรรยายรายละเอียดปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
โดยระบุว่า สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการ ในช่วงสถานการณ์การสู้รบ วันที่ 8-26 ธันวาคม พบว่าฝ่ายกัมพูชามีการจัดตั้งที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงตลอดแนวถนนสาย 58 หรือเส้น K5 ในลักษณะรูปตัว L มีบังเกอร์รวมกว่า 29 แห่ง ทั้งในแนวถนนและบริเวณใกล้สระน้ำ UN โดยพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นบ้านเรือนของประชาชนทั้งหมด ก่อนถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชา
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 อธิบายว่า การเข้ายึดพื้นที่มีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากเส้นทางเข้าพื้นที่มีเพียงเส้นเดียว ต้องผ่านจุดแยกคอขวดและพื้นที่โล่ง ทำให้กำลังพลต้องใช้ยุทธวิธี “คืบคลาน” เข้ายึดพื้นที่เป็นระยะ ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ในครั้งเดียว พร้อมเร่งสร้างที่มั่น หลุมบุคคล และบังเกอร์ เพื่อรองรับการยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในวันแรกของการปฏิบัติ กำลังพลต้องเผชิญการยิงจรวด BM-21

จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม กองทัพไทยได้ระดมกำลังจากหลายหน่วย โดยมีหน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 เป็นกำลังหลัก ร่วมกับทหารราบยานเกราะ ทหารม้ารถถัง ทหารม้าลาดตระเวน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และการสนับสนุนทางอากาศ รวมถึงปืนใหญ่สนาม เครื่องบินโจมตีทางอากาศทั้งหมด 24 เที่ยว รวมถึงโดรนโจมตี และโดรนทิ้งระเบิด ทำลายบังเกอร์ฝ่ายกัมพูชาจนสิ้นสภาพ ก่อนเข้าควบคุมพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมดตามแผน อย่างไรก็ตาม ในวันดังกล่าวยังคงถูกตอบโต้ ส่งผลให้มีกำลังพลเสียชีวิต 3 นาย บริเวณถนน K5
ภายหลังการยึดคืนพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจได้วางกำลังรอบพื้นที่ สถาปนาแนวป้องกันหลายชั้น เสริมที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง และขุดคูดักรถถังตลอดแนวเพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว รวมถึงได้รื้อถอนบ้านที่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทยทั้งหมดกว่า 100 หลัง

พันเอกชัยณรงค์ ยังชี้แจงกรณีข้อกังวลเรื่องหลักเขตแดนว่า หลักเขตบริเวณดังกล่าวไม่มีปัญหา เนื่องจากมีพิกัดชัดเจนจากการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ตั้งแต่ปี 2549–2550 โดยพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์จากความแตกต่างของแนวตีความเส้นเขตแดน
นอกจากนี้ ระหว่างการเข้าควบคุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบร่องรอยการกระทำผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยพบอาคารลักษณะโกดังและที่พัก ตำนวน 2 อาคาร ซึ่งตั้งชื่อว่า “โกดังจีนเทา” กับ “โกดังรีสอร์ท” รวมถึงการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง ซิมการ์ด 4 ชุด สมุดบัญชีธนาคาร 61 เล่ม อุปกรณ์อินเทอร์เน็ต เราเตอร์ไวไฟ และร่องรอยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ สอดคล้องกับการใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการหลอกลวงออนไลน์
พันเอกชัยณรงค์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภายหลังการตรวจยึดพยานหลักฐานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ส่วนกลางตรวจสอบ พบความเชื่อมโยงการกระทำผิดเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจำนวนกว่า 161 Case ID โดยเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการดำเนินการของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ ไม่พบผู้กระทำความผิดอยู่ภายในจุดต้องสงสัย พบเพียงตัวอาคารและพยานหลักฐานที่ถูกทิ้งไว้ อาทิ บัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและขยายผล

สำหรับตำแหน่งที่ตั้งของฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พันเอกชัยณรงค์ ระบุว่า อยู่ในพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำมาที่บ้านหนองจาน โดยปัจจุบันได้มีการรื้อถอนและทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้ว ทำให้พื้นที่หลังแนวเส้นอ้างอิงเขตแดนโล่ง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหลงเหลือ
ทั้งนี้ พื้นที่ต้องสงสัยดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 จุดหลัก จุดแรกเป็นลักษณะอาคารที่พัก ส่วนจุดที่สองพบพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ทั้งสมุดบัญชีและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต้องพึ่งพาสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก
พันเอกชัยณรงค์ ย้ำว่า การเข้ายึดพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการ พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงจะเดินหน้าประสานส่วนกลางเพื่อขยายผลดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว พันเอกชัยณรงค์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณว่าฝ่ายกัมพูชาจะใช้กำลังเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ แต่กองทัพยังคงเตรียมความพร้อมและไม่ประมาท พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันได้เสริมสร้างที่มั่นแข็งแรงเพียงพอในการป้องกันการโจมตีซ้ำในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี