เสรีภาพทางความคิดไม่มีจริง นักไอที ไขปม QR Code บัตรเลือกตั้ง แฉโดนคุกคาม

เสรีภาพทางความคิดไม่มีจริง นักไอที ไขปม QR Code บัตรเลือกตั้ง แฉโดนคุกคาม

วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.32 น.

หลังจากที่ นาย ปฐม อินทโรดม ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและดิจิทัลแถวหน้าของไทย โพสต์แสดงความคิดเห็นเรื่อง QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไปเมื่อ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จนกลายเป็นที่ถกเถียงราวกับไฟลามทุ่งบนโลกออนไลน์กันไปก่อนหน้านั้น

ปฐม อินทโรดม


ปฐม อินทโรดม

กระทั่งในวันเวลาเดียวกัน 9arm หรือ นายอาร์ม ครีเอเตอร์สายไอทีและวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวไทยชื่อดังแชร์ข่าวจากสื่อแห่งหนึ่งโพสต์ลงบนแพลตฟอร์ม X วิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่ นาย ปฐม อินทโรดม กล่าวถึงไปนั้น จนทำเอาคณะรถทัวร์หันหัวไปลงที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีคนนี้กันเป็นจำนวนมาก

9arm

และล่าสุดวันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายปฐม อินทโรดม โพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่วันนั้นเจ้าตัวได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกับกรณีนี้ไป ว่า "เมื่อเช้าผมเพิ่งรู้ว่า นายอาร์ม ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่ผมเองก็ติดตามผลงานมาตลอด ให้เกียรติกล่าวถึงผมในประเด็นบาร์โค้ดกับบัตรเลือกตั้ง ความรู้สึกแรกคือดีใจนะครับ เพราะคนที่เรานับถือเอ่ยถึงเรา แต่ในความดีใจนั้นก็มีความกังวลปนอยู่เงียบ ๆ ในเรื่อง กกต. กับบัตรเลือกตั้ง ขอย้ำว่าผมไม่ใช่นักกฎหมาย ไม่ได้จบปริญญาเอก และไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อใดแม้แต่สื่อเดียว เรื่องทั้งหมดมีเกิดจากโพสต์เดียวในเพจของตัวเอง ที่เขียนไว้ชัดเจนว่า “เรามีสิทธิ์ตั้งข้อสังเกต แต่ขออย่าด่วนสรุป” เท่านั้นจริง ๆ

หลังจากนั้น เมื่อเสียงของเอิร์ธ Thanarat Kuawattanaphan เริ่มดังขึ้น ผมก็รู้สึกว่าเขามีมุมที่น่าสนใจกว่า และควรได้พื้นที่มากกว่า เมื่อมีนักข่าวติดต่อมาขอสัมภาษณ์ ผมจึงโยนไปให้เขาทั้งหมด ทั้งที่บางเรื่องความเห็นเราอาจไม่ตรงกัน แต่ผมเชื่อว่าความหลากหลายของมุมมองคือประโยชน์ของสังคม และประชาชนควรได้ข้อมูลหลายด้านเพื่อไปตัดสินด้วยตัวเอง

เอิร์ธก็น่ารักมาก เขาเล่าให้ฟังเสมอว่าสัมภาษณ์แล้วเป็นอย่างไร ผมเองก็ถอยออกมาอยู่เงียบ ๆ คิดว่าเรื่องคงเดินไปตามกระบวนการของมัน แต่สองสามวันที่ผ่านมา โทรศัพท์ผมดังแทบไม่หยุด Inbox และ Comments มาเต็มทั้งคำตำหนิ คำด่าที่ลามไปถึงพ่อแม่ คำหยาบคาย ไปจนถึงคำสั่งให้ “เลิกเขียน” เพราะไม่มีใครศรัทธาแล้ว บางประโยคแรงจนผมนั่งเงียบไปพักใหญ่ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะงงว่าเราเดินมาถึงจุดนี้ตั้งแต่เมื่อไร

เรามาถึงยุคที่การตั้งข้อสังเกตอย่างสุภาพ กลายเป็นความผิดหรือครับ? เรื่อง กกต. เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ เพราะมันเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ และความเชื่อมั่นของเรา มันจึงซับซ้อนมาก เพราะมีทั้งการเมือง กฎหมาย และความไว้วางใจปะปนอยู่ในเรื่องเดียว เมื่อสามสิ่งนี้มารวมกัน มันจึงไม่แปลกที่ผู้คนจะอิน จะโกรธ จะกลัว หรือจะปกป้องความเชื่อของตัวเองอย่างเต็มที่ แต่ผมยิ่งรู้ตัวดีว่าเรื่องกฎหมายผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ผมไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก หน้าที่นั้นเป็นของคนที่มีตำแหน่งและความรับผิดชอบโดยตรง สิ่งเดียวที่ผมเชื่อมาตลอด คือสังคมที่แข็งแรงต้องเปิดพื้นที่ให้คำถาม ไม่ใช่เพื่อล้มใคร แต่เพื่อทำให้ระบบดีขึ้น การตั้งคำถามไม่ควรเท่ากับการกล่าวหา และการเห็นต่างไม่ควรเท่ากับการเป็นศัตรู

ถ้าการตั้งข้อสังเกตด้วยความระมัดระวัง ยังทำให้ใครบางคนเจ็บปวดหรือโกรธ ผมก็คงต้องกลับมาทบทวนตัวเองเช่นกัน ว่าเราอาจประเมินแรงกระเพื่อมของคำพูดต่ำไป นี่จึงน่าจะเป็นโพสต์สุดท้ายของผมในเรื่อง กกต. และบาร์โค้ด หลังจากนี้ผมขอเงียบ ยอมรับตรง ๆ ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และปล่อยให้คนที่มีหน้าที่ตามกฎหมายทำหน้าที่ของเขาไป แต่ก่อนจะเงียบ ผมอยากฝากไว้สั้น ๆ ว่า ถ้าวันหนึ่งเรากลัวคำถามมากกว่ากลัวความผิดพลาด ถ้าวันหนึ่งเราด่วนตัดสินคน มากกว่าด่วนตรวจสอบข้อมูลสังคมอาจไม่ได้อ่อนแอเพราะใครคนใดคนหนึ่ง แต่อ่อนแอเพราะเราหยุดฟังกันเอง ผมยังเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ต้องการสิ่งเดียวกัน คือประเทศที่โปร่งใส เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ เพียงแต่เราอาจใช้วิธีปกป้องสิ่งนั้นต่างกันและบางที สิ่งที่เราต้องปกป้องมากที่สุด อาจไม่ใช่ความเห็นของเรา แต่คือพื้นที่ที่เราจะยังคุยกันได้ แม้คิดไม่เหมือนกัน"

ปฐม

ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นทันทีที่โพสต์ของ  นาย ปฐม อินทโรดม เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ เช่น

"ขอยืนยันว่าพี่ปฐมเป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใครครับ ให้กำลังใจพี่ครับ"

"ให้กำลังใจครับ การทำงานและให้ความเห็นเป็นสุจริตตามวิชาชีพที่เรามีความรู้ความสามารถ เป็นสิ่งที่ต้องทำต่อไปครับ ตราบใดที่เราตรงไปตรงมา ไม่ต้องกลัวกับเสียงครหาหรือเสียงวิพากย์วิจารณ์ใด ๆ ครับ ขอให้เข้มแข็งครับ"

"เป็นกำลังใจให้ครับพี่"

"การตั้งคำถามหรือแม้แต่ข้อสงสัยเป็นเรื่องที่ดี และจำเป็นในการพัฒนา แต่ถ้ามันขยับขึ้นเป็นข้อกล่าวหา อันนี้จะกลายเป็นตัวสร้างปัญหา ไม่ได้หมายถึงคุณนะครับ เพราะปมไม่ได้อ่านที่คุณเคยเขียน ผมพูดโดยรวม เพราะเห็นว่าเรื่องนี้มันไปไกลว่าการตั้งคำถามมากแล้ว"

"ต้องยอมรับครับว่า คนในสังคมยุคนี้ ไม่เหมือนยุคที่เราโตมา โดยจะยอมรับความเห็นต่าง สามารถมองต่างมุมกันได้แม้จะมีผลประโยชน์ที่ขัดกันก็ตาม แต่คนในยุคนี้ ถูกปลุกปั่นได้ง่ายและถูกทำให้เห็นมุมมองแค่ขาวกับดำ (ไม่มีเทา) จนทำให้เกิดกระแสที่ใครเห็นต่าง คือมีความผิด ไม่สามารถมองเป็นแง่มุมอื่นได้ ผมเอาใจช่วยครับ เพราะสังคมสมัยนี้ คนที่จะอยู่ตรงกลางไม่เลือกข้างก็อยู่ยากครับ ขอให้มีกำลังใจในการทำประโยชน์เพื่อสังคมต่อไปครับ "

ปฐม

ปฐม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom, X@castby9arm

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top