เทพไท ชี้ทางสว่าง นายใหญ่ ยกโมเดล ครูใหญ่ ถอยคุมหลังฉาก กำกับเกมเงียบ ลดขัดแย้งสังคม

เทพไท ชี้ทางสว่าง นายใหญ่ ยกโมเดล ครูใหญ่ ถอยคุมหลังฉาก กำกับเกมเงียบ ลดขัดแย้งสังคม

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.58 น.

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "เทพไท - คุยการเมือง" ระบุว่า  แนะนายใหญ่ เอาอย่างครูใหญ่

ผมได้ทราบข่าวจากกรมราชทัณฑ์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จะได้รับการพักโทษในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากได้ถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา2ใน3ของโทษที่ได้รับ คือ1ปี และถูกจำคุกมาแล้วเป็นเวลา8เดือน ถือว่าเข้าเกณฑ์ของการพักโทษ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์


ผมในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาด้วยกัน และผ่านการถูกคุมขังในเรือนจำ จนได้รับสิทธิ์การพักโทษ จากการถูกจำคุก2ใน3เช่นเดียวกับนายทักษิณ รู้สึกยินดีที่นายทักษิณได้รับอิสรภาพ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การพักโทษ ก็ยังดีกว่าถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ และเมื่อวานที่ผ่านมา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรม 
หลังจากเข้าเยี่ยมแล้วได้พบกับผู้สื่อข่าว ซึ่งได้ถามนางสาวแพทองธารว่า “อนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ หากได้รับการปล่อยตัวพักโทษแล้ว จะวางมือทางการเมืองเลยหรือไม่” นางสาวแพทองธารตอบว่า “นายทักษิณเข้าไปอยู่ในเรือนจำนานถึง6เดือนแล้ว ก็น่าจะวางมืออย่างแน่นอน ไม่มีไม่วางหรอกค่ะ”

ซึ่งแสดงว่าเป็นความต้องการของนางสาวแพทองธารผู้เป็นลูก ที่เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้ ไม่เอื้อให้นายทักษิณเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง และควรจะวางทางการเมืองได้แล้ว แต่การที่ทักษิณจะวางมือทางการเมืองหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวนายทักษิณเอง และจะต้องได้รับคำยืนยันจากปากของนายทักษิณเองว่า จะวางมือทางการเมืองจริงหรือไม่ ไม่ใช่ได้ยินจากปากของนางสาวแพทองธาร ซึ่งมีเจตนาให้นายทักษิณวางมือ ถ้านายทักษิณวางมือทางการเมืองจริง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองที่มีปัญหาอยู่ นายทักษิณก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ หรือเป็นส่วนประกอบสำคัญของสถานการณ์ทางการเมือง ถ้านายทักษิณปล่อยวางได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เกรงว่าคนอย่างนายทักษิณ ซึ่งมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เป็นนักสู้ กลัวจะวางมือไม่ได้ เพราะที่ผ่านมานายทักษิณ ก็เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองของประเทศไทย และปัจจุบันยังเป็นผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และมวลชนเสื้อแดง

ถ้าทักษิณไม่สามารถวางมือทางการเมืองได้จริง ก็ไม่ควรเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบเปิดหน้า ควรเป็นผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองคอยอยู่เบื้องหลัง เป็นที่ปรึกษา หรือคอยกำกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นนายใหญ่ ไซึ่งถ้าหากว่าสามารถเปลี่ยนแปลงบทบาทจากผู้นำทางการเมืองมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับกรณีครูผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจ และเป็นผู้วางเกม เป็นผู้บงการการเมืองทั้งหมด ซึ่งจะเห็นว่าคนอยู่เบื้องหลัง จะไม่ตกเป็นเป้าถูกโจมตีการเมืองแต่อย่างใด

การที่ครูใหญ่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองของกลุ่มสีน้ำเงิน ถือว่าเป็นการวางตัวหรือวางบทบาทได้อย่างชาญฉลาด ที่ไม่มีใครสามารถโจมตีได้ การอยู่หลังฉากคอยกำกับทุกอย่าง จนประสบความสำเร็จในทุกด้าน ถ้านายใหญ่ต้องการที่จะเดินเกมทางการเมืองให้ประสบความสำเร็จ เหมือนกับครูใหญ่ในปัจจุบัน ก็ควรจะอยู่เบื้องหลังทางการเมืองดีกว่า การเปิดหน้าเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนอดีตที่ผ่านมา จะตกเป็นเป้าถูกโจมตี และจะสร้างความขัดแย้งในสังคม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวนายใหญ่ และบรรยากาศทางการเมืองของประเทศด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top