วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ศาลให้ประกันสมยศกับพวกรวม3 คน ส่วนทนายอานนท์นอนคุกต่อ ไม่ยื่นประกัน ยันสู้คดีถึงที่สุดเพราะทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องพิจารณา 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมิ่นเบื้องสูงฯ หมายเลขดำ อ.498/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายความฯ จำเลยที่ 1 , นายพริษฐ์ หรือ เพนกวิน ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม จำเลยที่ 2 , นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 3 , น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ จำเลยที่ 4 , น.ส.ณัฏฐธิดา หรือ แหวน มีหวังปลา จำเลยที่ 5 , นายพรหมศร หรือ ฟ้า ทะลุวัง วีระธรรมจารี จำเลยที่ 6 และ น.ส.อินทิรา หรือ ทราย เจริญปุระ นักแสดงชื่อดัง จำเลยที่ 7 เป็นจำเลยในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก, ความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เดือนพฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันจัดชุมนุมสาธารณะ บริเวณ ถ.พหลโยธิน และบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน โดยพวกจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวน 2,000 คน และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกพวกจำเลยไม่ยกเลิกการชุมนุม โดยระหว่างการชุมนุมพวกจำเลยปราศรัยให้ผู้ฟังเข้าใจผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันฯ

จำเลยทั้งเจ็ด ให้การปฏิเสธ และระหว่างการพิจารณานายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2
ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางนำสืบแล้วเห็นว่า จำเลยบางคนมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 9, 18 และจำเลยที่ 1 และที่ 3 - 6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยการกระทำของจำเลย ที่ 1, 3, 4, 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
และทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 3 - 6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 คนละ 2 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คงปรับจำเลยที่ 1, ที่ 3 - 6 คนละ 10,000 บาท และฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1, 3 - 6 เป็นพินัยคนละ 200 บาท รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา และปรับคนละ 10,200 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับ 10,200 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

และหากไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยให้บังคับตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 มาตรา 30, 31 และส่วนของจำเลยที่ 1 ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1629/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.4019/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2495/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.2841/2566), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2804/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.25/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2847/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.1863/2567) ของศาลอาญานี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1522/2567 (หมายเลขแดงที่ 3040/2566) ของศาลอาญานี้ด้วยข้อหาและคำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก
ส่วน น.ส.อินทิรา หรือ ทราย จำเลยที่ 7 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอได้ว่าเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยอื่นไปร่วมชุมนุมหรือปราศรัยด้วย จึงพิพากษายกฟ้อง
ต่อมาทนายความจำเลยยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ความคืบหน้าล่าสุด ภายหลังฟังคำพิพากษา ทนายความจำเลยที่ 3,4,6 ยกเว้นนายอานนท์จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง สามคนระหว่างอุทธรณ์คดี

นายสมยศ พฤษภาเกษมสุข หนึ่งในจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเปิดเผยว่า ตนขอขอบคุณศาลที่ให้สิทธิในการประกันตัว และยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ สู้ให้ถึงที่สุดแน่นอน และแสดงความบริสุทธิ์ไปว่าสิ่งที่พวกเราปราศรัยไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 นั้นเป็นการทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง โดยหลังจากนี้ตนจะทำตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัดในการมารายงานตัวตามกำหนด
" ตนขอเรียกร้องให้เพื่อนนักโทษทางการเมืองอีก 60 ชีวิต ไม่ควรถูกคุมขัง เพราะถ้าเราจะเป็นประชาธิปไตย มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีรัฐบาลประชาธิปไตย จะต้องไม่มีนักโทษการเมืองติดคุก ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่จัดการกับนักโทษทางการเมือง ตนคิดถึงนายอานนท์ นำภา และพรรคพวก อยากให้พวกเขาได้รับสิทธิ์ในการประกันตัวด้วย.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี