อัษฎางค์ ชี้ตำนาน 18 ปี! จาก ผู้ค้ำบัลลังก์ สู่ เจ้าของบ้าน เนวิน-ภูมิใจไทย ผงาดกุมอำนาจรัฐ 2569

อัษฎางค์ ชี้ตำนาน 18 ปี! จาก ผู้ค้ำบัลลังก์ สู่ เจ้าของบ้าน เนวิน-ภูมิใจไทย ผงาดกุมอำนาจรัฐ 2569

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.25 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ประวัติศาสตร์การเมือง: เนวิน ชิดชอบ จากเพื่อนเนวิน "ผู้ค้ำบัลลังก์" สู่ "เจ้าของบ้าน“ ภูมิใจไทย

ย้อนไปในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชาชน ส่งผลให้เกิดสภาวะสุญญากาศทางการเมืองที่แต่ละฝ่ายต้องรีบชิงความได้เปรียบ ขั้วเพื่อไทย (เดิมคือพลังประชาชน) พยายามจะรวมเสียงเพื่อดัน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ขึ้นเป็นนายกฯ แต่ในขณะเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ (เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น) ก็เริ่มปฏิบัติการเดินสายเจรจาลับทันที


นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้นัดเจรจากับแกนนำกลุ่มต่างๆ ที่เคยร่วมรัฐบาลกับทักษิณ โดยเฉพาะ กลุ่มเพื่อนเนวิน (นำโดยนายเนวิน ชิดชอบ) และ กลุ่มพรรคร่วมอื่นๆ

การเจรจาคือการขอให้กลุ่มเหล่านี้ "สลับขั้ว" มายกมือโหวตให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ

มีรายงานว่าในคืนที่มีการเจรจา มีการโทรศัพท์เช็คชื่อ ส.ส. เป็นรายบุคคลเพื่อให้มั่นใจว่าเสียงจะพอสำหรับการพลิกขั้ว

จังหวะนี้เองที่เป็นบริบทของคำพูด "มันจบแล้วครับนาย" เมื่อทักษิณพยายามโทรมาล็อบบี้กลับ แต่นายเนวินเลือกข้างชัดเจนแล้ว

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 15 ธันวาคม 2551 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับคะแนนเสียง 235 เสียง ชนะ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่ได้ 198 เสียง

กำเนิดพรรคภูมิใจไทย

หลังจากที่กลุ่ม "เพื่อนเนวิน" พลิกขั้วมาสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ช่วงปลายปี 2551 กลุ่มเพื่อนเนวินที่แยกตัวออกมา ได้รวมตัวกันตั้งเป็น "พรรคภูมิใจไทย"

อย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา และนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล (บิดาของนายอนุทิน) ได้รับการตอบแทนสำคัญ โดยได้คุม "กระทรวงเกรดเอ" อย่างกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนี่คือ "กล่องดวงใจ" ของ

การบริหารราชการแผ่นดิน

การได้คุมกระทรวงเกรดเอทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถแปรสภาพจากกลุ่มการเมือง ให้กลายเป็นพรรคการเมืองขนาดกลางที่เข้มแข็ง มีทั้งทุนและเครือข่ายหัวคะแนนที่แน่นปึ้ก จนกลายเป็น

ตัวแปรสำคัญ ที่ขาดไม่ได้ในการจัดตั้งรัฐบาลทุกสมัยต่อมาจนถึงปัจจุบัน

จาก "วันนั้น" (2551) สู่วันนี้ (2569)

เนวินในวันนั้นคือ "ผู้ถูกเลือก" ให้เป็นตัวแปร เขาเป็นเพียงหัวหน้ามุ้งการเมือง ที่มีงูเห่าในมือ 20-30 เสียง และเขาจำเป็นต้องพึ่งพา "ภาพลักษณ์" ของอภิสิทธิ์ เพื่อล้างมลทิน

อำนาจของเนวินวันนั้นคือ "อำนาจในการต่อรอง" ยังไม่ใช่คนกำหนดเกมหลักทั้งหมด

แต่วันนี้เขาอยู่ในบทบาท "ผู้กำหนดกติกา" ในฐานะ "ครูใหญ่" ที่ไม่ได้เป็นแค่หัวหน้ามุ้ง แต่เป็นเจ้าของสถาบันทางการเมือง

พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ วันนี้เนวินไม่ต้องง้อใครมาเป็นหน้าฉากอีกต่อไป

วันนั้น (2551) พันธมิตรเฉพาะกิจ ที่ทั้งคู่ต่างต้องการกันและกัน อภิสิทธิ์ต้องการเสียงเพื่อเป็นนายกฯ ส่วนเนวินต้องการอภิสิทธิ์ เป็นเกราะกำบังทางการเมือง

วันนี้ เนวิน (ผ่านร่างทรงในพรรค) คือ "เจ้าของอำนาจรัฐ" โดยสมบูรณ์ โดยไม่ต้องง้อใครมาเป็นหน้าฉากอีกต่อไป

อภิสิทธิ์ในฐานะ "เสาหลักแห่งมโนธรรม" ในยุคการเมืองเชิงผลประโยชน์ การที่คุณอภิสิทธิ์รักษาจุดยืนไว้ ทำให้เขา (และสิ่งที่เขาเป็นตัวแทน) ยังคงเป็น "ทางเลือก"

อภิสิทธิ์พิสูจน์แล้วว่าเขาเลือกที่จะรักษา "ระบอบ" (ประชาธิปไตยในอุดมคติ) มากกว่ารักษา "อำนาจของตัวเอง" ซึ่งในทางรัฐศาสตร์ นี่คือวิถีรัฐบุรุษ มากกว่านักเลือกตั้ง

วิถีอภิสิทธิ์ คือ "เข็มทิศ" ที่ชี้ทิศเหนือเสมอ แม้พายุจะแรงแค่ไหน เข็มทิศจะไม่แกว่ง เพื่อเตือนสติว่า "ทางที่ถูก" คือทางไหน

วิถีเนวิน-อนุทิน คือ "กัปตันเรือและช่างเครื่อง" ที่ยอมลดใบเรือ ยอมเปลี่ยนเส้นทาง หรือยอมทิ้งสัมภาระบางอย่าง เพื่อประคองเรือให้รอดจากพายุ และพาผู้โดยสาร (ประชาชน) ไปถึงฝั่งให้ได้

โดยไม่ยึดติดว่าต้องไปเส้นทางไหน ขอแค่ "ถึงเป้าหมายและรอดตาย"

ดังนั้น ในปี 2569 ที่ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล หากมองในแง่บวก นี่คือชัยชนะของ "กลุ่มคนที่อาจจะเป็นสิ่งที่สังคมไทยในยุคนี้ต้องการมากที่สุด มากกว่าอุดมการณ์ ถ้าอ้างอิงจากผลการเลือกตั้ง

ขอบคุณ : เอ็ดดี้ อัษฎางค์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top