อนุทิน ไม่แคร์แรงกระเพื่อมทางการเมือง หลังแกนนำบางพรรคโยง เบน สมิธ

อนุทิน ไม่แคร์แรงกระเพื่อมทางการเมือง หลังแกนนำบางพรรคโยง เบน สมิธ

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.10 น.

นายกฯ แจง หมายจับ “เบน สมิธ” ทำตามกฎหมาย-ไม่มีอิทธิพล ย้ำ รัฐบาลไม่เข้าข้างคนผิด ยัน ไม่เคยก้าวก่าย ชี้ ไม่มีแรงกระเพื่อม 

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 2 มี.ค. 69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจสอบสวนกลางออกหมายจับ นายเบน สมิธ และภรรยา ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง สมคบร่วมกันฟอกเงินหลังพบพยานหลักฐานว่า ตนเพิ่งได้รับทราบข่าวนี้ ขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดำเนินการมาต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ทุนเทา คอลเซ็นเตอร์ เงินไม่ถูกกฎหมายและการฟอกเงินต่างๆ นี่คือสิ่งที่ยืนยันนโยบายและหลักการของตน ที่เคยบอกว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่รู้หรอกว่าใครไปทำอะไร แต่ถ้ามีเหตุอะไรขึ้นมาและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนให้คนในประเทศ และสร้างความเสียหายให้เศรษฐกิจประเทศ ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องโดน


เมื่อถามว่า ตำรวจรับปากหรือไม่ว่า การจับตัวนายเบน สมิธได้นั้น ต้องประสานอินเตอร์โพลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนยังไม่ได้ถามรายละเอียดขนาดนั้น ซึ่งเราไม่ต้องให้ความสำคัญกับใครเป็นกรณีพิเศษ ในรัฐบาลที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล เราได้ให้นโยบายการปฎิบัติงานอย่างชัดเจน เราเข้ามาท่ามกลางความเสียหายของเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงอย่างมากมาย ฉะนั้นเราต้องไปแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ช่วงหลังๆ ประชาชนมีความเดือดร้อนเพราะสแกมเมอร์ การหลอกลวง การฟอกเงิน และคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ เราต้องไปแก้ไขที่ต้นเหตุ

เมื่อถามว่า ตอนนี้สแกมเมอร์ตัวจี๊ดๆ โดนดำเนินคดีไปหมดหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการลงข่าวไปแล้ว ที่ศาลมีการพิพากษาอายัดทรัพย์ ผู้ที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งคนต่างชาติและคนไทย ที่ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปดำเนินการมา  อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ปฏิบัติ อย่าง ปปง. มีความมั่นใจ ดำเนินการปราบปรามธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีความกังวล เขามีความชัดเจนว่า การดำเนินการของหน่วยงานรัฐที่ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ได้รับการยอมรับ ได้รับความยุติธรรม ได้ยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิด และต้องเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการพิสูจน์ให้ชัดว่า ไม่มีอิทธิพลใดๆ อยู่เหนือกฎหมายได้ อันนี้เป็นการชี้ให้ประชาชนเห็นว่า รัฐบาลไม่เคยเข้าข้างคนทำผิดกฎหมาย มีแต่เข้าข้างผู้ที่ปราบปรามป้องกัน และรักษากฎหมาย 

เมื่อถามว่า การบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อป้องกันปราบปรามสแกมเมอร์ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียด ตนเชื่อว่าหน่วยงานที่ทำการป้องกันและปราบปรามเรื่องนี้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งปปง. ทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เราทำงานกันเป็นทีม อย่าง ปปง. จะดำเนินการอะไรต่างๆ ก็ต้องมีคณะกรรมการทางธุรกรรมในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยราชการ ทั้งจากกระทรวงมหาดไทย ตำรวจ สรรพากร บูรณาการข้อมูลร่วมกัน

เมื่อถามว่า  มีรายงานหรือไม่ว่ามีนักการเมืองหรือบุคคลสำคัญเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่เคยก้าวก่ายใดๆ เลย จะรายงานมาที่ตนก็ต่อเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ตนไม่ต้องการทราบว่าใครอยู่ในข่าย ทั้งเฝ้าระวัง ติดตาม หรือสอบสวนพฤติกรรม ถ้าตนมารู้ เดี๋ยวจะมีข่าว เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า ตนไปเกี่ยวข้อง ก้าวก่าย สั่งการ ฉะนั้นการทำงานของตนอาจจะไม่เหมือนกับคนอื่น ตนให้อำนาจผู้ปฏิบัติไปดำเนินการเต็มที่ ข้อสั่งการก็คือใครทำผิดกฏหมายไม่มีการละเว้น ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร

เมื่อถามว่า จะเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมือง หรือไม่ เพราะมีแกนนำพรรคการเมืองบางพรรค เชื่อมโยงกับนาย เบน สมิธ  นายกฯ กล่าวว่า “ ผมก็ไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ กระเพื่อมของอะไร ตำแหน่งของผมเหรอ“ ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า แรงกระเพื่อมทางการเมืองทั้งหมด เพราะช่วงนี้เป็นช่วงจัดตั้งรัฐบาล บางทีคดีนี้อาจไปล็อกคอแกนนำบางพรรค นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชน ความเสียหายของประเทศชาติมีความสำคัญกว่า เรื่องการจัดตั้งรัฐบาล หรือจะต้องไปเกรงใจนักการเมือง  หรือผู้มีอิทธิพลคนไหนไม่มีความหมายเลยตรงนี้

/////

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top