วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
นายกฯ ถกความมั่นคง เน้นย้ำรร.ต้องเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" สั่งมหาดไทย ก.ศึกษาฯ และตำรวจ บูรณาการจัดทำแผนความปลอดภัยทั่วประเทศ ยันนโยบายตั้งแต่ปี 66 มหาดไทยไม่ต่อใบอนุญาตพกพาปืน ลั่นปี 69 นี้ ใครพก ไม่ใช่ จนท.รัฐ ถือว่าเป็น "ปืนเถื่อน" ผิดกฎหมายทันที พร้อมกำขับการข่าวต้องมีเอกภาพ
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมายังมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ เพื่อเป็นประธานประชุมความมั่นคง และรับฟังสรุปสถานการณ์โดยรวมของพื้นที่ เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด และมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง
นายอนุทิน กล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้ตนและคณะรัฐมนตรีบางท่าน ได้มาปฏิบัติภารกิจ ที่จังหวัดสงขลา โดยภารกิจหลักคือการมาร่วมพระราชทานเพลิงศพผู้อำนวยการโรงเรียน ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายเข้าไปทำร้ายอาจารย์และนักเรียน ที่โรงเรียนในจังหวัดสงขลาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ต้องขอบพระคุณที่ทุกท่านได้ติดตามร่วมคณะมา เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่คอยเป็นธุระในการดูแล เยียวยาครอบครัวที่อยู่ในภาวะเศร้าโศกเสียใจและได้ดำเนินการประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือต่างๆ ได้บังเกิดขึ้นกับครอบครัว ซึ่งทางสำนักนายกรัฐมนตรีโดยปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาให้เงินเยียวยาครอบครัวอย่างด่วนแล้ว
ขณะที่ทางกระทรวงศึกษาธิการจะให้การดูแลครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกทั้งสองคนให้ได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรี และยังให้มีโอกาสได้รับตำแหน่งในหน้าที่ราชการ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต้องถือว่าเราให้การดูแล แม้จะเทียบไม่ได้กับความสูญเสีย หรือเป็นอีกครั้งที่ตนรู้สึกเสียใจ ถ้าเทียบกับตอนที่ไปร่วมงานในลักษณะนี้กับทางพี่น้องทหาร ที่ศูนย์เสียชีวิตที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เราก็ต้องพยายาม ที่จะวางแผนทุกอย่าง ดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น
วันนี้ตนมาติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้สร้างความเศร้าใจต่อสังคมเป็นอย่างยิ่ง เพราะ เกิดขึ้นในโรงเรียน ซึ่งโดยธรรมชาติ ที่นี่คือสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ตนต้องขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดจนครอบครัวด้วย เรื่องนี้ขอให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันทบทวนมาตรการ ด้านความปลอดภัย ทั้งในสถานศึกษาชุมชน และพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก การสร้างสังคมที่ปลอดภัยถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงรัฐบาล การทำงานอย่างบูรณาการและการมีส่วนร่วมของชุมชนจะเป็นพลังสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความสงบเรียบร้อยความมั่นคงในระยะยาว
สิ่งที่สำคัญต้องขอกำชับ ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ให้เร่งติดตามดำเนินคดีอย่างเต็มที่ และต้องขยายผลถึงต้นตอ ทราบมาว่ามีเรื่องยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นแรงจูงใจในการก่อเหตุ ขณะเดียวกันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยการดำเนินการเชิงรุก ก่อให้เกิดมีการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ขอให้กระทรวงมหาดไทยร่วมมือกับทางกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทำมาตรการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนทั่วประเทศทั้งประเมินความเสี่ยงการซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การจัดระบบเฝ้าระวังและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียนชุมชนและฝ่ายความมั่นคง เพื่อให้สามารถป้องกันและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที การซ้อมแผนสำคัญ เพราะตอนมีเหตุที่ภาคอีสานจุดชายแดน โรงเรียนจะสำคัญมากในการซ้อมหลบภัย ให้นักเรียนตื่นตัว หากต่างคนต่างวิ่งก็จะเป็นอันตรายได้ จึงฝากให้ทางกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการรวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ดำเนินการยกระดับความปลอดภัยด้วย เรามีผู้ว่าฯในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติดจังหวัด ขอให้มีการบูรณาการทุกภาคส่วนควบคู่กับการรณรงค์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนเริ่มค้นหาผู้ใช้ผู้เสพผู้ติดยา และนำเข้าสู่กระบวนการ บำบัด รักษา ฟื้นฟูปราบปราม ผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับอย่างเด็ดขาด ลดวงจรการแพร่ระบาดในหมู่บ้านและชุมชน รวมถึงการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดและจริงจัง ซึ่งก็คงต้องยาวไปอีกระยะ เพราะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุเช่นนี้อยู่ หากการต่อสู้ระหว่างคนร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พี่น้องประชาชนยังคงพอรับได้แต่นี่เป็นการนำอาวุธปืนไปทำร้ายประชาชนที่ไม่รู้อีโนอีเน่ ซึ่งเป็นประชาชนที่ไร้ทางสู้
ทั้งสุภาพสตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยและเป็นสถานที่ปิดแล้วก็ยังมีเหตุเช่นนี้อยู่ ฉะนั้นตรงนี้มาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบยังคงต้องดำเนินต่อไป ต้องฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง 2 หน่วยนี้เข้าใจดี การจะจัดหามาให้เจ้าหน้าที่ให้พนักงาน หรือเจ้าพนักงานของรัฐไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องที่จะเริ่มปล่อยสมาคมต่างๆ ที่มาบอกจะขอให้มีการเพิ่มนำเข้าอาวุธปืน กระสุนปืน ขอให้ปล่อย ขอให้เปิดร้านปืนเพิ่มขึ้น ตรงนี้เข้าใจเรื่องการทำธุรกิจ แต่ต้องป้องกันเหตุนี้ให้ได้ ซึ่งตนไม่ต้องการให้มีการพกพาอาวุธปืน
"ตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเข้ามาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน ถือว่าต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้อยากจะเรียนเสนาธิการทหารบก แม่ทัพภาค 4 รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับทราบหรือไม่ สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการไปนั้นที่ไม่ต่อใบอนุญาตตั้งแต่ปลายปี 2566 ฉะนั้นวันนี้ใครก็ตามที่ถืออาวุธปืนอยู่ ถ้าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงาน ต้องถือว่าเถื่อนหมด เพราะใบอนุญาตใบพกพาเรื่องอาวุธปืนเหล่านี้มีอายุเพียง 1 ปี ต้องต่อทุกปี ซึ่งตั้งแต่ผมมารับผิดชอบกระทรวงมหาดไทย สิ่งเหล่านี้ เราดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นปีนี้ 2569 ใครพกปืนตอนนี้ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐถือว่าผิดกฎหมาย เราสามารถดำเนินคดีได้ทันทีในการพกพาอาวุธปืนซึ่งมันก็ผิดอยู่แล้ว แต่อยากกำชับให้ดำเนินมาตรการเชิงรุก ถ้าจะเอาจริงๆเริ่มตั้งแต่จังหวัดสงขลาและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเหตุการณ์อยู่เรื่อยๆ ก็จะทำให้ ตระหนักรู้ และดำเนินคดีกับผู้พกพาอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด ซึ่งเชื่อว่า จะลดความเสี่ยง ที่จะเกิดเหตุรุนแรง เช่นนี้ได้"นายกรัฐมนตรี กล่าว
ส่วนประเด็นความมั่นคงอื่นๆวันนี้ตนและคณะ ขอมารับฟังและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากแม่มัพภาค 4 และผู้ว่าราชการทั้ง 4 จังหวัด ซึ่งถือว่า เราต้องดำเนินการเรื่องนี้ ให้เต็มที่ และที่ผ่านมาในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุเกิดขึ้นแรงๆคือเผาปั๊มปตท.10 กว่าปั๊มและยังมีเรื่องการลอบวางระเบิด และการดำเนินการก่อเหตุร้าย ก่อความไม่สงบต่างๆสิ่งเหล่านี้คิดว่าทุกครั้งที่ได้รับรายงาน ตนไม่อยากให้การรายงานนั้น อธิบายประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ หรือรายงานเป็นเรื่องปกติ เป็นการส่งสัญลักษณ์ เข้าเทศกาลรอมฎอน เทศกาลถือศีลอด หรือถือบวชอะไรต่างๆ ตรุษจีนปีใหม่ ก็จะมีการออกมาทักทายอย่างนี้ ไม่ได้ เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะต้องมีหน้าที่ปราบปราม ให้สิ้นซากเด็ดขาด ซึ่งเชื่อว่าในการทำงานของรัฐบาลร่วมกับทางกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศอ.บต. ตั้งแต่ทำงานร่วมกันมา ประมาณ 4-5 เดือนเห็นชัดความมั่นคง รัฐบาลอยู่ข้างท่านอย่างเต็มที่ สามารถที่จะดำเนินการทุกอย่าง ที่คิดว่าทำแล้ว เกิดความสงบสุขความปลอดภัย กับพี่น้องประชาชนและในพื้นที่ ซึ่งทางรัฐบาลให้การสนับสนุนในทุกๆด้านต้องฝากให้วางกลยุทธ์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลยุทธ์ด้านการข่าว ซึ่งตนเข้าใจดีหลายท่านคงทำงานอย่างเต็มที่แล้ว
"ผมไม่ได้มีข้อสงสัยในความตั้งใจการทำงานหรือการปฏิบัติงานของพวกท่าน แต่ในเรื่องประสิทธิภาพและความครอบคลุม คงต้องขอความร่วมมือให้เน้นอย่างเต็มที่ เพราะตรงนี้ อย่างที่เรียน ผมจะต้องไปตอบในสภาและต่อประชาชน อย่างเช่นวางระเบิดปั๊มเดียวยี่ห้อเดียว 11 เคส ในวันเวลาเดียวกัน รัฐบาลไม่รู้เลยหรือรัฐบาลไม่มีการข่าวเลยหรือ พื้นที่ไม่มีการข่าวเลยหรือซึ่งตรงนี้ต่อให้เราพูดอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะบอกว่าเราทำอย่างเต็มที่แล้วมีประสิทธิภาพแล้ว อันนี้ลำบาก เพราะเป็นสิ่งที่ต้องอธิบายและบั่นทอนความเชื่อมั่น ระเบิดแต่ละลูกที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง มันทำให้ความพยายามของพวกเรา ที่จะทำให้เกิดความสงบ นักลงทุนกำลังจะเข้ามา ดูแล้วเงียบไป 2'3 เดือนมีความสงบเริ่มคิดจะมาลงทุน ซึ่งไม่ใช่มาดู 2 ปีก่อนแล้วค่อยมา ถ้าเขาเห็นว่าพวกเราทำได้ 2-3 เดือนเห็นนิ่งแล้ว ประชาชนเริ่มใช้ชีวิตปกติ เขาก็จะมา แต่ถ้าเกิดเหตุเขาก็จะต้องถอยกลับไป ซึ่งทำให้เกิด ปัญหาต่างๆมากมาย ประชาชนแทนที่จะมีโอกาสเสริมสร้างรายได้ ก็ไม่มีโอกาสนั้นอีก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้เลย แต่ยังเชื่อมั่นว่าในศักยภาพของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เรามีกอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งบูรณาการทุกหน่วยงานได้รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งตนไม่ได้เอา คนที่เกิดจังหวัดน่านหรืออุบลราชธานีมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ละท่านดูก็รู้แล้ว พูดออกมาคำเดียวก็รู้แล้วว่าอยู่แถวนี้ ไม่ได้มาจากที่ไหน ฉะนั้นตรงนี้จะต้องใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ในการบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพมากสุดและต้องป้องกันและปราบปรามสกัดกั้นการก่อเหตุความไม่สงบ ส่วนไหนที่เราต้องใช้การดำเนินการทางการฑูตหรือ เรื่องการใช้ การดำเนินการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก็สามารถที่จะแจ้งรัฐบาลมาได้ ทุกวันนี้ท่านก็รบไป เราก็พูดไป ต้องไปทั้งสองขา โมเดลนี้จากอีสานมาใต้ จากใจ้มาอีสาน มีเจบีซี จีบีซี อาร์บีซี เหมือนกันหมด ฉะนั้นตรงนี้เราคงต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่
วันนี้เรามีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อยู่แล้ว และผู้ที่เป็นตัวแทนฝ่ายความมั่นคงที่อยู่ในคณะกรรมการชุดต่างๆ มีความเข้าใจอย่างดี รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินการของพวกท่านอย่างเต็มที่ จึงฝากเรื่องนี้ โดยต้องบอกแม่ทัพภาคที่ 4 สถานที่นี้มีการประกาศ กฎอัยการศึกหรือภาวะฉุกเฉิน โดยแม่ทัพภาค 4 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ อย่างไรก็ตามที่พูดมาทั้งหมดเชื่อมั่นในตัวพวกท่าน และคิดว่าทำเต็มที่แล้ว แต่ขอให้จากนี้ไปมองว่า เราฟังเสียงประชาชน ถ้าประชาชนบอกว่าเต็มที่ของเราสำหรับเขายังไม่เต็มที่ ก็ต้องเต็มที่ให้เขา เพราะเขาคือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างๆถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่เกิดขึ้น ยังไงก็ตามต้องขอชื่นชมและให้กำลังใจกำลังพลด้านความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย เรื่องสิทธิสวัสดิการ กำลังใจของกำลังพลผู้ปฏิบัติงานเรื่องความปลอดภัยอะไรต่างๆการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆการดูแลครอบครัวของเจ้าหน้าที่ รัฐบาลพร้อมที่จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่ไม่อยากดูแลแบบต้องเสียเงินเป็นล้าน 2 ล้าน 10 ล้านแลกด้วยกับชีวิตมันไม่คุ้ม ฉะนั้นต้องพยายามทำให้เกิดความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่ดีด้วย
อย่างไรก็ตามในการประชุมวันนี้ทางเลขา ศอ.บต.ไม่ได้มาด้วย แต่ได้ฝากโน๊ตสั่งงานมา ซึ่งนายกรัฐมนตรี ออกตัวว่าขออ่านโน้ตเลยแล้วกันและคุณค่อยไปฉะกันเอาเอง
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้อ่านโน๊ตดังกล่าวซึ่งมีเนื้อหา ว่า จากการทำงานด้วยกัน ขอฝากให้งานการข่าวมีเอกภาพบูรณาการ มิติด้านความมั่นคงและการพัฒนา ขอให้หน่วยงานการข่าว พลเรือน ทหารตำรวจ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สรุปงานข่าวที่สำคัญทันที ให้แม่ทัพภาค 4 และศอ.บต กลั่นกรองและนำเรียนหน่วยเหนือต่อไป พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนับสนุนร่างระเบียบใหม่ เพื่อลดขั้นตอน เพื่อประสิทธิภาพและความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงที่ประชาชนเสียหายและทันสถานการณ์ด้วย จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี