วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
2 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทางเลือกเป็นไปได้???
เมื่อผลการเลือกตั้งส.ส.ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ1 มีส.ส.จำนวน 193 คนได้รับชัยชนะอย่างท้วมท้น จนทำให้แกนนำพรรคทะนงตัวว่า ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน เกิดอาการเล่นตัว ไม่ง้อใคร หยิ่งผยอง คิดว่าถือแต้มต่อ สามารถกดดันพรรคการเมืองต่างๆได้
จึงทำให้มีนักวิเคราะห์การเมืองหลายคน โยนหินทำทาง เสนอสูตรจัดตั้งรัฐบาล ใช้สูตรไฟจราจร คือ แดง-ส้ม-เขียว โดยให้พรรคประชาชนเป็นแกนนำ จับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม ซึ่งทำให้มีเสียง 118 + 74 + 58 =250 สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เลย
แต่สูตรนี้เป็นไปได้ยากมาก เพราะพรรคประชาชนต้องผิดคำพูดใน2ข้อ คือ
1.เคยประกาศว่า ถ้าไม่ได้รับเลือกตั้งเป็นระดับ1 ก็จะไม่ชิงจัดตั้งรัฐบาลแข่งขันกัน จะเปิดโอกาสให้พระอันดับ1 จัดตั้งรัฐบาล เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ1 ก็ต้องเปิดโอกาสให้จัดตั้งรัฐบาลก่อน พรรคประชาชนซึ่งเป็นพรรคอันดับ2 คงไม่ชิงจัดตั้งรัฐบาล
2.ระหว่างหาเสียงการเลือกตั้งพรรคประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม
แม้ว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลไฟจราจร ที่ต้องการให้พรรคประชาชนเป็นแกนนำ และเสนอเงื่อนไขว่า เมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จแล้ว จะยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อเลือกตั้งใหม่ แก้ปัญหาตามเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม มีบัตรเขย่ง นับคะแนนผิดพลาด และมีการพิมพ์บาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ลงบนบัตรเลือกตั้ง จะได้แก้ปัญหาการเลือกตั้งที่อยู่ในระหว่างการฟ้องร้อง ในศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาลยุติธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่า แนวทางนี้เป็นไปได้ยากมาก
ถ้าหากจะต้องการที่จะลดบทบาท พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อกระตุกให้กลับมาพูดคุย และทำให้พรรคการเมืองอื่น มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ต้องใช้วิธีการ คือ
1.พรรคเพื่อไทยต้องประกาศถอนตัว จากการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย
2.พรรคกล้าธรรม จะต้องประกาศอย่างแข็งกล้าว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน
3.ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคกล้าธรรม ประกาศจับมือกันอย่างเหนียวแน่น ว่าจะไม่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี โดยการงดออกเสียง
4.พรรคประชาชน ยืนยันคำมั่นสัญญาเดิมที่เคยประกาศไว้ว่า จะไม่ขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่2อีก
ถ้าหากว่าพรรคการเมืองทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชน งดออกเสียง ในวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะทำให้คะแนนไม่ถึง 250 เสียง ทำให้รายชื่อของนายอนุทินตกไป
ถ้าพรรคภูมิใจไทย จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคคนที่2 คือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก็เป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม จะพิจารณางดออกเสียงอีก หรือจะเจรจาร่วมรัฐบาล ที่มีอำนาจต่อรองมากขึ้น และถ้าหากทั้ง3พรรค งดออกเสียงอีกครั้ง ก็ทำให้รายชื่อของนายสีหศักดิ์ตกไป พรรคภูมิใจไทยก็หมดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่มีอยู่2คน จึงเป็นโอกาสของพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคอันดับ2 มีความชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลต่อไป
ถ้าเปรียบเทียบแนวทางการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อดัดหลังพรรคภูมิใจไทย แนวทางที่2 มีความเป็นไปได้มากที่สุด และเป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี