วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้อาจารย์มีประชุมกับฝ่ายกฎหมายอย่างเป็นทางการนัดแรก ร่วมกับกลุ่มไทยภักดี คุณภูดิส กลิ่นวิชิต กรรมการบริหารพรรค คุณชวลักษณ์ เวียงวิเศษ โฆษกพรรค และอ.กบ กฤษณพงศ์ เกียรติศักดิ์ ที่สนับสนุนข้อมูลเชิงลึก ต่อกรณีคำสั่งรมต.ศึกษา ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เรื่องการรับนักเรียนต่างด้าวทุกคนที่อาศัยในประเทศไทย ให้มีโอกาสทางการศึกษาในสังกัด ศธ. โดยไม่จำกัดระดับประเภทหรือพื้นที่การศึกษา
ที่มาของประกาศนี้สอดคล้องกับมติครม.เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 ซึ่งเป็นยุคที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายก จากเดิมจำกัดไว้บางกลุ่ม แต่ตอนนี้เปิดกว้างหมดเลย
เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของคนไทย เพราะเป็นการเอาภาษีของชาติมาอุ้มคนต่างด้าว ให้มีสิทธิ์ในลักษณะเทียบเท่าพลเมืองไทย ให้ต่างด้าวเรียนฟรีในสังกัดศธ.ได้ นี่มันอะไรกัน
แล้วยังมีเรื่องความพยายาม ในการออกสัญชาติให้แรงงานด่างด้าว และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ผลักดันโดยพวก NGO หากยังปล่อยให้กระบวนเหล่านี้รุกคืบต่อไป แรงงานต่างด้าวจะได้รับสิทธิ์พลเมืองไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแรงงานพม่า ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ ทั้งด้านภาษี ด้านความสงบเรียบร้อย และยังหมายถึงการมีโอกาสที่ไทยจะเป็นฐานต่อสู้กับรัฐบาลพม่า ซึ่งเป็นแผนการแทรกแซงของต่างชาติเช่นกัน
นี่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ยังไม่รวมกับขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอื่น ๆ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้หน่วยงานความมั่นคงมีอยู่ในมือ แต่รอเวลาหรือเกียร์ว่างก็แล้วแต่
อาจารย์ในฐานะประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และทีมอาสาเพื่อชาติทุกคน พร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ไข ผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ แผนการต่าง ๆ นั้นถูกปูมาตั้งแต่ยุคแดงเรืองอำนาจ
หากวันนี้น้ำเงินยังอยู่ใต้บาดาล อีกไม่นานคงได้สิ้นชาติเป็นแน่
คงพอมองภาพออกแล้วว่า ทำไมรัฐบาลยุคใหม่ต้องเป็นน้ำเงินแท้
อาจารย์ไม่เคยคิดว่าจะต้องลงมาทำถึงขนาดนี้ แต่เมื่อได้รับฟังข้อมูลจากกลุ่มไทยภักดี ก็เห็นว่าเราต้องมีงานเพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากประเด็นที่เล็งแก้ไขให้ได้
จากที่เน้นการสอนธรรมและปกป้องพระศาสนา ก็เพิ่มมาสู่การปกป้องชาติด้วย เพราะหากมุ่งเฉพาะภาพรวมของอำนาจใหญ่ระหว่างฝั่งรักชาติกับล้มชาติ ก็จะเปิดช่องให้กระบวนการบ่อนทำลายความมั่นคงตีกินไปเรื่อย ๆ เพราะไม่ได้อยู่ในสปอตไลต์ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อาจสายเกินแก้
มิน่าเดี๋ยวนี้มีภัตตาคารอาหารพม่าเริ่มขยายวงเข้ามาในกรุงเทพชั้นในแล้ว
เราต้องตื่นยิ่งกว่าตื่น เพราะแดงส้มมันเอาจริงมานานแล้ว แต่ข้าราชการการเมืองและประจำ เกียร์ว่างเป็นปกติวิสัย ไม่คำนึงถึงความเสียหายใหญ่หลวงของแผ่นดิน ภาคประชาชนจึงต้องตื่นขึ้นมาปกป้องชาติอย่างจริงจัง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี