สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ

สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ

วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

สว.สำรอง โวยอนุกรรมการฯ สอบฮั้วสว. ยื้อเวลาอีกรอบ 2 ดองคดี สงสัยรอ 2 กกต.ใหม่ประจำการ ชี้กระบวนการกินรวบทั้งสภาสูง สภาล่าง 

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกกลุ่ม สว.สำรอง กลุ่ม 10 เปิดเผยความคืบหน้าในการติดตามการสืบสวนสอบการฮั้วเลือก สว. ว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ครบรอบการขอขยายเวลาครั้งที่ 2 ของคณะอนุวินิจฉัยที่ 36 ถามว่าท่านจะดองเรื่องไปถึงเมื่อไหร่ หรือจะรอสว.เปื้อนโคลน ยกมือให้กกต.ใหม่แทนตำแหน่งที่ว่าง อีก 2 คนมาก่อนหรือไม่ นัดกันไว้หรือเปล่า เพราะอนุกรรมการชุดที่ 26 ทำคดีไว้ดีแล้ว แต่ท่านกลับนำเรื่องไปดอง ไปดึงเช็งไว้ ซึ่งตนขอบอกไว้เลยว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. คือสารตั้งต้นของปัญหาที่ทำให้ประชาชน เคลือบแคลงสงสัยว่าไม่มีความเป็นกลาง เอนเอียงเข้าข้าง ซึ่งตนเชื่อว่า กกต.ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องมีการลงคะแนนให้ใคร สีอะไรแน่นอน ทั้งๆ ที่เพื่อความสง่างามท่านควรจะลงช่องไม่เลือกใครมากกว่า เพราะท่านเป็นกกต. แม้การลงคะแนนให้ใครจะเป็นเอกสิทธิ แต่มันไม่เป็นกลาง


ทั้งนี้ ขอฝากถึงคนผู้หนึ่งว่า อย่าเร่ง อย่าอยากเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดจนตัวสั่น ที่ไปเทียบบาร์โค้ด กับล็อเตอรี่ เพราะคิดว่า “นาย” เขาเห็นแล้ว ไปบ่อยๆ เขากระโดง ท่านอาจจะได้เป็นผู้ว่าฯ เร็วๆ นี้ แต่อย่าลืมว่า การกระทำที่ไม่ถูกต้อง ข้าราชการที่วางตัวไม่เป็นกลาง เขาจะเอาไปตรวจงานที่ปัตตานี

ด้าน นายโกเมท เกิดสมบัติ สว.สำรอง กลุ่ม 5 กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากเรียกร้องในวันนี้คือ สว.ที่ผ่านการเลือกตั้งมาเมื่อปี 2567 ซึ่งมีจำนวน 136 คนที่อยู่ในการพิจารณาเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสว.อยู่นั้น ขอให้ทั้ง 136 คนนี้โปรดเข้าชื่อกัน 1 ใน 10 จำนวนสว. หรือขอสัก 20 คน ในการเข้าชื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาการเลือกตั้งสส.ครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ตนมองว่าการเลือกสว.ที่ผ่านมากับการเลือกสส. ครั้งนี้ มีส่วนที่เหมือนกันคือมีผลไม้พิษมาจากต้นเดียวกัน มีรูปแบบที่ใกล้เคียงกัน คือตอนสมัครสว. มีการให้ปลัดอาวุโสของอำเภอนั้นๆ เป็นผอ.การเลือกตั้งโดยตำแหน่ง การเลือกมีความซับซ้อน มารอบการเลือกตั้ง สส. ก็เป็นเหมือนกัน มีขั้นตอนการรับ และคลุมเครือ ในส่วนของความโปร่งใสเลือก สว.2567 มีข้อมูลผู้ชนะ แต่โผล่รวดเดียว ขณะที่การเลือกตั้ง สส. กลับให้ผลรางวัล ผลคะแนนเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา

ส่วนการสื่อสาร สว.ชี้แจงล่าช้า ตอบคำ ถามไม่ตรงประเด็น ขณะที่การสื่อสารเรื่องสส.ก็เช่นกัน กกต.แถลงผ่านเทคนิคสูงขึ้น ประชาชนตามไม่ทัน โครงสร้างผู้ได้รับประโยชน์กระจุกตัวอยู่ที่คนกลุ่มเดียว ส่วน สส.ขัดกันเอง เทไปยังคนผู้เดียวอย่างผิดสังเกต เรื่องกลไกการร้องเรียน กกต.รับเรื่องร้องเรียน แต่ไม่มีอะไรเป็นที่ประจักษ์  เป็นรูปธรรม ในส่วนของสส. มีการร้องเรียนมากมายแต่ตรวจสอบล่าช้า ขณะที่ผลลับการเมืองเป็นการเปิดการรวบอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติทั้งสภาสูงและสภาล่าง สะท้อนให้เห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยตั้งแต่เลือกสว.ปี 2567 มาสู่การเลือก สส. 2569 สรุปคือมีวิธีการสอง สส. และ สว.คล้ายกัน ผลลับเหมือนกัน ผู้ที่ได้รับประโยชน์ก็คือกลุ่มคนเดิมๆ ทั้งนี้ ประธานกกต. ออกมาบอกว่าไม่เอาเกียรติศักดิ์ศรีลงมา ทำให้วันนี้สังคมก็รอดูว่า เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของกกต.เดินไปในทิศทางไหน ทุกคน เรียกหาแต่กกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไร
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top