เปิดระเบียบกรมการปกครอง พรรคส้มส่อผิดปมเก็บ Laser ID

เปิดระเบียบกรมการปกครอง พรรคส้มส่อผิดปมเก็บ Laser ID

วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.21 น.

18 กุมภาพันธ์ 2569 จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า พรรคประชาชน (ปชน.) ขอข้อมูลผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคนั้นต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคลจากบัตรประชาชน โดยเฉพาะการขอข้อมูลรหัส 12 หลัก หลังประชาชน (Laser ID) เพื่อไว้ตรวจสอบ แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาชน อาจฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมาย PDPA) เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้น วางหลักไว้ว่า พรรคการเมืองไม่ใช่หน่วยงาน/องค์กรภาครัฐ หรือสถาบันการเงิน ที่จะมีสิทธิตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้ แม้พรรคประชาชน จะโพสต์เหตุผลในการขอ Laser ID ของผู้จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคไว้ แต่เมื่อพิจารณาประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่องการรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ของสำนักงาน กกต.ข้อ 5 ระบุว่า เอกสารการรับสมัครสมาชิกพรรคการเมืองประกอบการรายงาน ตามข้อ 4 ประกอบด้วย

(1) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน (ที่ยังไม่หมดอายุ)


(2) สําเนาทะเบียนบ้านด้านหน้า

(3) สําเนาหนังสือสําคัญการแปลงสัญชาติกรณีมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้ยืนยันแทนได้

(4) สําเนาใบเสร็จรับเงินค่าบํารุงพรรคการเมือง

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อ้างว่า การเก็บข้อมูลจาก Laser ID นั้น พรรคปฏิบัติตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ระบุ แต่มีการยืนยันในชั้นต้นจากแหล่งข่าวในกรมการปกครอง ว่าพรรคประชาชนขออนุญาตจากกรมการปกครอง ในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง และยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของกรมการปกครอง ว่าจะอนุญาตหรือไม่ และมีรายงานว่า กรมการปกครองชี้แจงชั้นต้นว่า การที่พรรคประชาชนอ้างถึงกระบวนการเก็บรหัส Laser ID หลังบัตรประชาชน นั้น เป็นไปตามขั้นตอนกรมการปกครอง ที่ให้พรรคการเมืองเก็บเพื่อยืนยันตัวตน/ป้องกันไม่ให้นำคนต่างด้าวมาสมัครสมาชิก โดยการสวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ว่าเรื่องนี้พรรคประชาชนทำหนังสือถึงกรมการปกครอง เพื่อขอใช้ระบบการตรวจสอบรายการบัตรสมาร์ทการ์ดเท่านั้น และเป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นข้อมูลของบุคคลนั้นๆ ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนการยืนยันว่าเป็นข้อมูลของพรรคเอง กรมการปกครองไม่ได้มีคำสั่งแบบนั้นไปยังพรรคประชาชนให้ปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เพจ "Fact Check-พรรคประชาชน" ได้ออกมาเปิดเผยว่า การใช้ Laser ID (รหัสหลังบัตรประชาชน) ในการสมัครสมาชิก เป็นมาตรการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยและเป็นสากล เช่นเดียวกับระบบธนาคาร เพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 5 ข้อ โดยข้อ 4 ปรากฏข้อความที่น่าพิจารณาว่า 4.ปัจจุบันพรรคประชาชน "อยู่ระหว่างกระบวนการขออนุญาตจากกรมการปกครอง ในการตรวจสอบข้อมูล Laser ID ใหม่อีกครั้ง เนื่องมาจากการยุบพรรคก้าวไกล โดยระหว่างที่กระบวนการขออนุญาตยังไม่เสร็จสิ้น" พรรคประชาชนไม่มีการเก็บรวบรวม ใช้ เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล Laser ID แต่อย่างใด - อย่างไรก็ตาม เพื่อมีกลไกในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ พรรคได้มีระบบยืนยันตัวตนอื่นๆ เช่น ระบบ OCR ในการยืนยันว่าบุคคลผู้ประสงค์สมัครสมาชิกพรรคเป็นเจ้าของบัตรประชาชนจริง

ด้านเว็บไซต์ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (https://www.bora.dopa.go.th/information/activity-news/35807/) ระบุว่า หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานเอกชนใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ของกรมการปกครอง การขออนุญาตใช้งาน โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.หน่วยงานทำหนังสือขออนุญาตใช้งาน เรียน อธิบดีกรมการปกครอง ส่งมาตามที่อยู่ สำนักบริหารการทะเบียน 59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150 (มีตัวอย่างหนังสือและแบบการขออนุญาตฯ)

2.หน่วยงานเข้าไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้งานที่เว็บไซต์ https://digitalid.bora.dopa.go.th (สามารถทำพร้อมกับหนังสือขออนุญาตได้)

3."เมื่อหน่วยงานได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบได้ กรมการปกครองจะดำเนินการอนุมัติในระบบลงทะเบียน พร้อมจัดส่งหนังสืออนุญาตและคู่มือการพัฒนาระบบให้กับหน่วยงานผู้ขออนุญาต"

ดังนั้น การที่พรรคประชาชนดำเนินการเก็บข้อมูล Laser ID ของผู้สมัครสมาชิกพรรค ที่ตอนนี้มีสมาชิกพรรคแล้วกว่า 1.1 แสนคนไปแล้ว โดยยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครองนั้น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า พรรคประชาชนไม่ได้นำข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคไปใช้ แม้พรรคประชาชนจะอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวของพรรคเพื่อป้องกันการสวมสิทธิและตรวจสอบคุณสมบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

รวมทั้งพิจารณาประกาศกรมการปกครอง เริ่องหลักเกณฑ์การขออนุญาตให้ส่วนราชการและหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (สมาร์ทการ์ด) ลงวันที่ 8 ต.ค.2561 จำนวน 12 ข้อ https://www.bora.dopa.go.th/wp-contenthttps://static.naewna.com/uploads/2022/01/pk611008.pdf โดยสิ่งที่น่าสนใจ คือ

ข้อ 5 กรมการปกครองจะอนุญาตให้หน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ตามเงื่อนไขดังนี้

5.1 หน่วยงานนั้นจะต้องมีความจำเป็นในการขอตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานเอกชนที่กำหนดให้บุคคลที่ติดต่ดต่อขอทำธุรกรรมหรือนิติกรรมกับหน่วยงานต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

5.2 จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของบัตรให้ตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน

6.เมื่อกรมการปกครองอนุญาตให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว ส่วนราชการหรือหน่วยงานเอกชนนั้นจะต้องมีหนังสือตอบรับการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนดก่อน จึงจะสามารถใช้โปรแกรมดังกล่าวได้ โดยกรมการปกครองจะกำหนดรหัสข้อมูลที่จะใช้อ้างอิงในการประมวลผลให้เป็นไปตามมาตรฐานกลางเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกันและเป็นเอกภาพ

"โดยในข้อที่ 5 และข้อที่ 6 ระบุใจความหลักว่า การอนุญาตใช้โปรแกรมนี้ต้องได้รับอนุญาต และต้องมีหนังสือตอบรับว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมการปกครองกำหนด"

แต่จากสิ่งที่พรรคประชาชนแจ้งกับสังคมนั้น เป็นการยอมรับว่า ได้ขออนุญาตกับกรมการปกครองแล้ว แต่กรมการปกครอง "ยังไม่ได้อนุญาต" ให้พรรคในการใช้โปรแกรมนี้ ดังนั้น หากพรรคประชาชนโดยนายทะเบียนสมาชิกพรรค ในฐานะผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรวบรวมข้อมูลของสมาชิกพรรค และต้องรายงานต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.นั้น หากพรรคประชาชนกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการใดๆ ในกรณีนี้ โดยที่ส่วนราชการ คือ กรมการปกครอง ยังไม่อนุญาตนั้น พรรคอาจมีความผิดด้วย และอาจจะเกิดผลกระทบ คือ ยุบพรรค ในการไปเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ของสมาชิกพรรคโดยไม่จำเป็น และกฎหมาย/ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง (กรมการปกครอง) ยังไม่อนุญาตให้พรรคดำเนินการ

หากพรรคประชาชนมีความผิดในเรื่องนี้ อาจจะโดนยื่นยุบพรรค เพราะตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้น องค์ประกอบสำคัญของคณะกรรมการบริหารพรรค ประกอบด้วย หัวหน้าพรรค, รองหัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค, รองเลขาธิการพรรค, เหรัญญิกพรรค, นายทะเบียนสมาชิกพรรค, โฆษกพรรค และกรรมการบริหารพรรค โดยตอนนี้นายทะเบียนสมาชิกพรรคประชาชน คือ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม

ทั้งนี้ พรรคประชาชน นั้น นับเป็นพรรคลำดับที่ 3 ที่มีรากฐานและเชื่อมโยงจากพรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล โดยสองพรรคข้างต้นนั้น ถูกคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคด้วยเหตุผล คือ พรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากกรณีเงินกู้ยืม โดยศาลวินิจฉัยว่าการที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวน 191.2 ล้านบาท เป็นการรับบริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดอันฝ่าฝืน มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 และพรรคก้าวไกล ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ในกรณีที่พรรคหาเสียงเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลวินิจฉัยว่า เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top