วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
20 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เลือกตั้ง69 มีสิทธิ์โมฆะ
ผมได้เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับ กรณีที่บัตรเลือกตั้งส.ส.ทั้งระบบเขต และระบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงไปในบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ มีนักวิเคราะห์การเมืองหลายคน แสดงความคิดเห็นในลักษณะเช่นนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นที่น่าสนใจ เพราะว่าบุคคลเหล่านี้ไม่ใช่นักกฎหมายอาชีพ หรือไม่ใช่ปรมาจารย์ทางด้านกฏหมาย และไม่ใช่กูรูทางกฎหมาย
แต่เมื่อได้ฟังความคิดเห็นของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นปรมาจารย์ หรือเป็นกูรูทางกฎหมายหลายคนที่มีชื่อเสียง ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ผมจึงขออนุญาตยกความคิดเห็นของนักกฎหมายที่ถือว่า เป็นชั้นบรมครู 2 ท่านขึ้นมาอ้างอิงคือ
1.ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้กล่าวในรายการคมชัดลึก ตอนหนึ่งถึงกรณีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ปี 2569 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่านพูดว่า “ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ทำให้มีการตรวจสอบย้อนหลัง เช็คได้ว่าผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งคือใคร ก็แสดงว่าไม่ลับ ผลทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ขัดรัฐธรรมนูญ และใช้บังคับไม่ได้ ผลจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ เสียหายแก่ประเทศชาติ”
2.นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในการบรรยายที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ตอนหนึ่งว่า “หากถามความเห็นส่วนตัว ซึ่งผมอาจจะผิด ผมเห็นว่า ไม่ลับ เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ถ้าจะทำประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าความลับในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่า เป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่า ต้องเป็นเป็นความลับตลอดเวลา คือเป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับ ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้วอีก2เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วรู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้นพูดไม่ได้ เพราะมันรู้ว่าถูกเปิดเผยออกมาแล้ว”
ความคิดเห็นของนักกฎหมายคนสำคัญของประเทศ2คนนี้ น่าจะเป็นเหตุผลที่รับฟังได้ว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโมฆะ ขณะนี้ได้มีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญ และมีหลายช่องทาง หลายบุคคล หลายหน่วยงาน หลายองค์กร ที่กำลังยื่นให้มีการวินิจฉัยเรื่องนี้ ก็ต้องเรียนว่า การชี้ขาดว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นดุลย์พินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่อยากจะก้าวล่วง หรือไม่อาจก้าวล่วงได้
แต่ในฐานะส่วนตัวเป็นนักวิเคราะห์การเมือง เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน เรียนทางด้านกฎหมายมาบ้าง เห็นว่าบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อปี 2549 ได้วินิจฉัยเรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต. จัดการเลือกตั้งหันคูหาออกนอก ทำให้มีบุคคลภายนอกสามารถล่วงรู้ได้ว่า ใช้สิทธิ์ลงคะแนนให้กับใคร จึงมีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ จึงทำให้ต้องเลือกตั้งใหม่
แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ปี 2569 มีการพิมพ์คิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด ลงไปในบัตรเลือกตั้งทุกใบ และสามารถสืบเสาะค้นหาตัวบุคคล และการลงคะแนนได้ ซึ่งแสดงว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 อย่างชัดเจน
การเลือกตั้งเมื่อปี 2549 อาจจะมีการบ่งบอกถึงการลงคะแนนไม่เป็นความลับ แค่บางหน่วยเลือกตั้ง หรือบางเขต แต่การเลือกตั้งในปี 2569 นี้ ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ลับ ทุกบัตรเลือกตั้ง ทุกใบ จึงไม่มีเหตุผลอื่นใดเลย ว่าการเลือกตั้งปี 2569 จะไม่เป็นโมฆะ
จึงยืนยันว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา โอกาสที่จะเป็นโมฆะสูงมาก และเมื่อรวบรวมหรือประมวลความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า เป็นความลับหรือไม่ นอกจากความเห็นของ อาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล อาจารย์วิษณุ เครืองามแล้ว ยังมีบุคคลที่น่าสนใจอีกหลายคน ที่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ในลักษณะว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เช่น อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ ฯลฯ
ในความเห็นส่วนตัว ไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆกับการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ได้แสดงความเห็นในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง และเห็นว่าการเลือกตั้งปี 2569 นี้ สุ่มเสี่ยงต่อการโมฆะจริงๆ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี