อิ๊งค์โวแหลก  ‘แม้ว’เลิกเล่นการเมือง  หลังพ้นคุก11พฤษภาฯนี้

อิ๊งค์โวแหลก ‘แม้ว’เลิกเล่นการเมือง หลังพ้นคุก11พฤษภาฯนี้

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“แพทองธาร” พร้อมสามี และ “ทนายวิญญัติ” เข้าเยี่ยม“ทักษิณ” เผยบิดาเตรียมวางมือทางการเมืองแน่นอนหลังพ้นคุกระบุทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมาย คาดเกณฑ์พักโทษปล่อยตัว 11 พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์2569 ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” สามี และนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนครอบครัว ซึ่งถือเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 43 ขณะที่นายทักษิณถูกคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 5 เดือน 17 วัน ยังมีมวลชนคนเสื้อแดงเดินทางมารวมตัวรอให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง


ต่อมา ภายหลังจากที่ทั้งหมดได้ใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำโดยใช้เวลาประมาณ 45 นาที น.ส.แพทองธาร เปิดเผยกรณีเกณฑ์การพักโทษของนายทักษิณ ว่า ซึ่งตามระเบียบต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับสิทธิพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของโทษทั้งหมด 1 ปี โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งกรณีของนายทักษิณจะเข้าเกณฑ์ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดย น.ส.แพทองธาร ระบุสั้น ๆ ว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน” ส่วนการพูดคุยในวันนี้เป็นการสนทนาเรื่องทั่วไป โดยตนได้เล่าเรื่องทริปท่องเที่ยวที่เพิ่งไปมาให้คุณพ่อฟัง

เมื่อถามถึงการเตรียมกำหนดการรองรับหากได้รับการพักโทษ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นไปตามกระบวนการเมื่อถามถึงอนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ หากได้รับการปล่อยตัวแล้วจะวางมือทางการเมืองเลยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า นายทักษิณเข้าไปอยู่ในเรือนจำมานานถึง 6 เดือนแล้ว ก็น่าจะวางมืออย่างแน่นอน ไม่มีไม่วางหรอกค่ะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารชี้แจง กรณี “การพักการลงโทษของอดีตนายกรัฐมนตรี” ระบุว่า ด้วย นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2568 จะพันโทษ ในวันที่ 9 ก.ย. 2569

ราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ในส่วนของการพักโทษ หากนักโทษเด็ดขาดรายใดมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก หรือการพักการลงโทษ และได้รับการปล่อยตัว ต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564

กล่าวคือ นายทักษิณ จะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี และต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ โดยจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ ในวันที่ 10 พ.ค. 2569 และสามารถปล่อยตัวพักการลงโทษได้ในวันถัดไปคือ ในวันที่ 11 พ.ค. 2569

ทั้งนี้ การคำนวณระยะเวลาการเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษนั้น กรมราชทัณฑ์ ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งบัญญัติว่า ในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็น 1 วันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับ 30 วัน เป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ ดังนั้น ในการคำนวณโทษของ นายทักษิณ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี (1 ปี = 12 เดือน 5 วัน = 365 วัน) จึงเท่ากับ 8 เดือน 4 วัน หรือ 244 วัน ซึ่งตรงกับ วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวได้ในวันถัดไป คือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

สำหรับการจะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ติดตามตัวกับนายทักษิณหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย จึงเป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมิได้เลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top