กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย  ‘อีสาน-ใต้’ดุเดือด  กำชับ‘ผอ.กกต.จว.’ดูแลเข้ม

กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย ‘อีสาน-ใต้’ดุเดือด กำชับ‘ผอ.กกต.จว.’ดูแลเข้ม

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย

‘อีสาน-ใต้’ดุเดือด

กำชับ‘ผอ.กกต.จว.’ดูแลเข้ม

ป้องปราม-ถ้าแจกต้องจับให้ได้

4พรรคปราศรัยทิ้งทวน6ก.พ.

เลขาธิการกกต.สั่งการด่วนผอ.กกต.จังหวัดภาคอีสาน-ภาคใต้ ทุกจังหวัด จับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะ 2 วันก่อนเลือกตั้ง ลั่นถ้าแจกต้องจับได้กกต.เตือนทุกพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้งโทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี ขอนแก่นว่อนโซเชียลคลิปซื้อเสียง2แบงก์ม่วงเขตเลือกตั้งที่9อ.พล จ.ขอนแก่น ผอ.กกต.สั่งชุดสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วด้าน 4พรรค‘ปชน.-ปชป.ภท.-พท.’ยึดกทม.เปิดปราศรัยใหญ่6ก.พ.นี้ โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง‘อภิสิทธิ์’ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยก‘คนระโนด-หาดใหญ่’ ‘ชวน’ลุยฉวางเมืองคอน ลั่นอย่าเลือกพวกอุบาทว์ซื้อเสียงเข้าไปโกงนับถอยหลังช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์และการออกเสียงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งแต่ละพรรคการเมืองต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์2569เวลา15.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ส่งข้อความทางไลน์กลุ่มไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำชับให้ป้องปรามไม่ให้มีการซื้อเสียงช่วง2วันก่อนเลือกตั้ง


กกต.สั่งจับตาซื้อเสียงโค้งสุดท้าย

โดยระบุว่าท่าน ผอ. ครับ มีกระแสข่าวว่า ช่วงเหลืออีกวัน 2 วัน พื้นที่ที่มีการแข่งขันรุนแรงและอาจมีการใช้เงินในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าวคือ พื้นที่ภาคอีสานทุกจังหวัด และพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด จึงขอให้ ผอ.ในพื้นที่ดังกล่าว ดูเป็นพิเศษ ในช่วง 2-3 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง ป้องกัน ป้องปรามไม่ให้มีการแจกเงิน หรือถ้าแจกต้องจับให้ได้ เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริต ส่วนพื้นที่อื่น ให้ดูแลเช่นเดียวกันตามสภาพของพื้นที่จนถึงคืนก่อนวันเลือกตั้ง

เตือนทุกพรรคห้ามทุจริตลต.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ขอกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมืองในการควบคุมและกำกับดูแลไม่ให้สมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ ตลอดทั้งระเบียบประกาศและคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

โทษหนัก!ถึงขั้นเว้นวรรค20ปี

หากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง และห้ามกระทำการอันมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และห้ามมิให้มีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือตำแหน่งอื่นหรือการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

โดยกกต.มุ่งหวังให้สมาชิกพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และเป็นสถาบันหลักในการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย

ขอนแก่นว่อนโซเชียลคลิปซื้อเสียง

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปหลุดซื้อเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งคลิปดังกล่าว เป็นคลิปหญิงรายหนึ่ง สวมแมสก์ปิดบังใบหน้า นั่งอยู่ท่ามกลางชาวบ้านหลายคนในมือมีกระดาษโพยรายชื่อและธนบัตรแบงก์ละ 500บาทจำนวนหนึ่ง ก่อนนับแยกออกมา 2ใบ และยื่นให้ชายที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะบอก“บัตรสีเขียวกาเบอร์2เด้อค่ะ”ก่อนจะนับธนบัตรให้ชายคนเดิมอีก 2ใบ ซึ่งเกิดขึ้นคนในพื้นที่เขต 9 อำเภอพล จังหวัดขอนแก่นนั้น

ที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาวโกศล รองผู้ว่าฯขอนแก่น กล่าวถึงคลิปซื้อเสียงบที่เผยแพร่ในโซเชียลว่า เบื้องต้นทราบว่า เป็นเขตเลือกตั้งที่ 9 อ.พล จ.ขอนแก่น ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหาย หรือมีผู้เข้ามาร้องเรียนในเรื่องนี้ ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบในเบื้องต้นก่อน ถึงที่มาที่ไปของคลิปดังกล่าว ใครเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีจุดประสงค์อย่างไร ขอเวลาตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดอีกครั้งซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนที่จะมีหน้าที่โดยตรง ที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ โดยกรณีที่ปรากฏและมีบุคคลมาร้องคัดค้านก็จะมีการดำเนินการทั้งนี้ถึงจะไม่มีผู้ร้องแต่จากหลักฐานที่พบ ก็เป็นหน้าที่ของ กกต.อยู่แล้วที่จะดำเนินการ ไม่ว่าจะมีบุคคลผู้ร้องหรือไม่ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นความปรากฏต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้

ผอ.กกต.สั่งเร่งลงพื้นที่สอบสวน

ด้านนายวัชระ สีสาร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่าขณะนี้กกต.จ.ขอนแก่นได้รับเรื่องร้องเรียนความผิดเกี่ยวกับการให้ที่เขต5ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงฝากแจ้งเตือนถึงผู้ที่คิดจะกระทำการ อันเป็นความผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้สมัครทุกคนให้พึงระมัดระวังในเรื่องการกระทำที่เข้าข่ายในเรื่องการให้ ทั้งเงินและสิ่งของ รวมถึงพี่น้องประชาชน ไม่ควรเรียกรับเงินทอง หรือผลประโยชน์ใดๆที่เป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง เพราะการให้ การรับ จะมีความผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ

4พรรคยึดกทม.ปราศรัยใหญ่6ก.พ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์นี้จะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่พร้อมกันของ4พรรคการเมืองใหญ่ต่างยึดกรุงเทพฯหาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย หวังดึงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อปล่อยแคมเปญหรือทิ้งหมัดเด็ดอย่างเต็มที่ เนื่องจากตามกฎหมายการเลือกตั้งจะกำหนดห้ามมิให้มีการหาเสียงก่อนเลือกตั้ง1วัน ตั้งแต่เวลา18.00น.ของวันก่อนวันเลือกตั้งคือวันที่ 7 ก.พ.18.00น.ไปจนถึงเวลาปิดหีบลงคะแนน17.00 น.ของวันที่ 8ก.พ.

โดยพรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ โดย“พรรคประชาชน”ชูหัวข้อ “ประชาชน เปลี่ยนประเทศ”ที่ศูนย์เยาวชน ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เวลา 16.00น.เป็นต้นไปพรรคประชาธิปัตย์นำทีมโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพร้อมแกนนำ เปิดปราศรัยใหญ่ในคอนเซ็ป“ทางรอดที่ปลอดภัยของประเทศไทย”ที่วันแบงค็อกฟอรัม ตั้งแต่เวลา17.00น. เป็นต้นไป

พรรคภูมิใจไทยจัดทัพใหญ่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนนายกฯ นำปราศรัยใหญ่ ปิดโค้งสุดท้าย ชูสโลแกน”เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก” ยึดชัยภูมิที่เวทีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่เวลา16.30น เป็นต้นไปพรรคเพื่อไทยปักหมุดกันที่สนามเทพหัสดิน(BTS สนามกีฬาแห่งชาติ) นำทัพโดยแคนดิเดตนายกฯอันดับ1อย่างนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ชูสโลแกน“ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่”

‘อภิสิทธิ์’ลุยหาเสียงวงเวียนใหญ่

ช่วงเช้าที่วงเวียนใหญ่ กทม. ช่วยนายอภิสิทสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครและนายองอาจคล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ช่วย น.ส.มารียา ฤกษ์ดี ผู้สมัคร สส.กทม. เบอร์7เขต24 หาเสียง โดยนายอภิสิทธิ์และคณะได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนที่เดินตลาดวงเวียนใหญ่ ด้วยรถตุ๊กๆเพื่อพบปะขอคะแนนเสียงจากประชาขน โดยมีพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ได้มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัย และขอถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์อย่างคึกคัก

พร้อมกับให้กำลังใจว่า “คนนครฯคนใต้ เลือกประชาธิปัตย์2ใบ” “เป็นแฟนคลับมานานแล้ว” “หล่อเหมือนเดิม” “รักเก่าที่บ้านเกิดคนใต้ ยังไงก็เลือก ดีใจที่กลับมา” “คุณอภิสิทธิ์ คุณเป็นนายกในดวงใจฉัน ขอให้ได้เป็นอีกสมัยสำเร็จ”โดยมีช่วงจังหวะหนึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ก้มลงไปกอดแม่ค้าที่ได้ขายของอยู่ที่พื้น

ขณะเดียวยังมีประชาชนบอกกับนายสัตวแพทย์อนันต์ ฤกษ์ดี พ่อของผู้สมัครอดีตผู้สมัครสส.กทม.เขตลาดกระบังอีกว่า“ของจริงๆทั้งคนทั้งพรรคเที่ยวนี้ ท่านต้องกลับมา ประชาธิปัตย์ต้องกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้ในกรุงเทพฯเรานี่ ตัวจริงอยู่แล้ว ทั้งบ้านไม่ต้องห่วง”

ประกาศพร้อมพาปท.หลุดวิกฤต

นายอภิสิทธิ์ ยังถึงการหาเสียงกับชาวกรุงเทพฯและทั่วประเทศในช่วงโค้งสุดว่า ตอนนี้ทุกพรรคเร่งหาเสียงและเน้นย้ำในจุดแข็งของแต่ละพรรค แต่สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากจะสื่อสารไปยังพี่น้องทุกคนคือเรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของเรื่องโอกาสให้เราหลุดพ้นจากหลายอย่างที่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับประเทศในขณะนี้แทนทั้งในแง่วิกฤตคอรัปชั่น เศรษฐกิจติดหล่มเป็นเวลานาน สังคมยังมีความแตกแยก ถ้าเราไม่ระมัดระวังมองเลือกตั้งเป็นการแข่งขันกันอีกครั้ง อีก 4 ปีสถานการณ์อาจจะยิ่งหนักกว่านี้

“สิ่งที่อยากสื่อสารก็คือประชาธิปัตย์พร้อมแล้วที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้เป็นทางรอดที่ปลอดภัยด้วยความพร้อมเรื่องนโยบายบุคลากรและจุดยืนทางการเมือง”นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่าในระยะ 4 เดือนที่ผ่านมาทำได้ขนาดนี้ถือว่าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องทำต่อไปเรื่อย ๆงานหลักยังรออยู่ข้างหน้าและหลังเลือกตั้ง แต่ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคมาถึงจุดนี้ ทุกคนก็ยอมรับว่าเรามาไกลพอสมควรเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 4 เดือนที่แล้วกับเงื่อนไขทางการเมืองที่ทำให้เรามีเวลาน้อยมาก

กรีดส้ม!แบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัยพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วคนสงขลา คนหาดใหญ่ ต้องเป็นคนให้คำตอบเพียงแต่เราอยากจะเห็นการหาเสียงที่แข่งขันกันในเรื่องนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาน่าเสียดายว่าหลายครั้ง รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงไปทุกครั้งพยายามด้อยค่าการทำงานของพรรคการเมืองอื่น

“สิ่งที่เราก็ตกใจคือบนเวทีปราศรัยวันก่อนของพรรคประชาชนก็ดูเหมือนว่าจะทำให้เกิดการแบ่งแยกกระทั่งเรื่องคนหาดใหญ่ คนระโนด ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น”นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

ก่อนหน้านี้นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 สงขลา พรรคประชาชนได้ปราศรัยพูดถึงคู่แข่งโดยเฉพาะนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครส.ส. เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นคนอำเภอระโนด และบอกตรง ๆว่าคนระโนดควรไปเป็นผู้แทนระโนด ไม่ควรมาลงแข่งในหาดใหญ่ ทำให้กระแสตีกลับเรื่องความแตกแยกทั้งที่เป็นจังหวัดเดียวกัน เป็นคนสงขลาเหมือนกัน

ชูทางเลือกทางรอดวิกฤตประเทศ

เมื่อถามว่าในการปราศรัยใหญ่ที่จะถึงจะสื่อสารกับคนทั้งประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำงานจนนาทีสุดท้าย ย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เราเสนอทางเลือกทางรอดที่สำคัญสำหรับวิกฤตต่าง ๆ ถ้าเรามีโอกาสเข้าไปร่วมรัฐบาลได้เราจะเป็นผู้คุมเกมให้ประชาชนได้ มั่นใจในเรื่องการที่ต้องมีรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริตปราบทุนเทา สร้างบ้านเมืองสุจริตต้องมีแผนที่ชัดเจน ที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนกับที่เราเคยโตในอดีตได้อย่างไร ต้องมาช่วยกันทำให้ประเด็นความละเอียดอ่อนความขัดแย้งในสังคมการเมืองค่อย ๆ หมดไปด้วยการหาทางออกร่วมกัน

ไม่ขอคาดเดาตัวเลข อ้อนอยู่ที่ปชช.

เมื่อถามว่ามั่นใจในตัวเลขสส.ที่จะได้ว่าจะทำให้ถูกจีบเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากคาดเดาตัวเลขแต่ขอจากประชาชนว่าถ้าเติมกำลังให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาก ๆ เราทำหน้าที่นี้ได้แน่นอน

ส่วนการประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหนและจะคุมเกมรัฐบาล จะทำให้ไม่ถูกเทียบเชิญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนเลือกเราเยอะเขาก็หนีไม่ออก

‘ชวน’ลุยหาเสียงฉวางเมืองคอน

ขณะที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดคลองจันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ช่วย นายนิติศักดิ์ มีขวด หรือ ทนายเอี้ยง ผู้สมัครสส. เขต 7 นครศรีธรรมราช เบอร์ 1 หาเสียงโดยมีการปราศรัยย่อยขอให้ประชาชนเลือกสส.พรรคประชาธิปัตย์ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อเป็นกำลังเสริมให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เข้าไปทำงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมากๆ

ลั่นอย่าเลือกพวกอุบาทว์ซื้อเสียง

โดยนายชวน กล่าวว่ากระแสภาคใต้ดี เหมือนที่ตรังเสียงก็ดีแต่ไม่รู้สู้เบี้ยได้หรือไม่เพราะเบี้ยเพิ่มเรื่อยจาก 500ขณะนี้เป็น1,000บาทแล้ว ขอประชาชนอย่าหนุนคนซื้อเสียง วงจรอุบาทว์ซื้อเสียงเข้าไปโกง รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยประกาศว่าให้คนใต้เลือกจะได้พัฒนาภาคใต้ พูดไม่ต่างจากสมัยไทยรักไทยไม่เลือกไม่พัฒนา การเมืองการปกครองผ่านมาหลายสิบปีแล้วแต่คนพวกนี้ยังคิดแบบนี้เพราะเป็นนักธุรกิจการเมืองไม่ใช่นักการเมืองอาชีพที่คิดการเมืองเพื่อประโยชน์ประชาชน แต่คนพวกนี้เอาเบี้ยมาลงทุนแล้วคิดถึงกำไรที่จะได้ ขอให้ประชาชนเด็ดขาด อย่าลังเลไปเลือกพวกอุบาทว์ ไม่เช่นนั้นเราจะจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศไม่ได้ช่วยส่งลูกชาวบ้านไปเป็นสส. และถ้ามีฝีมือก็มีโอกาสเป็นนายกฯ เหมือนที่ผมเคยได้รับโอกาสมาแล้ว

การเมืองสุจริตฟื้นฟูพรรคปักธงใต้

“นายเชาว์ มีชวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พี่ชายของทนายเอี้ยงว่าเป็นคนที่มีความตั้งใจ กล้าหาญในยามที่พรรคตกต่ำออกมาสู้กับเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคที่พาพรรคไปตกต่ำก่อนที่จะลาออกไปและหัวหน้าอภิสิทธิ์กลับมาฟื้นฟูพรรค”นายชวน กล่าว

ด้านนายนิติศักดิ์ กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์กลับมาสมกับการรอคอยของประชาชนภายใต้การนำของหัวหน้าอภิสิทธิ์ และคุณชวน กับการเมืองสุจริตที่จะปักธงที่ภาคใต้อีกครั้ง ด้วยอุดมการณ์การเมือง

‘เอกนิติ’นำทีมลุยตลาดเมืองไทยภัทร

เวลา08.00น.แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย,น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่ กทม.,นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงกทม.และนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครส.แบบบัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย โดยเดินพบปะประชาชนที่ตลาดเมืองไทยภัทร บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าต่างชื่นชอบโครงการคนละครึ่งพลัส เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และอยากให้กลับมาทำคนละครึ่งพลัส เฟส2ต่อเนื่องทันที

คนเรียกร้อง‘คนละครึ่งพลัส’เฟส 2

นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่วันนี้ ว่าจากการฟังเสียงประชาชนมีการเรียกร้องคนละครึ่งพลัส เห็นชัดว่าตอบรับดีมาก ประชาชนต้องการลดรายจ่ายและร้านค้าอยากขายได้จำนวนมาก รวมทั้งฟู้ดเดลิเวอรี่สามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มยอดขายออนไลน์ ทำให้เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน นี่คือหัวใจของคนละครึ่งพลัส นอกจากนี้ เสียงตอบรับตัวผู้สมัครอย่าง นายประเดิมชัย ที่เป็นคนทำงานในพื้นที่ ก็ทำงานได้ดีมากอยู่แล้วเป็นที่รู้จักของประชาชน

“สิ่งที่เรามานำเสนอนอกจากผู้สมัครแล้ว เราอยากนำเสนอนโยบายพรรคภูมิใจไทย อยากช่วยให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจหลักในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย”นายเอกนิติ ย้ำ

‘อนุทิน’นำภท.ปราศรัยใหญ่ศูนย์สิริกิติ์ฯ

เวลา10.15น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลการเลือกตั้งสส.กทม.ของพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรค ภท.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ในวันที่ 6 ก.พ.ว่าถือเป็นการปราศรัยใหญ่ปิดแคมเปญหลังจากเปิดแคมเปญไปเมื่อวันที่ 24 ธ.ค.68 ที่โรงละครอักษรา โดยเวทีพรุ่งนี้ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนับสนุนที่อยากไปให้กำลังใจและรับฟังนโยบายต่างๆของพรรคไปร่วมรับฟังกันได้ แต่หากใครไม่สะดวกก็สามารถรับฟังผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆที่ถ่ายทอด และเพจเฟซบุ๊กของพรรค ภท.ได้

โดยจะมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.นำปราศรัย และทีมเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ รวมถึง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ โดยแกนนำพรรคจะมาเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรแล้วบ้าง ที่สำคัญถ้าเลือกพรรค ภท.เข้าไปเป็นรัฐบาลและมีนายอนุทินเป็นนายก ทั้ง 3 คน จะได้เข้าไปเป็นรองนายกฯ ตำแหน่งเดิม

ปล่อยแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจไม่ใช่เฉพาะในประเทศ แต่เรายังต้องฝ่ากระแสวิกฤติโลกซึ่งทั้ง 3 คนไปประชุมที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะมาเล่าให้ฟัง จะเป็นภาคต่อจากเวทีปราศรัยสวนลุมพินี ที่เอาได้อินโทรว่ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และปัญหาอะไรที่ควรแก้ โดยในวันที่ 6 ก.พ.เราจะเล่าให้ฟังว่ามืออาชีพของเราทั้ง 3 คน บวกกับนายกฯ จะบอกว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร เป็นการเฉลยคำตอบว่าเราจะทำอะไรบ้างเมื่อได้เข้าไปบริหารบ้านเมืองอีกรอบ

ปลุกรักชอบแปรเป็นพลังเลือกภท.

ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่ 6 ก.พ.ถือเป็นเวทีสุดท้ายแล้วจะมีไม้เด็ดอะไรที่จะปล่อยออกไปเพื่อดึงดูดคะแนนเสียงให้มากยิ่งขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงคิดว่าตอนนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว แต่เรามาคอนเฟิร์มอีกครั้งว่าถ้าตัดสินใจแล้ว ชอบเรา เชียร์เราแล้ว อย่าเชียร์อยู่ที่บ้าน ขอให้ออกมาช่วยเราด้วย เพราะตอนนี้คงไม่ได้พูดเรื่องแบ่งสีแบ่งฝ่ายอะไร แต่มานำเสนอในเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงที่ประเทศไทยจะต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่ทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงแผนที่ทางด้านความมั่นคง ซึ่งเราจะต้องไม่เสียดินแดนอะไรไปทั้งนั้น นอกจากนี้ในวันที่ 6 ก.พ.จะเน้นพูดหลังจากวันที่ 8 ก.พ.เราจะกลับเข้าไปทำอะไร

เมื่อถามว่าเท่าที่ดูทุกเวทีที่นายกฯปราศรัย จะมีประชาชนมาฟังจำนวนมากทำให้มั่นใจหรือไม่ว่า หลังการเลือกตั้งพรรคภท.จะได้เป็นรัฐบาลแน่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่าความจริงไม่ใช่เฉพาะเวทีปราศรัยเท่านั้นที่คนมาฟังจำนวนมากแต่ทุกครั้งที่เราเดินหาเสียง หรือที่หัวหน้าพรรคไปเดินแบบออร์แกนิกจะเห็นชัดเจนว่าภาพต่างจากปี66 ชัดเจน มีประชาชนรู้จักเราเยอะ มีคนรักชอบพวกเราเยอะ ซึ่งตนขอให้ความรักความชอบเหล่านั้นแปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้งรวมทั้งที่มีประชาชนจำนวนมากกลัวว่าบ้านเมืองจะมีความเสี่ยงซึ่งบ้านเมืองเราจะเสี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงขอให้ออกไปเลือกด้วยความกลัวเช่นเดียวกันว่าบ้านเมืองจะมีปัญหาเพราะไม่ได้ทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพมา จึงอยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ย้ำเชื่อในทีมมืออาชีพทำได้จริง

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้มีม็อตโตให้เลือกพรรคที่รักชาติหรือถ้าไม่เลือกเราเขามาแน่คิดว่าจะช่วยดึงกระแสประชาชนให้มาเลือกพรรคภท.ได้มากขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงม็อตโต้พวกนี้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ถือว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งแล้ว เราคงจะพูดแต่เรื่องนโยบายอย่างเดียวว่าถ้ารักชอบนโยบายพรรคภท.และเชื่อถือในทีมมืออาชีพ ผู้บริหาร ซึ่งนโยบายที่สวยหรูส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคจะคล้ายๆกัน ใครๆก็พูดได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติใครจะเป็นคนทำ และทำได้จริงหรือไม่

“3-4เดือนที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมมืออาชีพของเราที่เข้ามาบริหารได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายสั้นๆ ต่างๆ ที่ออกมาเราทำได้จริง ทั้งคนละครึ่งพลัส ทุกครั้งที่ไปเดินถือเป็นนโยบายที่อยู่ในใจของประชาชน เราบอกมาตลอดว่าเราไม่ได้ให้ปลา แต่เราให้เบ็ด เป็นการสอนให้ประชาชนมีวินัยทางการเงินการคลัง และพรรคเราใช้เงินในการหาเสียงน้อยมาก ไม่มีนโยบายประชานิยม ถือว่าเราสอนประชาชนและให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการหาเงิน เก็บเงินอย่างไรให้อยู่รอดได้ เราจะเข้าไปจัดการปัญหา”น.ส.ศุภมาศ ย้ำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ถือว่าโค้งสุดท้ายสุดๆ แล้ว ใน กทม.มั่นใจว่าจะกวาดสส.ได้มากน้อยแค่ไหน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า มั่นใจว่าจะปักธงได้ แต่ว่าจะได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ประชาชนออกไปช่วยกันใช้สิทธิเลือกตั้ง

‘ไทยสร้างไทย’ปักหมุดลุยอีสาน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย นำทัพ“คาราวานบำนาญ 3,000บาท”เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ จ.ร้อยเอ็ด ท่ามกลางพี่น้องประชาชนที่มาต้อนรับอย่างล้นหลาม ก่อนไปต่อในพื้นที่ จ.อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย และปิดท้ายที่ จ.ขอนแก่น

ลั่นขอต่อยอดบำนาญ3,000บาท

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ร่วมเปิดป้ายม็อกอัพบัตร“บำนาญประชาชน 3,000 บาท”เพื่อเป็นคำมั่นสัญญาและสัญญาประชาคมว่าหากพรรคไทยสร้างไทยได้รับความไว้วางใจให้เข้าไปบริหารประเทศ จะผลักดันนโยบายนี้ให้สำเร็จเห็นผลภายใน 6เดือนตนเคยทำนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคจนสำเร็จมาแล้ว วันนี้ขอต่อยอดมาทำบำนาญประชาชน 3,000 บาท เพื่อดูแลผู้สูงอายุให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี

ชูเป็น“พายุหมุนเศรษฐกิจ”ที่แท้จริง

“นโยบายนี้ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์ แต่คือการวางรากฐานเศรษฐกิจใหม่ผ่าน 4มิติหลัก มิติด้านรายได้ เปลี่ยน“เบี้ยยังชีพ”เป็น“บำนาญ”เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและมีศักดิ์ศรีตอบแทนผู้สูงอายุที่ทำคนงามความดีให้กับบ้านเมืองมายาวนาน มิติด้านสุขภาพ ผู้รับบำนาญต้องเข้าโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรงลดโรค ลดภาระงบประมาณสาธารณสุขระยะยาว มิติด้านครอบครัว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของคนวัยทำงาน ทำให้คนรุ่นใหม่ตั้งตัวได้เร็วขึ้น และมิติด้านเศรษฐกิจ เงิน3,000บาท จะเป็น“พายุหมุนเศรษฐกิจ”ที่แท้จริง เพราะเกิดการใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อย และตลาดสดในชุมชนทันที กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากทั่วประเทศ”คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำ

อ้อนคนอีสานร่วมสร้างประวัติศาสตร์

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย ขอเชิญชวนพี่น้องชาวอีสานร่วมสร้างประวัติศาสตร์ในวันที่ 8 ก.พ. นี้ เข้าคูหากาพรรคไทยสร้างไทย เพื่อส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีคืนสู่ผู้สูงอายุ และลูกหลานไทยทุกคน ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่จ.ร้อยเอ็ด คาราวานไทยสร้างไทยเดินทางต่อไปยัง จ.อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย และปิดท้ายที่ จ.ขอนแก่นเพื่อสื่อสารความพร้อมในการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากการคอร์รัปชั่น และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน แทนการแจกเงินชั่วคราว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top