วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘ภูมิใจไทย’ มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชน-เพื่อไทย แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม – แดง ‘สุชาติ’ ประกาศศักดิ์ดา ยึดพื้นที่คืนจากปชน. ส่วน ‘ปชป.’ ปั่นประแส ‘ฟ้าคืนใต้’ พ่ายน้ำเงินลอย ‘ชาดา’ แผ่อิทธิพลนครสวรรค์สำเร็จ
เมื่อเวลา 21.20 น. วันที่ 8 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปิดหีบเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปเมื่อเวลา 17.00 น.และมีการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนสส.แบบแบ่งเขตมาเป็นอันดับ 1 ได้ 178 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง รวม 198 ส่วนบัญ อันดับ 2 คือ พรรคประชาชน ได้ 70 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 27 ที่นั่ง รวม 97 ที่นั่ง และเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 3 ได้ 67 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง รวม 86 ที่นั่ง ขณะที่ส่วนพรรคกล้าธรรมหายใจรดต้นคอมาเป็นที่ 4 ได้ สส.เขต 59 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 2 ที่นั่ง รวม 61 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้สส.เขต 11 ที่นั่ง บัญชีรายชื่อ 10 ที่นั่ง รวม21 ที่นั่ง
ทั้งนี้ พื้นที่ที่มีการแข่งขันกันดุเดือน จังหวัดน่าน เพื่อไทยสูญทั้งจังหวัด โดยเขต 2 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว แชมป์เก่าร่วงเป็นอันดับ 3 กล้าธรรมผงาดขึ้นที่ 1 คะแนนห่างเป็นหมื่น ส่วนเขต 1 เขต 3 เพื่อไทยก็พ่ายให้กับพรรคประชาชน อย่างไรก็ตาม จังหวัดน่านมีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.ฉีกบัตรเลือกตั้งผิด 69 ใบ ซึ่งมีแนวสูงที่จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่
จังหวัดแพร่ เขต 3 วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เพื่อไทยยังรักษาแชมป์ได้ แต่เขต 1 และเขต 2 พ่ายให้กับภูมิใจไทย ขณะที่สุโขทัย ถูกภูมิใจไทยเจาะไข่แดงเขต 4
ส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มีทั้งหมด 4 เขต โดยเขต 1 นางฐิติมา ฉายแสง พรรคเพื่อไทย ยังคงรักษาเก้าอี้สส.ได้อีก 1 สมัย เขต 2 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร การเลือกตั้งเมื่อปี 66 ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบันย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ยังสามารถรักษาเก้าอี้สส.ไว้ได้เช่นกัน เขต 3 ปรากฎว่า นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่านายศักดิ์ชาย ตันเจริญ จากพรรคเพื่อไทย ขณะที่ เขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ พรรคกล้าธรรม เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งการเลือกตั้งปีนี้ ส่ง นางแพรวนภัศร์ ทองสุวรรณ์ ภรรยาของนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ลงสมัครแทน
ขณะที่จังหวัดสงขลา มีทั้งหมด 8 เขต เขตที่น่าจับตาคือเขต 2 ศาสตรา ศรีปาน แชมป์เก่า ย้ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปลงในนามพรรคภูมิใจไทย แพ้ให้กับจุรี นุ่มแก้ว ชนะ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ มาเป็นอันดับ 3 ส่วนเขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ยังรักษาแชมป์ไว้ได้ สำหรับเขต นายสมยศ พลายด้วง รักษาแชมป์ไว้ได้ ขณะที่เขต 4 นายชนาภัทร นาคสั่ว แช้มป์เก่าซึ่งถูกคำสั่งยึดทรัพย์เอี่ยวคดีเว็บพนันออนไลน์ ยังมีรักษาแชมป์ไว้ได้ ส่วนเขต 5 นายวงศ์วัชร ขาวทอง รักษาแชมป์แทน บิดา นายเดชอิศม์ ขาวทอง
ส่วนพื้นร้อนแรงอย่าง จ.ชลบุรี มีทั้งหมด 10 เขต ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรคประชาชนได้ 7 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งไอซ์-รักชนก ศรีนอก เฝ้าจับตา ไปช่วยผู้สมัครของประชาชนคือนายวรท ศิริลักษ์ แข่งกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ผลกรากฎว่านายสุชาติได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนนกว่า 4.2 หมื่นคะแนน ขณะที่นายวรทได้ 3.7 หมื่นคะแนน
จังหวัดระยองมีทั้งหมด 5 เขต พรรคประชาชน รักษาแชมป์ได้ 3 ที่นั่ง ในเขต 1,2,5 ขณะที่เขต 3 เสียให้พรรคประชาธิปัตย์ เขต 4 เสียให้ภูมิใจไทย
จังหวัดนครสวรรค์ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ขยายอำนาจไปถือว่าประสบผลสำเร็จ เพราะสามารถปักธงได้ถึง 5 เขต โดยที่เขต 1 กับ เขต 2 สามารถล้มแชมป์เก่าได้ ส่วนเขต 4 และ 5 เป็นของภูมิใจไทยเดิม ส่วนเขต 6 ดูดนายปราสาท ตันประเสิร์ฐ จากพรรคชาติพัฒนากล้าไป อยู่ในนามภูมิใจไทยก็ชนะ ทั้งนี้แบ่งพื้นที่ให้กับพรรคกล้าธรรมที่ส่งนายสัญญา นิลสุพรรณ อดีตสส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกได้ว่าเพื่อไทย กับพรรคประชาชนที่เคยครองพื้นที่รอบนี้แก้ราบคาบ
ในส่วนของจังหวัดพะเยา บ้านใหญ่ “ตระกูลพรหมเผ่า” นำทีมรักษาแชมป์ทั้ง 3 เขต อย่างไรก็ตาม จังหวัดพะเยามีปัญหาเจ้าหน้าที่กปน.อ้างชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เอาบัตรลงคะแนนไปหวังที่จะทำการเลือกตั้งแทน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวรับว่าได้รับค่าจ้างมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง
จังหวัดลพบุรี ที่ลดลง 1 เขต บ้านใหญ่ 2 ตระกูล คือ “ทางผา” กับ จิรพันธุวาณิช กวาดที่นั่งในเขต 1,2,3 ภูมิใจไทย ส่วนเขต 4 แบ่งให้กับนายวงวงศ์ วรปัญญา เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคเพื่อไทย
ขณะที่แชมป์เก่า นายสรพัช ศรีป่านญ์ แชมป์เก่า สระบุรีเขต 1 แพ้ให้กับนายขุนทอง แสนวิเศษ ส่วนเขต 2 นายอรรถพร วงศ์ประยูร ที่ย้ายจากเพื่อไทย ไปภูมิใจไทยก็สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้
จังหวัดนครปฐม เขต 1 นายศุภโชค ศรีสุขจร พรรคภูมิใจไทย เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เขต 2 พันโทสินธพ แก้วพิจิตร พรรคกล้าธรรม เดิมปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังคงรักษาแชมป์ได้อีกหนึ่งสมัย เขต 3 นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัด พรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เช่นเดียวกับเขต 4 พ.อ.สุขชาต สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่า นายกิตติภณ ปานพรหมมาศ พรรคประชาชนเขต 5 นายอนุชา สะสมทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ปี 66 ลงสมัครสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ยังคงรักษาแชมป์เป็นสส.ได้อีก 1 สมัย เขต 6 นายกองโทพเยาว์ เนียะแก้ว พรรคภูมิใจไทย เอาชนะแชมป์เก่าพรรคประชาชน ซึ่งชนะเลือกตั้งเมื่อปี 66
สำหรับภาครวมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) แบ่งที่นั่งกันอยู่ 3 พรรค คือ ภูมิใจไทยกวาดอีสานใต้ ส่วนโคราช ไล่ไปถึงอีสานตอนบน เพื่อไทยได้เสียงเป็นส่วนใหญ่ สลับกับพรรคกล้าธรรม โดยมีพรรคไทยสร้างไทยสอดแทรกมา 1 ที่นั่ง คือ ร้อยเอ็ดเขต 7 ขณะที่หนองคาย พลังประชารัฐเข้ามาได้ 2 ที่นั่ง คือเขต 1 กับ เขต 2 ส่วนพรรคประชาชน จากที่เคยมีถึง 8 ที่นั่ง รอบนี้ปรากฏว่าเหลือเพียง 2 คือ เขนแก่นเขต 1 และ นครราชสีมาเขต 1
ภาคกลาง เสียงส่วนใหญ่ก็เทมาที่พรรคภูมิใจไทย จากเดิมจะเป็นพื้นที่ของพรรคประชาชน พลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติ ขณะที่ภาคใต้ ภูมิใจไทยก็กวาดที่นั่งเป็นอันดับหนึ่ง โดยภูเก็ต มี 3 เขต ที่ปักหมุดเอาไว้ทั้งหมดก็เสียให้กับพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม รักษาไว้ได้แค่ เขต 2
เช่น สส.แบบแบ่งเขต หลายพื้นที่ อย่างกทม. 33 เขตเลือกตั้งพรรคก้าวไกลในอดีต หรือพรรคประชาชนในปัจจุบันสามารถกวาดที่นั่งได้ 32 เขต ปัจจุบันจากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ยังสามารถครองใจคนกรุงทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เนื่องเจอฤทธิ์ฝนกระหน่ำ ช่วงเย็นทำให้การนับคะแนนล่าช้า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี