ลั่น‘ไทยแลนด์เฟิร์ส’  ‘อนุทิน’สั่งเตรียมแผนการอพยพ  พร้อมนำ300ชีวิตกลับประเทศ

ลั่น‘ไทยแลนด์เฟิร์ส’ ‘อนุทิน’สั่งเตรียมแผนการอพยพ พร้อมนำ300ชีวิตกลับประเทศ

วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“นายกฯ"ลั่น ไทยแลนด์เฟิร์ส” ดูแลคนไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง เตรียมทุกออปชั่นนำคนไทยในอิหร่าน 300 ชีวิต กลับไทยรวมถึงประเทศอื่นๆที่ได้รับผลกระทบด้วย เผยคนไทยยังมีขวัญกำลังใจดี “สีหศักดิ์”คาดการสู้รบ“อิหร่าน-อิสราเอล”ยืดเยื้อ บอกพร้อมแผนมาตราการอพยพ ชี้หน่วยงานราชการยังเป็นเป้าหมายอยู่

เมื่อเวลา 10.55น. วันที่ 3มีนาคม2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ และคณะผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยที่ประจำการในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับทราบสถานการณ์ และความคืบหน้าเกี่ยวกับการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง


พร้อมนำ300คนไทยในอิหร่านกลับบ้าน

ต่อมาเวลา 13.10 น. นายอนุทิน แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้จัดให้มีการประชุมออนไลน์กับเอกอัครราชทูต และสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังข้อเสนอ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆแถบตะวันออกกลาง

เมื่อถามว่า ทางสถานทูตสะท้อนปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรารับฟังทุกปัญหา ซึ่งในภาพรวมขวัญกำลังใจของพวกเราทุกคนที่นั่นถือว่ายังดีอยู่ และมีการแนะนำให้ดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตีต่างๆ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ทำหน้าที่ประสานงาน ซึ่งเราได้กำหนดไว้ว่าในจุดที่อันตรายที่สุดคือที่ประเทศอิหร่าน เราจะเร่งดำเนินการนำคนไทยประมาณ 300 คน รวมเจ้าหน้าที่ของราชการด้วย ให้มีบทสรุปว่าให้ถอยออกจากประเทศนั้นมาตั้งหลักในเมืองไทยก่อน เรามีคนไทยไม่เกิน 300 คน ถือว่าโชคดีที่เราสามารถบริหารจัดการเคลื่อนย้ายผู้คนเหล่านั้นในขีดความสามารถที่เรามีอยู่ได้

กำชับอำนวยความสะดวกคนไทยเต็มที่

เมื่อถามว่า วิธีการจะนำมาที่ชายแดนตุรกีตามที่รมว.ต่างประเทศ ระบุไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของเราปัจจัยที่จะทำให้เขากลับมาที่ประเทศไทยครบหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ที่สถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล จะต้องเร่งประสานงาน เพราะประเทศนั้นจะต้องมีวีซ่าขาออกด้วย ไม่ใช่วีซ่าขาเข้าเพียงอย่างเดียว เช่น วันนี้ถ้าอยู่ในอิหร่าน จะไปกรอกคำร้องอะไรคงเป็นไปไม่ได้ เพราะระบบการให้บริการทางราชการขณะนี้คงไม่ได้เป็นไปตามปกติ แต่เราจะดำเนินการทุกวิถีทาง

เมื่อถามว่า ขณะนี้กังวลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย แต่ส่วนใหญ่พวกเขาได้รับการแนะนำว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้ได้รับความปลอดภัย และในประเทศเหล่านั้นมีระบบป้องกันภัย โดยเฉพาะประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูงจะมีระบบป้องกันภัยของเขา แต่เราก็ต้องเป็นห่วงคนของเรา จึงได้กำชับท่านทูตทั้งหลายว่าให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ถ้าบุคคลใดประสงค์จะกลับประเทศไทยต้องให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง และขอชื่นชมจิตใจของพี่น้องเหล่านั้น ถ้าเทียบกับเปอร์เซ็นต์ที่ประสงค์จะกลับเมืองไทยมีไม่ถึง 25% ถ้านับจำนวนรายหัว เขายังมีความมั่นใจว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ตรงนั้นได้

คนไทยในอิสราเอลขอกลับปท.20คน

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีคนไทยที่อิสราเอลประสงค์จะเดินทางกลับไทยจำนวนเท่าใด นายกฯ กล่าวว่า มีชาวไทยในอิสราเอล ประมาณ 60,000 กว่าคน มีความประสงค์จะเดินทางกลับ 20 คน ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป คนไทยที่ไปประกอบอาชีพที่นั่นส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม ส่วนใหญ่อยู่ในโซนที่ปลอดภัย และตนได้ประชุมกับทูตไทยประจำอิสราเอล พบว่าคนไทยยังมีขวัญกำลังใจดี และเชื่อมั่นว่าจะดูแลตัวเองได้

เมื่อถามว่า คนไทยในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประสงค์จะกลับประเทศไทย จำนวน 1,000 คน จะดำเนินการต่อจากอิหร่านเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีที่ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิม ซึ่งที่ยูเออี มีความเป็นฮับศูนย์กลางการเดินทาง ทำให้ทางเลือกในการเดินทางยังเยอะอยู่ ซึ่งในจุดนั้นยังสามารถใช้วิธีการเดินทางกลับวิธีปกติได้ แต่รัฐบาลได้มีการเตรียมการไว้ เช่น กรณีเกิดเหตุที่ต้องเดินทางกลับออกจากประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ได้ สถานทูตจะจัดให้มีการนำคนไทยไปยังอีกเมืองหนึ่งที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

สั่งกต.แถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์ทุกวัน

นายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนแจ้งไปยังรมว.ต่างประเทศ และปลัดกระทรวงฯ ให้จัดศูนย์แถลงข่าว เพราะจะมีข้อมูลที่อัปเดตอยู่ตลอด จึงขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวในแต่ละวัน

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยการท่องเที่ยว นายกฯ กล่าวว่า การดูแลไม่ใช่เฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว แต่เป็นการดูแลคนในประเทศที่เป็นคู่กรณีที่อาศัยในประเทศไทย โดยได้มีการกำชับหน่วยงานความมั่นคง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบความจำเป็นเร่งด่วนเรื่องนี้เป็นอย่างดี มีการแบ่งหน้าที่กันไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

เปิดทุกออปชั่นรับคนไทยกลับจากอิหร่าน

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ในส่วนของอิหร่านปัจจัยต่างๆถือว่าเอื้ออำนวย เพราะมีคนเพียง 270-300 คน จะเช่าเหมาลำหรือส่งจากเมืองไทยไปก็ดำเนินการได้หมดเราเปิดไว้ทุกออฟชั่น ขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่านบอกว่าพร้อมหมดแล้ว ในที่ประชุมตนก็บอกว่าถ้าอันตรายทูตก็กลับมาด้วยกลับมาทีเดียวเลย แต่ทั้งหมดคือสถานการณ์ที่เป็นอยู่นาทีนี้ ถ้าพรุ่งนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปก็ปรับ แต่โครงสร้างความพร้อมเกิดขึ้นแล้ว ส่วนประเทศอื่นๆ แต่ละประเทศมีปัจจัยต่างกัน ซึ่งท่านทูตแต่ละประเทศได้เตรียมไว้หมดทั้งเรื่องของงบประมาณ น้ำดื่ม หรือการใช้จ่ายต่างๆ ถ้าอยากจะกลับประเทศไทยจริงๆสถานทูตสำรองที่นั่งหรือสำรองอะไรต่างๆ เราจัดไว้หมด มีการกำหนดไว้ในทุกๆประเทศที่มีฮับมีไฟลท์บินได้เยอะที่จะกลับเมืองไทยได้เลย

ขณะที่ ในส่วนกองทัพอากาศผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีการเตรียมพร้อมที่ท่านบอกว่าเตรียมเครื่องบินไว้ 5-6 ลำ ซึ่งต้องขอบคุณท่านด้วย แต่ก็ยังมีออฟชั่นอื่นๆ และไม่จำเป็นต้องเป็นสายการบินไทยก็ได้ ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตของไทยได้ประสานงานไปหมดแล้ว

‘สีหศักดิ์’คาดการสู้รบยืดเยื้อ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการประเมินวิกฤตของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง จะไปถึงระดับไหน ว่า ดูแล้วยืดเยื้อแน่นอน อาจจะขยายและบานปลายออกไป ซึ่งทุกคนก็มองว่าน่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเข้าสู่กระบวนการเจรจา แต่ดูแล้วตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อถามว่า มีการมองว่าการสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล กับเหตุการณ์สู้รบฮามาส-อิสราเอล เป็นคนละแบบกัน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล ไม่ใช่แค่ อิหร่าน อิสราเอล ยูเออี บาห์เรน กาตาร์ คูเวต จอร์แดน และจะไปที่ไซปรัส มันต่างกันเยอะในแง่ของระดับพื้นที่ และจำนวนคนไทยด้วย โดยเหตุการณ์ฮามาส-อิสราเอล พุ่งไปที่อิสราเอล มีคนไทยจำนวน 40,000 คน แต่การสู้รบอิหร่าน-อิสราเอล ครั้งนี้เป็น 100,000 คน ซึ่งเราต้องมีความเร่งด่วนในการช่วยเหลือที่อิหร่านก่อน เราก็มีมาตรการ เรื่องที่หลบภัยต่างๆ และการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้อิหร่านได้ขอให้คนไทยทั้งหมดออกมา และเราก็หาทางอพยพคนไทยกลับมาประเทศไทย

เตรียมพร้อมแผนอพยพ

ส่วนที่อื่นหากคนไทยจะกลับก็บอกเรามา ก็ดูว่าจะต้องออกเส้นทางไหน อย่างที่อยู่ยูเออีก็มีแผนที่จะเปิดน่านฟ้า เราก็จะดูเรื่องตั๋วเครื่องบินให้เพียงพอ ที่บาห์เรนก็มีการโจมตีหนัก เราจะดูแลคนไทยให้ปลอดภัย อพยพจากที่เสี่ยงคือสถานที่ที่ใกล้ฐานทัพสหรัฐอเมริกา เรามีแผนที่จะไปที่ไหนอย่างไร ตามสถานการณ์ ไม่อยากให้ตื่นตระหนกเกินไป

เมื่อถามว่า สถานทูตไทยในอิหร่าน ตอนนี้ตกอยู่ในเป้าหมายหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถือว่าหน่วยราชการเป็นเป้าหมายอยู่ แต่ยังไม่เสียหาย ยังได้รับผลกระทบ เราพยายามจะไม่ให้เกิด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นั้นเราคาดการณ์ไม่ได้

กต.ตั้งวอร์รูมเกาะติดตลอด24ชม.

นางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา รายงานว่า สถานการณ์สู้รบล่าสุดจากการหาข้อมูลในพื้นที่ และสื่อแต่ละประเทศรายงาน โดยประเมินสถานการณ์ว่าน่าจะยืดเยื้อไปอีกอย่างน้อยกว่า 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก ในส่วนการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ ในอิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล พบว่ามีการเข้าไปโจมตีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเตหะราน โดยมีเป้าหมายยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ รวมไปถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย ในส่วนของอิสราเอลก็มีการโจมตีอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โจมตีทางภาคกลางและภาคเหนือของอิสราเอล สำหรับการโจมตีในพื้นที่อื่น อิสราเอลก็ได้มีการโจมตีขยายพื้นที่ออกไป ไม่เฉพาะอิหร่าน แต่ออกไปยังเลบานอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดห้องวอร์รูมติดตามสถานการณ์จากสถานเอกอัครราชทูตในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมงด้วย เพื่อมอนิเตอร์ข่าวและข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top