2สส.ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง  ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’  การันตีไม่เททิ้ง 'ธรรมนัส'

2สส.ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’ การันตีไม่เททิ้ง 'ธรรมนัส'

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

‘2สส.’ปักษ์ใต้โต้เสียงแข็ง

ลั่น‘ไม่ใช่งูเขียว’

การันตีไม่เททิ้ง 'ธรรมนัส'

พท.ฟุ้งมองการณ์ไกลร่วมรบ.

เล่นได้หมดไม่ว่าบทบาทไหน

‘นิด้าโพล’ค้าน4พรรคจูบปาก

นิด้าโพล เผยประชาชนไม่เห็นด้วย 4 พรรคดัง เพื่อไทย ประชาธิปัตย์  กล้าธรรม ประชาชน เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับภูมิใจไทย ขณะที่ 2 สส.งูเขียวสายใต้ยันไม่ทิ้งธรรมนัส ระบุไปไหนไปด้วยกัน ฝ่ายเพื่อไทย มองการไกล พร้อมเลือกตั้งใหม่

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความเห็นทั้งสนับสนุน หรือคัดค้านกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล ว่า พรรคเพื่อไทยฟังทุกเสียงทั้งจากบุคลากรทางการเมืองในพรรคหรือสมาชิกพรรค ซึ่งต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีนโยบายในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด รวมถึงเป็นพรรคการเมืองที่มีเวทีปราศรัยมากที่สุด ดังนั้น จึงมีหลายคนรอนโยบายจากพรรคเพื่อไทย แต่เมื่อไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องคิดต่อว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะสามารถขับเคลื่อนงานได้ส่วนหนึ่ง จึงคิดว่าเป็นประโยชน์


นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเสียงที่บอกว่ายังไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปร่วมรัฐบาล และเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยในการทำหน้าที่บทบาทฝ่ายค้านนั้น เรื่องนี้เราก็ยินดีรับฟัง เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นมาหมดแล้วทั้งฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ซึ่งทั้งสองบทบาทต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ดีด้วยกันทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนทั้งที่เลือกหรือไม่ได้เลือกพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่าไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะอยู่ในบทบาทใด เราจะปฎิบัติหน้าที่ในทุกบทบาทให้ดีที่สุด และการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยต้องมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมากกว่านี้ ดังนั้น แต่ละคนและทุกตำแหน่งต้องทำงานอย่างเต็มที่

2สส.ใต้ไม่ทิ้งธรรมนัส

นายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี เขต 4 พรรคกล้าธรรม(กธ.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตนและนายลุตฟี หะยีอีแต สส.นราธิวาส เขต 1 พรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็น สส.ในกลุ่มของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ขอยืนยันว่า เราสองคนไม่ใช่ งูเห่าหรืองูเขียว และยืนยันว่าไม่ได้มีการย้ายขั้วทางการเมืองตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์และแนวทางของพรรคกล้าธรรมอย่างมั่นคง ไม่ว่า พรรคกล้าธรรม จะมีมติร่วมรัฐบาลหรือทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เราทั้งสองคนพร้อมเดินหน้าเคียงข้างกับพรรค และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มความสามารถ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

พะเยาเขต1ลงคะแนนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการออกเสียงลงคะแนน สส.ใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าวังทองอำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา พบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง หลังกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ในเวลา 8.00 น.

นางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพะเยา ให้สัมภาษณ์ถึงการออกเสียงลงคะแนน สส.ใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ว่าสำนักงาน กกต.และกกต.พะเยา ได้เตรียมความพร้อมในการลงคะแนนออกเสียงใหม่ในวันนี้ โดยมีการประชุมซักซ้อม เจ้าหน้าที่และมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นไปตามมติ กกต.ที่อยากได้กรรมการที่จะมาทำหน้าที่ซึ่งมีประสบการณ์

นางปนัดดา กล่าวย้ำว่า มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมาลงคะแนนในวันนี้ ซึ่งมีผู้มีสิทธิ์จำนวน 439 คน คาดว่าจะมาใช้สิทธิ์ประมาณร้อยละ 50 พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ในทุกช่องทาง ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่นำบัตรเลือกตั้งไปใส่ในหีบบัตรเลือกตั้งนั้น

นางปนัดดา กล่าวว่า ก็ได้มีการดำเนินการแล้ว 2 ส่วน โดยทางอาญาได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และสำนักงาน กกต. ได้มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนดำเนินการตามระเบียบ กกต.

ผู้สื่ข่าวรายงานว่า สำหรับการลงคะแนนใหม่ครั้งนี้ เนื่องจากตามคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังพบว่ามี กปน. รายหนึ่งฉีกบัตรเลือกตั้ง ออกจากต้นขั้ว 14 ใบ แบ่งเป็นแบบแบ่งเขต 7 ใบและบัญชีรายชื่อ 7 ใบ ลงคะแนนแล้วแอบนำไปหย่อนในหีบบัตรเลือกตั้ง แต่ถูกจับได้

โทษหนักถ่ายบัตรเลือกตั้ง

สำนักงาน กกต.ได้ย้ำกับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งถึงข้อห้ามและบทลงโทษในการออกเสียงลงคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ที่ 4 ณ โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 ที่จะมีขึ้น ในวันนี้ระหว่างเวลา 08.00 - 17.00น.ว่า เพื่อให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนี้ 1.ผู้ใดต่อสู้ ขัดขวาง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และปฏิบัติหน้าที ตามกฎหมาย อาจมีความผิดตามมาตรา 138 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว และห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าพนักงาน ผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอำนาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 1-5ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 4. ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

ไม่เห็นด้วย4พรรคอุ้ม”หนู”

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?”เมื่อเร็วๆ นี้

จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคกล้าธรรมในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.35 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 40.84 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.14 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ไม่เห็นด้วยพท.ร่วมรัฐบาล

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

หวั่นนักการเมืองหน้าเดิม

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,277 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนกุมภาพันธ์ เฉลี่ย 4.30 คะแนนเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2569 ที่ได้ 3.91 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ การมีส่วนร่วมของประชาชนได้คะแนนเฉลี่ย 4.95 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล ได้คะแนนเฉลี่ย 3.66คะแนน ทั้งนี้ความเห็นต่อการเมืองไทย ณ วันนี้ คือ หวังว่ารัฐบาลใหม่จะบริหารประเทศได้ดี ช่วยให้คนไทยรวยขึ้น ร้อยละ 24.06 รองลงมาคือ มองว่าการเมืองไทยยังคงเหมือนเดิม ได้นักการเมืองหน้าเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 23.65 การเมืองไทยวุ่นวาย พรรคการเมืองแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย ร้อยละ 20.21

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ภาพรวมคะแนนดัชนีการเมืองไทยปรับเพิ่มขึ้นสะท้อนว่าประชาชนเริ่มมองเห็นทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้งแต่การที่มิติพื้นฐานอย่างการมีส่วนร่วมและสิทธิเสรีภาพลดลงเล็กน้อย สะท้อนความรู้สึกของสังคมไทยว่า “มีความหวังแต่ยังไม่วางใจ” เนื่องจากตั้งความหวังสูงต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจซึ่งยังเป็นโจทย์หลักที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

รองศาสตราจารย์ ดร.เขมภัทท์ เย็นเปี่ยม อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่าหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมาสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่มีความเชื่อมั่น ต่อการเมืองไทยมากขึ้นโดยฝ่ายรัฐบาลแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่จากผลงานของการดำเนินนโยบายก่อนหน้านี้ที่ โดดเด่น ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการคนละครึ่งพลัส การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่สามารถปลุกกระแสชาตินิยมขึ้นมาได้ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นรัฐบาลได้คะแนนนิยมจนได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทำให้ประชาชนคาดหวังกับการสานต่อนโนบายผ่านการบริหารโดยมืออาชีพและส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองของฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น

ขณะที่ฝ่ายค้านมีผลงานการตรวจสอบที่โดดเด่นจากพรรคประชาชนและการกลับมาของพรรคประชาธิปัตย์ที่คาดว่าจะเป็นฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นร่วมกับพรรคประชาชนจึงส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองของฝ่ายค้านเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม การจัดการเลือกตั้งโดย กกต.ที่มีปัญหาในหลายพื้นที่ที่ประชาชนเห็นว่าไม่มีความโปร่งใสและไม่เป็นธรรมรวมทั้งความกังวลใจของประชาชนที่มีต่อการจัดการเลือกตั้งที่อาจไม่เป็นความลับและอาจนำไปสู่โมฆะได้นั้นส่งผลให้คะแนนดัชนีการเมืองด้านการมีส่วนร่วมและสิทธิเสรีภาพของประชาชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top