วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นักวิชาการ ชี้ ภูมิใจไทย เข้าโหมดสายแข็ง เดินเกมเร็ว ยึด ความต้องการประชาชน

นักวิชาการ ชี้ ภูมิใจไทย เข้าโหมดสายแข็ง เดินเกมเร็ว ยึด ความต้องการประชาชน

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.01 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวให้ความเห็นต่อการสื่อสารของอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับทิศทางนโยบายรัฐบาล ว่าเนื้อหาที่สื่อสารสะท้อนแนวคิด “จากฉันทามติของประชาชนสู่การปฏิบัติ” หรือ “พูดแล้วทำพลัส” โดยวางบทบาทพรรคในฐานะแกนนำรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบทั้งมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจควบคู่กันว่า ภายใต้บริบทของรัฐบาลผสม พรรคจำเป็นต้องทำหน้าที่ประสานผลประโยชน์ทางการเมืองและกำหนดยุทธศาสตร์เชิงระบบไปพร้อมกัน โดยหลังการเลือกตั้ง พรรคได้วางตำแหน่งตนเองเป็น “พรรคที่มากด้วยเสถียรภาพ” จากคะแนนเสียงประชาชน ขณะที่พรรคอื่นอ่อนแอลง เท่ากับพรรคภูมิใจไทย มีพลังในการกำหนดทิศทางของประเทศ มุ่งความต่อเนื่องของนโยบาย ลดแรงปะทะทางการเมือง และรักษาดุลยภาพภายในรัฐบาล ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อเสถียรภาพของสถาบันการเมืองในระยะเปลี่ยนผ่าน

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวต่อว่า ในด้านภาวะผู้นำ มองว่าบทบาทของหัวหน้าพรรคสะท้อนลักษณะผู้นำเชิงประสาน (coordinative leadership) เน้นสร้างฉันทามติในคณะรัฐบาลควบคู่กับการกำหนดทิศทางนโยบายหลัก ความสามารถในการเชื่อมโยงพรรคร่วมและกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ร่วม เป็นกลไกที่ทำให้รัฐบาลผสมสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีเอกภาพ สำหรับมิติความมั่นคง การกำหนดบทบาทความรับผิดชอบอย่างชัดเจนถือเป็นการจัดลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยวางเสถียรภาพเป็นฐานของการพัฒนา พร้อมบูรณาการการทูต การทหาร และกลไกพลเรือน สอดคล้องแนวคิดความมั่นคงแบบองค์รวมที่ขยายจากความมั่นคงของรัฐไปสู่ความมั่นคงของมนุษย์ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐสามารถปกป้องผลประโยชน์สาธารณะได้


นักวิชาการ

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวอีกว่า ด้านเศรษฐกิจ เห็นว่าการใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนการบริหารแบบเทคนิค (technocratic approach) มุ่งผลลัพธ์รูปธรรม ทั้งการฟื้นเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ซึ่งเข้ากรอบการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ทำให้พรรคถูกวางภาพเป็นกลไกที่เน้น “ผลลัพธ์เชิงปฏิบัติ” และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคธุรกิจและนักลงทุน

“การผสานบทบาทด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นยุทธศาสตร์องค์รวม เป็นความต้องการของพรรคภูมิใจไทย ว่า จะเอาแน่ เพราะความปลอดภัยและความมั่งคั่งเป็นเงื่อนไขเกื้อหนุนกัน เสถียรภาพความมั่นคงเอื้อต่อการลงทุน ขณะที่เศรษฐกิจที่เติบโตช่วยลดแรงกดดันทางสังคมที่กระทบเสถียรภาพประเทศ คิดว่า พรรคภูมิใจไทย ประเมินความต้องการของประชาชนแล้ว จึงกล้าพูดมาโต้งๆ ว่า ดูแลรับผิดชอบในส่วนงานไหน โดยไม่กังวลความเสี่ยงทางการเมืองจากพรรคร่วม” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวด้วยว่า การเน้นความไว้วางใจ และให้ความหมายกับทุกคะแนนเสียง เป็นการสร้างความชอบธรรมทางอำนาจบนฐานความยินยอมของประชาชน พร้อมวางผู้นำในภาพ “ผู้พิทักษ์รัฐ” ผ่านการย้ำอธิปไตยและความปลอดภัย ขณะเดียวกันการสื่อสารเรื่องทีมมืออาชีพและทีมประเทศไทยช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและเพิ่มความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การใช้ถ้อยคำที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตประชาชน ยังสะท้อนภาวะผู้นำแบบผสมระหว่างความเข้มแข็งกับการรับใช้สาธารณะ (servant leadership) ซึ่งมีผลต่อความไว้วางใจในระดับบุคคลและเสถียรภาพของรัฐบาลผสม

“ภาพรวมการสื่อสารช่วงจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นการวางบทบาทผู้นำที่เชื่อมโยงระดับรัฐ เศรษฐกิจ และชีวิตประชาชนเข้าด้วยกัน จุดเด่นคือการผสานผู้นำที่เข้มแข็งกับผู้นำที่รับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งเป็นฐานของความเชื่อมั่นและความชอบธรรมในระบอบรัฐสภา” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top