‘ปชน.’โต้LaserID  ไม่ทำผิดกฎหมาย  เคยได้รับอนุญาต

‘ปชน.’โต้LaserID ไม่ทำผิดกฎหมาย เคยได้รับอนุญาต

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘ปชน.’โต้LaserID

ไม่ทำผิดกฎหมาย

เคยได้รับอนุญาต

คุยโวพรรคไม่ทำIO

“ไอติม” ยันปม Laser ID-Spectre C ไม่เสี่ยงทำพรรคประชาชน ถูกยุบ ร่ายยาวไม่ได้ทำผิด ก.ม.เคยได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง มาแล้ว ในยุคพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล ด้านกรมการปกครอง แจงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล  ในยุคพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล ด้านกรมการปกครอง แจงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนขออนุญาตการใช้ข้อมูลและเชื่อมต่อ Laser ID จากกรมการปกครอง ว่าพรรคมีแถลงการณ์ไปแล้ว โดยสรุปสาระสำคัญ 1.พรรคไม่มีการกระทำใดๆ ที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนกรมการปกครอง 2.พรรคไม่เคยขอ Laser ID โดยไม่ได้รับความยินยอม และไม่ได้บันทึกเก็บไว้ที่พรรค 3.พรรคต้องการเชื่อมข้อมูลกรมการปกครองเพื่อตรวจสอบ ป้องกันไม่ให้ใครสวมสิทธิมาสมัครสมาชิก 4.พรรคดำเนินการขออนุญาตเชื่อมข้อมูลไปแล้ว อยู่ขั้นตอน ท้ายๆ ก่อนเสร็จสมบูรณ์ และ 5.พรรคได้นำการสมัครด้วย Laser ID ออกจากการสมัครชั่วคราว


เมื่อถามว่าการเอา Laser ID ออกจากขั้นตอน กระทบการสมัครสมาชิกหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า การสมัครสมาชิกพรรค พรรคต้องออกแบบกระบวนการให้รัดกุม มีชุดข้อมูลบางอย่างเป็นขั้นต่ำ บังคับกับทุกพรรค นอกจากนั้นแต่ละพรรคมีสิทธิออกแบบได้แม้ว่าตอนนี้เราต้องเอาการกรอก Laser ID ออกจากพรรคชั่วคราว แต่เชื่อว่ากระบวนการอื่นที่เราเสริมเข้ามา เช่น การให้ถ่ายภาพตนเองกับหน้าบัตรประชาชนของเขา ให้มั่นใจว่าเป็นคนเดียวกัน ทำให้กระบวนการยังรัดกุมอยู่

เมื่อถามอีกว่า กรณี Laser ID ขณะนี้กรมการปกครองบอกว่ายังไม่ได้อนุญาตให้กับทางพรรคในการเก็บ ขณะที่แถลงการณ์ของพรรคยอมรับว่าเกิดช่องโหว่เกิดขึ้นแล้ว ช่องโหว่นี้อาจนำไปสู่คำร้องยื่นยุบพรรคประชาชนหรือไม่ นายพริษฐ์ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ในการตัดสินใจของพรรคประชาชนในเรื่องนี้ ไม่มีการกระทำใดๆ ขัดต่อกฎหมาย ความเห็นเรื่องยุบพรรค จากการหารือฝ่ายกฎหมายไม่ได้มีความเสี่ยง เราไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เรื่องการขออนุญาตกรมการปกครอง ย้ำว่าไม่ได้ขออนุญาตกรมการปกครองว่าให้ประชาชนกรอก Laser ID เข้ามา แต่การที่ประชาชนกรอกเข้ามา เราต้องขอความยินยอมจากประชาชนทุกประการ ส่วนการขออนุญาตกรมการปกครองเคยทำสำเร็จแล้วในพรรคอนาคตใหม่ และก้าวไกล คือการขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบ เมื่อประชาชนกรอก Laser ID มา คือการขอว่าเอาข้อมูลนั้นยิงไปที่ระบบของกรมการปกครอง เพื่อให้เขาเช็คในฐานข้อมูลว่าถูกต้องหรือไม่

“ที่ผ่านมาและปัจจุบันพรรคเป็นทางผ่านของข้อมูลที่ขอจากประชาชนเข้าสู่ระบบกรมการปกครอง เช่น สมัยก้าวไกลที่เชื่อมต่อสมบูรณ์แบบ ข้อมูลไหลไปที่กรมการปกครอง และแจ้งเตือนกลับมาที่เราว่าถูกต้องหรือไม่ ช่วงเปลี่ยนผ่านยิงไปแต่ส่งสัญญาณกลับมาที่เราไม่ได้ แต่ยืนยันไม่ว่าช่วงสมบูรณ์หรือเปลี่ยนผ่าน พรรคไม่ได้บันทึก Laser ID ไว้ น้อมรับข้อทักท้วง เราได้นำช่องที่เคยขอให้ประชาชนกรอกออกชั่วคราว และจะนำกลับมาเมื่อเชื่อมกับกรมการปกครองเสร็จโดยสมบูรณ์”นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคประชาชน ในกรณีบริษัท Spertre C ว่า ได้ตอบในนามพรรค สำหรับข้อกล่าวหาว่าพรรคมีว่าจ้างบริษัทใด เพื่อทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร ยืนยันว่าไม่ได้เป็นข้อเท็จจริง แต่การปฏิบัติข้อมูลข่าวสารที่เข้าใจทั่วไปคือการสร้างบัญชีปลอมชุดหนึ่ง ไปกระทำการบางอย่างในโซเชียล
มีเดีย ทำให้ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือบิดเบือนข้อมูล การทำแบบนี้ยืนยันว่าพรรคประชาชน ไม่เคยกระทำ ไม่เคยว่าจ้างบริษัทใดทำ มั่นใจว่าที่เราทำ ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ดังนั้น ไม่นำไปสู่การยุบพรรค

นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนของบริษัท Spectre C ที่จะชี้แจงเป็นความรับผิดชอบของบริษัทฯ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพรรค เข้าใจว่าน่าจะมีแถลงการณ์จากบริษัทเร็วๆ นี้ สำหรับกรณีผู้ช่วย สส.ของพรรคบางคนไปทำงานที่บริษัทฯสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคยินดีให้ตรวจสอบทุกประการ ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ พรรคไม่ได้ทำผิดระเบียบหรือกฎหมาย

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวว่าในฐานะที่เป็นทนายความมีมุมมองทางกฎหมายกรณีพรรคประชาชนเก็บ Laser
ID ของสมาชิกพรรคทำได้หรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่หน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ตน
ไม่สามารถตอบได้ แต่ถ้าอะไรที่เป็นการทำผิดระเบียบพรรคก็ต้องชี้แจง ขออย่าให้ชี้แจงพลาดก็แล้วกัน ถ้าชี้แจงพลาดก็ต้องโดน
ยุบพรรค

เมื่อถามว่า ในแง่กฎหมายกรณีที่ทางพรรคระบุว่าได้ขออนุญาตกรมการปกครองเพื่อขอเก็บ Laser ID แล้ว แต่ในระหว่างที่รอการอนุญาตจะสามารถดำเนินการก่อนได้หรือไม่ นายรณณรงค์กล่าวว่า การขอกับการดำเนินการคือ แอบกระทำ ก็ต้องชี้แจงให้ได้ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เป็นเรื่องอีก ซึ่งส่วนตัวก็รู้สึกสงสารและเห็นใจแกนนำไม่รู้ว่าจะโดนอีกรอบหรือไม่ ย้ำว่าขอให้ชี้แจงให้ดีก็แล้วกัน

วันเดียวกัน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ชี้แจงการใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) และบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน (Check Card Service) ว่าตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการขอใช้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล และการให้บริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนในระบบ Laser ID นั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ 1.Laser ID หรือเลขรหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน เป็นเลขที่กรมการปกครอง ใช้ควบคุมการจ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่แจกจ่ายให้กับสำนักทะเบียนอำเภอ สำนักทะเบียน
ท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ ควบคุมและตรวจสอบบัตร เพื่อให้ทราบว่าถูกส่งไปที่ใด ออกบัตรให้กับใคร ซึ่งไม่เกี่ยวของกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจะอยู่ด้านหน้าบัตรเท่านั้น ข้อมูลบนหน้าบัตรเป็นข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในการเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นสิทธิของเจ้าของบัตร ตามที่จะให้ความยินยอมของผู้ถือบัตรว่าประสงค์จะใช้ทำการในสิ่งใด

2.การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน (Check CardService) การบริการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชน มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชนใบล่าสุดแบบออนไลน์ ว่าบัตรดังกล่าวมีสถานะปกติ ถูกระงับ หรือถูกยกเลิก (จำหน่าย) เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร การปลอมแปลงข้อมูล และการแอบอ้างสวมสิทธิ หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ได้รับอนุญาตสามารถใช้บริการได้ 2 วิธี ได้แก่ (1) ตรวจสอบผ่านเครื่องอ่านบัตร (Chip Card Reader) อ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (chip) และส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบสถานะ ประกอบด้วย เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขประจำ chip และ หมายเลขคำขอมีบัตร (2) ตรวจสอบโดยกรอกข้อมูลจากหน้าบัตรและหลังบัตร โดยระบุข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน ชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด และเลขรหัสกำกับบัตรประจำตัวประชาชน (Laser ID) ให้ครบถ้วน ผลการตรวจสอบทั้ง 2 วิธี จะแจ้งผลให้ทราบว่าบัตรมีสถานะ เป็นปกติหรือไม่ปกติ เท่านั้น

3.การอนุญาตให้ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (DOPA-Digital ID) ที่กรมการปกครองได้พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อว่า “แอปพลิเคชัน ThalD” มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถยืนยันตัวตนเพื่อขอรับบริการออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว ผ่านช่องทางดิจิทัล โดยไม่ต้องเดินทางไปแสดงตน ณ หน่วยงานให้บริการ เป็นการประหยัด ค่าใช้จ่าย ลดการใช้สำเนาเอกสารหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชนที่ประสงค์ใช้บริการ สามารถยื่นขออนุญาตเชื่อมโยงระบบตามหลักเกณฑ์ที่กรมการปกครอง กำหนด ตามประกาศกรมการปกครอง เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐและเอกชน ให้บริการระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เล่มที่ 141 ตอนพิเศษ 176 ง ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2567 เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและมีมาตรฐานเดียวกัน เมื่อได้รับการอนุญาตให้ใช้งานตามหลักเกณฑ์แล้วหน่วยงานรัฐหรือเอกชน จึงจะสามารถพัฒนาระบบ เพื่อมาเชื่อมต่อกับ ThalD เพื่อใช้งานต่อไปได้สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ขอชี้แจงว่า ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน เป็นข้อมูลสำคัญและเป็นความลับตามกฎหมาย โดยอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 17 ซึ่งกำหนดให้การเปิดเผยหรือการนำข้อมูลไปใช้ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 มาตรา 49-50 ข้อมูลทะเบียนราษฎรถูกจัดเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (Critical Information Infrastructure : CI) ของประเทศ จึงต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมความปลอดภัยในระดับสูงสุด ดังนั้น ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถเปิดเผยให้หน่วยงาน
หรือองค์กรใด เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล, เป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของรัฐใช้ในการดำเนินคดี และใช้ในการพิจารณาคดี หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด การนำข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรไปใช้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูล และต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การเข้าถึงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรและข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเท่านั้น และต้องเป็นไปตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างชัดเจน โดยมีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้งาน (Access Control) ตามระดับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลหรือหน่วยงาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top