วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“พัชรินทร์ รัตนวิภา” ผู้ตรวจการ สนง.กกต.เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้วยการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่วมกับการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.พัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(สนง.กกต.) เขียนบทความกล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยการ พร้อมใจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่วมกับการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พี่น้องชาวไทยผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญทุกท่านให้ร่วมเปิดหน้าประวัติ ศาสตร์การเมืองไทยไปด้วยกันในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ถือเป็นความพิเศษและ เป็นครั้งแรกของคนไทยที่ต้องใช้สิทธิเลือก สส. และการออกเสียง ประชามติไปพร้อมๆกัน การออกเสียงประชามติซึ่งมีความสำคัญมากต่อคนไทยไม่น้อยไปกว่าการเลือกตั้ง สส.
โดยเนื้อหาบางตอน ระบุว่า “การออกเสียงประชามติ (Referendum) หมายถึง การที่รัฐคืน อำนาจการตัดสินใจให้แก่ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยที่รัฐจะขอความเห็นชอบจากประชาชนเพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอ กฎหมาย หรือการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เป็นต้น อีกทั้งยัง เป็นการถ่วงดุลอำนาจขององค์กรหรือสถาบันที่เป็นตัวแทนของประชาชนไม่ให้มีการดำเนินการใดๆ โดยไม่ได้ฟังเสียงที่แท้จริงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย การออกเสียงประชามติเป็นเครื่องมือ ที่กำหนดทิศทางการเมืองการปกครองได้เป็นอย่างดี สะท้อน ให้เห็นเจตจำนงทั่วไป (general will) ของประชาชน ที่มีความ ต้องการในเรื่องนั้นๆ ที่จะให้เกิดขึ้นในสังคมการเมือง อันจะส่ง ผลต่อวิถีการดำรงชีวิตของตนและระบอบการปกครอง ในอนาคต”
ผู้ตรวจการ สนง.กกต. ยังกล่าวถึงสาระสำคัญของการจัดให้มีการ ออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภา พันธ์ 2569 ว่ามีดังนี้ 1) ประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่” 2) เหตุผลความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ประกอบ กับเพื่อให้สอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การออกเสียงประชามติให้ใช้วิธีลงคะแนน ออกเสียงโดยตรงและลับ ผลประชามติจะมีข้อยุติตามเสียงข้าง มาก ว่าผลออกมาเป็น “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” และคะแนน เสียงข้าง มากนั้นจะต้องสูงกว่าคะแนนในช่อง“ไม่แสดงความคิดเห็น”ด้วย
ผู้ตรวจการ สนง.กกต. อธิบายอีกว่า การออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 (1) หากเสียงข้างมาก“ไม่เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ผลคือไม่สามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ (2) หากเสียงข้างมาก“เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ผลคือสามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในขั้นตอนต่อไป โดยเสนอร่างรัฐ ธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรม นูญฉบับใหม่ (กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและสาระสำคัญ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) แล้วเสนอรัฐสภาพิจารณา เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้วก็จะจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่ 2 และ 3 ตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไป หากเสียงข้างมากของการลงประชามติ เห็นชอบก็จะนำขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้บังคับต่อไป
ผู้ตรวจการ สนง.กกต. ได้ให้ความเห็นว่า ผลการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569มีความสำคัญ ตามที่ศาลรัฐ ธรรมนูญตามคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ชี้ชัดว่า ประชาชน เป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนาดั้งเดิม รัฐสภามีอำนาจ ริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน โดยต้อง จัดให้มีการออกเสียง ประชามติ 3 ครั้ง นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดเป็น “หน้าที่” ให้ผู้มีสิทธิ ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หากผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิออก เสียงและมิได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงภายใน ช่วงเวลาที่กำหนด จะถูกจำกัดสิทธิหลายประการ อาทิ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการ ประชามติ ตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ตรวจการ สนง.กกต. กล่าวในตอนท้ายว่า การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกไปใช้สิทธิเห็นชอบสมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ขอให้คนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทุกคนได้ให้ความสนใจ ศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์และเนื้อหาสาระของการออกเสียงประชามติ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วพร้อมใจกันไปใช้สิทธิออกเสียง ประชามติ ณ สถานที่ออกเสียงตามที่อยู่ทะเบียนบ้านที่ตนมีรายชื่อ หรือสถานที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียงตามที่ตนเองได้ลงทะเบียนไว้แล้วโดยการทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่อง “เห็นชอบ” หรือ “ ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความเห็น”ซึ่งอนาคตของประเทศ ไทย จะเป็นเช่นไรอยู่ในมือของทุกท่าน ขอเชิญชวนออกไปใช้สิทธิ ออกเสียงประชามติเพื่อร่วมกันสร้าง ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. – 17.00 น. โดยพร้อมเพรียงกัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี