วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เบญจพร ขอโทษแนวร่วม ห้าวเปิดหีบกกต. ด้านทนายเปิดข้อกม.จ่อแจ้งความกลับจนท.

เบญจพร ขอโทษแนวร่วม ห้าวเปิดหีบกกต. ด้านทนายเปิดข้อกม.จ่อแจ้งความกลับจนท.

วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.43 น.

เบญจพร สาวเฟียส กราบขอโทษแนวร่วม หลังโดนสวดยับ ห้าวเปิดหีบกกต.เขต 1 ชลบุรี ยันเจตนารมณ์หวังชี้ให้เห็นกล่องไม่ได้ถูกปิด ด้านทนาย เปิดข้อกฎหมาย หีบยังไม่ปิดสมบูรณ์ถือว่าไม่ผิด เตรียมแจ้งความกลับจนท.แจ้งความเท็จ 

เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่สนามแบดมินตันเทศบาลเมืองชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี น.ส. เบญจพร สุขสว่าง ตัวแทนประชาชน จังหวัดชลบุรี ที่ถูกแจ้งความ ร้องทุกข์กล่าวโทษจากกรณีเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ในความผิดฐาน เปิด ทำลาย ทำให้เสียหาย ทำให้เปลี่ยนสภาพ หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งหีบบัตรเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และความผิดฐานบุกรุก กล่าวว่า กราบขออภัย ผู้ที่มีอุดมการณ์ทุกท่าน หลายท่าน อาจจะมองว่าสิ่งที่ตนทํา อาจจะทําให้ความตั้งใจนั้นล้มเหลว เบื้องต้นขอโทษและขอยืนยันเจตนารมณ์ของตน ว่าตนเข้าไปเพื่อชี้ให้ประชาชนและสื่อมวลชนเห็น ว่ากล่องใส่บัตรเลือกตั้งนั้น มันไม่ได้ถูกปิดไว้จริงๆ และตนไม่ได้ทําอะไรกับเอกสารด้านในเลย และที่บางท่านกังวลใจว่าการกระทําแบบนี้จะทําให้กกต.มาเล่นงานเรา แล้วอาจจะใช้ข้อกฎหมายสั่งให้ไม่นับคะแนนใหม่ก็ได้ 


น.ส.เบญจพร กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนของพรรคประชาชน ไม่เคยรู้จักกับ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส่วนนายวรท เป็นผู้สมัคร สส. เขต 1 จึงรู้จักเพราะเคยเจอตอนหาเสียง รวมถึงชี้แจงเรื่องเสื้อ นับใหม่OKนะ ก็มีร้านอพอลโลทำมาให้ไม่ได้จัดทำกันเอง

ด้านนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การรวมตัวกันของประชาชนเป็นสิทธิเสรีภาพที่สามารถทําได้ตามรัฐธรรมนูญ และการติดตามการนับคะแนนครั้งนี้ได้มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นสิทธิตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่พลเมืองไทย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 51 ประชาชนชาวไทยมีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ ที่รวมถึงการตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การใช้สิทธิ์ แต่เป็นการทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ 

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเข้าไปเปิดหีบเลือกตั้งนั้นมีความผิดจนนํามาสู่การแจ้งความ พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มาตรา 104 กําหนดไว้ในกรณีมีการปิดหีบแล้ว ถ้าไม่ให้ผู้ใดทําการเปิด ทําลาย หรือทําให้สูญหาย แต่ตัวกฎหมายแม่ไม่ได้กําหนดนิยามคําว่าปิดไว้ว่าอย่างไร จึงต้องไปดูกฎหมายลูก คือระเบียบคณะกรรมการการเลือก ข้อ 180 กําหนดเรื่องขั้นตอนการปิดหีบไว้ว่า 1. ต้องมีการปิดหีบ 2. ก็มีกระดาษเทปกาวซีลบริเวณขอบ 3. ต้องมีการนําสายรัดหรือสิ่งแทนสายรัดไปคล้องไว้บริเวณหีบ 4. ต้องมีการลงรายชื่อกํากับในสายรัดนั้น จึงจะถือว่าเป็นการปิดหีบโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในกรณีของนางสาวเบญจพรที่เดินเข้าไปในที่เก็บหีบ พบว่ายังไม่ได้มีการทำตามทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ ถือว่ายังไม่เป็นการปิดหีบเลือกตั้งที่ถูกต้อง คําถามคือเมื่อไม่ได้มีการปิดหีบให้ถูกต้องแล้วความผิดเป็นของใคร เป็นของคนที่เข้าไปพิสูจน์ความจริงหรือเป็นของเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ต้องทําให้ถูกต้อง  

"เมื่อยังไม่มีการปิดหีบตามขั้นตอนของคณะกรรมการเลือกตั้ง การเพียงแค่เดินเข้าไป แล้วเปิดให้ดูว่าหีบไม่ได้ถูกปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา104 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกันด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร"นายนรเศรษฐ์  กล่าว

นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า และเมื่อผู้ต้องหายังอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีเจตนาหลบหนี เจ้าหน้าที่ตํารวจสามารถออกหมายเรียกในการดําเนินคดีได้เลย ไม่จําเป็นต้องออกหมายจับบุคคลที่ทําตามสิทธิ์เพื่อพิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ดังนั้นวันนี้เราจะเดินทางไปที่สถานีตํารวจภูธรเมืองชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเราไม่มีเจตนาจะหลบหนี และในเมื่อเรื่องที่เราถูกแจ้งความนั้นไม่เป็นความจริง จะไปแจ้งความ เพื่อดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ในข้อหาแจ้งความเท็จ รวมถึงไปติดตามความคืบหน้าที่ก่อนหน้านี้ มีประชาชนในเขต 1 ชลบุรี แจ้งความเจ้าหน้าที่ในมาตรา 157 ไว้ ว่าถึงไหน ระหว่างคดีที่เจ้าหน้าที่ร้องประชาชน หรือประชาชนฟ้องรัฐอันไหนเร็วกว่ากัน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top