วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ลุยจับพิรุธ‘บัตรเลือกตั้งใหม่’
‘สภาสูง’สอบกกต.
ปมไร้‘เลขต้นขั้ว-บาร์โค้ด’
เสี่ยงโมฆะลงคะแนนใหม่
‘เท้ง’ขู่ฟ่อขอ2วันฟ้องม.157
‘สมชัย’ฟันฉับผิดระเบียบชัด
ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สภาสูง อุ่นเครื่องเตรียมสอบ กกต.ชี้จุดสลบบัตรเลือกตั้งใหม่ มาตรฐานเพี้ยน มีบาร์โค้ด แต่ไร้หมายเลขรหัส ย้อนศรบัตรเดิมวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จี้ดันเลือกตั้งใหม่ยกแผง ด้าน “สมชัย”ให้ฉายาบัตรมรณะ “เท้ง- ณัฐพงษ์”แย้ม 1-2 วันชัดเจน พรรคปชน.เตรียมยื่นฟ้อง กกต.เอาผิดมาตรา 157 ลูกหาบเร่งตีปี๊บบัตรเขย่ง3 แสนใบ ขณะที่ ‘เพื่อไทย’สั่งเบรกลูกพรรค อย่าไปผสมโรงกับพวกนักร้อง หลังมีโอกาสซุกปีก‘อนุทิน’
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า มีประเด็นที่ตรวจพบว่าบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไม่มีการกำหนดหมายเลข ซึ่งต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงไม่ใช่บัตรที่รันหมายเลข ที่มีประเด็นถูกตรวจสอบได้ว่าการออกเสียงไม่เป็นความลับ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นลงคะแนนให้ผู้ใดได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวตนยังรอคำชี้แจงอย่างชัดเจนจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ และนำเข้ากมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาต่อไป
ถ้าผิดก็ต้องเลือกตั้งใหม่
เมื่อถามว่ามองว่ามาตรฐานบัตรเลือกตั้งที่ต่างกัน มองว่าจะนำไปสู่การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดได้หรือไม่ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในกรณีดักงล่าวต้องพิจารณาในหลายขั้นตอน ซึ่งกรณีปัญหาของคิวอาร์โค้ด หรือ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้การออกเสียงเป็นความลับหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ตนมองว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนหากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
“ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลักการว่าหากการเลือกตั้งไม่เป็นไปในทางลับจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ หากเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบข้อสังเกตเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดพลาดที่ส่งผลให้เจตนารมณ์ของประชาชนเปลี่ยนไป ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้” นายนรเศรษฐ์ กล่าว
‘เท้ง’แย้ม2วันชัดฟ้องม.157
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ เดินทางมายังที่ทำการพรรค อาคารอนาคตใหม่ ย่านรามคำแหง โดยได้ทักทายผู้สื่อข่าว และกล่าวตอบสั้นๆ ถึงความคืบหน้าในการยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สืบเนื่องจากการจัดเลือกตั้ง ว่า อีก 1-2 วันจะมีความชัดเจน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้าอาคารไป.
นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร แต่ยังสามารถสแกนบาร์โค้ดได้อยู่ ว่า บัตรใหม่ไม่มีต้นขั้วจะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ทำให้อนุมานได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ จึงถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาลว่าเป็นการแสดงเจตนาว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 มีปัญหาจริงๆ
นายธีระ กล่าวถึงปัญหาบัตรเขย่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ที่เป็นจำนวนมาก ว่า ถ้ากกต.อธิบายไม่ได้ก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ซึ่งหากบัตรเขย่งที่เกิดขึ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สะท้อนว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มาใช้สิทธิ์ แต่เกิดจากการเขย่งของบัตรที่ไม่รู้ว่าใครไปกาแทนให้
ย้ำบัตรเขย่ง 3 แสนใบ
เมื่อถามย้ำว่าจากการเก็บข้อมูลของนักวิชาการพบว่ามีจำนวนบัตรเขย่งทั่วประเทศ 3 แสนใบ มีความผิดปกติที่จะทำให้กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า จะต้องไปดูบัตรเขย่งในแต่ละเขต เพราะบางหน่วยอาจจะเขย่งหลักร้อย บางเขตหลักพัน แต่ต้องยอมรับว่าในภาพรวมเขย่ง 3 แสนใบเป็นยอดที่ผิดปกติมาก เพราะการเลือกตั้งครั้งก่อนก็มีบัตรเขย่งไม่มาก ซึ่งหากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมทั้งประเทศก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งนอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเด็นมันบานปลายอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองด้วย จึงไม่มั่นใจว่าในทางปฏิบัติกกต.จะต้องรอความชัดเจนว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลหรือไม่ เพราะหากไปถึงศาลคงต้องรอว่าศาลจะมองว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ถ้าศาลมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2549 ก็จะได้จัดการเลือกตั้งใหม่ทีเดียว ไม่ต้องจัดใหม่เป็นรายเขต
เตือนบัตรมรณะถึงติดคุก
นายเจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ ตำหนิกกต.ว่า
ขยันในการปรับนู่นเปลี่ยนนี่ แล้วก็ไม่มีคำอธิบาย ถ้าเกิดท่านชี้แจง ตั้งแต่แรก ที่บอกว่าบัตรเลือกตั้งมีกี่แบบ สีเขียว สีชมพู หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ละอันมีไว้เพื่อทำแบบไหน บัตรสีเหลือง ประชามติทำเพื่ออะไร วันนี้ท่านเปลี่ยนบัตรอีก ท่านไม่นึกเลยเหรอครับ คำอธิบายที่ท่านบอกอยู่ ว่าคิวอาร์ บาร์โค้ด มีไว้ทำไม
นายเจษฎ์ ยังเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงทางกฎหมาย หาก กกต. ยังไม่สามารถเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ซึ่งจะสร้างความเสียหายมหาศาล เพราะไม่ใช่แค่การเลือกตั้งซ่อมบางจุด แต่หมายถึงการรื้อทิ้งทั้งระบบที่ทำมาทั้งหมด
“วันนี้ สิ่งที่ท่านอธิบายไว้เดิมหายไปไหนล่ะครับ คนเขาก็ไปยื่นแล้ว ว่าท่านละเมิดสิทธิและเสรีภาพของเขา จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การนับคะแนนใหม่ บางหน่วยก็ยังมีปัญหาอยู่ ถ้าท่านจะสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ส่วนการเลือกตั้งใหม่ ท่านดูแลแบบนี้ มันก็จะไปรื้อสิ่งที่ท่านทำไว้ทั้งหมดแต่เดิม เพราะคำอธิบายไม่สอดคล้องกันครับ และตัวท่านเองก็เหมือนกัน ไม่มีใครอยากเอาผิดเอาโทษท่านหรอก แต่ถ้าเกิดท่านทำแบบนี้ แล้วมันกลายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คุกตารางก็จะรอท่านอยู่อีก” นายเจษฎ์ กล่าว
นายเจษฎ์ ยังอยากให้ กกต. ออกมาตอบคำถามให้ชัดเจนในระดับที่เด็กก็ต้องเข้าใจเพื่อพาประเทศ
ออกจากปลักทางการเมืองที่เน่าเฟะ และก้าวไปสู่การเลือกตั้งที่สากลยอมรับเสียที
“สมชัย” สับบัตรเลือกตั้งมรณะ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จบครับ นักสืบปัวโรท์ ดร.เรือบิน กับ โคนัน ธนารัตน์ เฉลยคดีปริศนาบัตรมรณะ เป็นที่เรียบร้อย คดีนี้ แม้ กกต. พยายามซ่อนเร้น ลบตัวเลขในต้นขั้วบัตรทิ้ง แต่สองนักสืบ gen X ที่สกิลขั้นเทพยังทำให้ปรมาจารย์ baby boomer ได้อายทีเดียว
บัตรสีเขียวทุกใบที่ใช้ มี QR Code เหมือนเดิม สแกนแล้ว เจอความแตกต่างเป็นกลุ่มรหัส กลุ่มรหัสละไม่เกิน 20 ใบ เท่ากับจำนวนบัตรใน 1 เล่ม รหัส QR Code ในบัตรสีเขียวจึงไม่ใช่รหัสมรณะ เพราะโยงกลับได้แค่เล่ม
บัตรชมพูใหม่ ยังมี Bar Code อยู่ข้างใต้ แต่ต้นขั้วไม่มีหมายเลขบัตร หรืออาจมีแต่ใช้เทคโนโลยีพิมพ์ด้วยหมึกที่มองไม่เห็น ซึ่ง กกต. คิดว่า การไม่แสดงหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร จะช่วยปิดบังอำพราง ไม่มีใครสืบย้อนกลับได้ว่า ใครเลือกใคร ดังนั้น การเลือกตั้งก็จะสุจริตและเที่ยงธรรม
สองนักสืบตามสแกนบัตรทุกใบตอนนับคะแนนพบว่า ทุกใบ มีรหัส Bar Code ที่ต่างกัน ถอดเป็นรหัส 9 หลัก ตัวแรกขึ้นต้นด้วย A ตามด้วยเลข 8 ตัว จึงเท่ากับเป็นหมายเลขบัตรแต่ละใบที่อาจพิมพ์ด้วยหมึกที่มองไม่เห็นที่ต้นขั้วบัตร
ส่วนการเฉลยว่าใครเลือกใครในหน่วยเลือกตั้งนี้ สองนักสืบไปไกลเกินกว่า กกต. อีกขั้น โดยไม่ง้อตัวเลขล่องหนที่ต้นขั้วแล้ว สามารถระบุได้เป๊ะ ๆ ว่า แต่ละคนที่มาใช้สิทธิทั้ง 300 กว่าคนเลือกใคร หนังตื่นเต้นแบบนี้ รออ่านตอนจบภาคสองครับ To be continue……
พท.เบรคลูกพรรครุกกกต.
ประเด็นดังกล่าว นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องชี้แจง
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยติดตามเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อวานที่ผ่านมาก็เห็นชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบบัตรเลือกตั้ง จะมีการยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีข้อสรุปในส่วนนี้ ต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายก่อน
กกต.จัดประชุมเครียด
บ่ายวันเดียวกันมีการประชุม กกต.ยกคณะ คาดว่าจะพิจารณาเรื่องการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 กพ.รวมทั้งรวมถึงอาจจะมีการพิจารณาถึงประเด็นข้อถกเถียงของสังคมเรื่องบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่ ซึ่งมีการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ปรากฏว่าบัตรเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ บริเวณด้านล่างบัตรยังคงมีการพิมพ์บาร์โคดเช่นเดิม แต่ไม่ปรากฏหมายเลขต้นขั้วบัตรเลือกตั้งเหมือนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 และ 8 ก.พ.69 รวมถึงความคืบหน้าการประกาศคะแนน และประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
สำหรับบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่นั้น มีรายงานจากวงในสำนักงาน กกต.พบว่าบัตรเลือกตั้งที่ใช้ลงคะแนนใหม่นั้น มีการจัดพิมพ์ใหม่ เป็นไปตามระเบียบกกต.เนื่องจากบัตรที่เหลือจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. นั้น ถูกเจาะทำลายหมดแล้วเป็นไปตามแนวระเบียบทุกครั้งที่การเลือกตั้งเสร็จสิ้น ซึงก็ได้มีการพูดคุยกันถึงความพยายามที่จะตรวจสอบการบัตรเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการลงคะแนนใหม่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี