วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
อ.อัจฉราวดี ชี้ช่องโหว่ประกาศ ศธ. ปมสิทธิเด็กต่างด้าว กระทบภาษีคนไทย-ความมั่นคงชาติ

อ.อัจฉราวดี ชี้ช่องโหว่ประกาศ ศธ. ปมสิทธิเด็กต่างด้าว กระทบภาษีคนไทย-ความมั่นคงชาติ

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.43 น.

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า วันนี้อาจารย์มีประชุมกับฝ่ายกฎหมายอย่างเป็นทางการนัดแรก  ร่วมกับกลุ่มไทยภักดี คุณภูดิส กลิ่นวิชิต กรรมการบริหารพรรค  คุณชวลักษณ์  เวียงวิเศษ โฆษกพรรค และอ.กบ กฤษณพงศ์  เกียรติศักดิ์   ที่สนับสนุนข้อมูลเชิงลึก ต่อกรณีคำสั่งรมต.ศึกษา  ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569  เรื่องการรับนักเรียนต่างด้าวทุกคนที่อาศัยในประเทศไทย ให้มีโอกาสทางการศึกษาในสังกัด ศธ. โดยไม่จำกัดระดับประเภทหรือพื้นที่การศึกษา  

ที่มาของประกาศนี้สอดคล้องกับมติครม.เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2548  ซึ่งเป็นยุคที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายก จากเดิมจำกัดไว้บางกลุ่ม  แต่ตอนนี้เปิดกว้างหมดเลย


เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของคนไทย เพราะเป็นการเอาภาษีของชาติมาอุ้มคนต่างด้าว  ให้มีสิทธิ์ในลักษณะเทียบเท่าพลเมืองไทย ให้ต่างด้าวเรียนฟรีในสังกัดศธ.ได้  นี่มันอะไรกัน

แล้วยังมีเรื่องความพยายาม ในการออกสัญชาติให้แรงงานด่างด้าว และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ผลักดันโดยพวก NGO หากยังปล่อยให้กระบวนเหล่านี้รุกคืบต่อไป  แรงงานต่างด้าวจะได้รับสิทธิ์พลเมืองไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแรงงานพม่า  ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ ทั้งด้านภาษี  ด้านความสงบเรียบร้อย และยังหมายถึงการมีโอกาสที่ไทยจะเป็นฐานต่อสู้กับรัฐบาลพม่า  ซึ่งเป็นแผนการแทรกแซงของต่างชาติเช่นกัน

นี่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ยังไม่รวมกับขบวนการที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอื่น ๆ     ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้หน่วยงานความมั่นคงมีอยู่ในมือ  แต่รอเวลาหรือเกียร์ว่างก็แล้วแต่ 

อาจารย์ในฐานะประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และทีมอาสาเพื่อชาติทุกคน พร้อมผลักดันให้เกิดการแก้ไข ผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ แผนการต่าง ๆ นั้นถูกปูมาตั้งแต่ยุคแดงเรืองอำนาจ 

หากวันนี้น้ำเงินยังอยู่ใต้บาดาล อีกไม่นานคงได้สิ้นชาติเป็นแน่

คงพอมองภาพออกแล้วว่า ทำไมรัฐบาลยุคใหม่ต้องเป็นน้ำเงินแท้

อาจารย์ไม่เคยคิดว่าจะต้องลงมาทำถึงขนาดนี้  แต่เมื่อได้รับฟังข้อมูลจากกลุ่มไทยภักดี ก็เห็นว่าเราต้องมีงานเพิ่มเข้ามา นอกเหนือจากประเด็นที่เล็งแก้ไขให้ได้   

จากที่เน้นการสอนธรรมและปกป้องพระศาสนา  ก็เพิ่มมาสู่การปกป้องชาติด้วย  เพราะหากมุ่งเฉพาะภาพรวมของอำนาจใหญ่ระหว่างฝั่งรักชาติกับล้มชาติ ก็จะเปิดช่องให้กระบวนการบ่อนทำลายความมั่นคงตีกินไปเรื่อย ๆ เพราะไม่ได้อยู่ในสปอตไลต์ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็อาจสายเกินแก้

มิน่าเดี๋ยวนี้มีภัตตาคารอาหารพม่าเริ่มขยายวงเข้ามาในกรุงเทพชั้นในแล้ว

เราต้องตื่นยิ่งกว่าตื่น เพราะแดงส้มมันเอาจริงมานานแล้ว แต่ข้าราชการการเมืองและประจำ เกียร์ว่างเป็นปกติวิสัย ไม่คำนึงถึงความเสียหายใหญ่หลวงของแผ่นดิน  ภาคประชาชนจึงต้องตื่นขึ้นมาปกป้องชาติอย่างจริงจัง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top