วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569
ไม่สนรบ.แจงมีนํามันเพียงพอ
ปชช.ยังแห่กักตน
‘อนุทิน’ย้ำตรึงราคา15วัน
มท.สั่งผู้ว่าฯทั่วปท.รับมือ
ยึด3มาตรการดูแลคนไทย
ชาวบ้านยังกังวล แห่ตุนน้ำมัน เมินรัฐบาลแจงมีเพียงพอ นายกฯย้ำสั่งตรึงราคาน้ำมัน 15 วัน ลั่นปั๊มไหนขึ้นราคาเกินกรอบ เข้าข่ายผิดกฎหมาย ด้านปลัด มท.สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ เข้มมาตรการรับมือผลกระทบ ส่วนปลัดพลังงาน เผยรอประเมินสถานการณ์ ขณะที่ กกร.ห่วงราคาพลังงาน พุ่ง ฉุด GDP ต่ำกว่า 1.6%
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่มีกระแสข่าวว่าน้ำมันจะหมดและจะขึ้นราคา อันเป็นผลจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ต่างแห่กันออกมาเติมน้ำมันและกักตุนน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันต่างๆ โดยที่ จ.แม่ฮ่องสอน พบว่ามีประชาชน พากันนำรถยนต์และจักรยานยนต์ มาเติมน้ำมันจนทางปั๊มต้องแจ้งว่าน้ำมันหมดเกลี้ยง ต้องรอรถบรรทุกน้ำมัน มาส่งให้ใหม่ ซึ่งปั๊มทุกแห่งได้แจ้งห้ามประชาชนนำแกลลอน หรือภาชนะต่างๆ มาเติมน้ำมันโดยเด็ดขาด
ที่ จ.สิงห์บุรี นายวราดิศร อ่อนนุช ผวจ.สิงห์บุรี พร้อมด้วย นายอุกฤษฎ์ ขันติวงค์ พลังงานจังหวัดสิงห์บุรี และนางอัจนา ปาลบุตร พาณิชย์จังหวัดสิงห์บุรีนำคณะ ตรวจสถานบริการน้ำมัน เพื่อเฝ้าระวังป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาน้ำมัน และกักตุนสินค้า พร้อมกับสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก โดยเน้นย้ำว่าปริมาณน้ำมันสำรองมีเพียงพอ ไม่ได้เกิดภาวะขาดแคลน
ส่วนที่ จ.ยะลา ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกร ในพื้นที่ อ.เบตง ต่างพากันแห่เข้าคิวเติมน้ำมัน จนบรรยากาศปั๊มน้ำมันต่างๆ เขตเทศบาลเมืองเบตง และปั๊มโดยรอบ เนืองแน่นไปด้วยรถยนต์ จักรยานยนต์ซึ่งปั๊ม ปตท.บนถนนสุขยางค์ ที่เปิดบริการตั้งแต่เวลา 06.00 น.ผ่านไปเพียง 2 ชั่วโมง น้ำมันดีเซล ก็หมดทันที อย่างไรก็ตาม ปั๊มยังมีน้ำมันสำรองที่จะมีรถบรรทุกมาส่งประชาชนยังสามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ สำหรับปั๊มน้ำมัน PT เขตเทศบาลเมืองเบตง ได้ขึ้นป้ายขายน้ำมันดีเซล ให้เฉพาะการเติมใส่ถังของรถยนต์เท่านั้น ไม่ขายในกรณีที่ซื้อใส่แกลลอน และถังสำรอง โดยน้ำมันเบนซิน และน้ำมันชนิดอื่นๆ ยังคงขายตามปกติ ซึ่งมีรถทุกชนิด มาเข้าคิวรอเติมน้ำมันอย่างแน่นขนัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนมีความกังวลถึงผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยเริ่มกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ ว่ากระทรวงพลังงาน และตนได้ให้คำยืนยันแล้วว่าเรื่องของราคาพลังงาน น้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบไม่ว่าจะบวกหรือลบ เราจะตรึงราคาไว้อย่างน้อย 15 วัน ฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปกักตุนน้ำมัน หรือสินค้าอุปโภค-บริโภค โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตาม เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค การกักตุนน้ำมันเป็นอันตราย เอาไปเก็บไว้อาจจะเป็นเชื้อเพลิง
เมื่อถามว่า มีปั๊มน้ำมันบางแห่ง ชิงขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า ปั๊มไหนขึ้น รัฐบาลบอกแล้ว เราได้รับคำยืนยันจาก ปตท.แล้วว่า ไม่ปรับขึ้นราคา ใครจะชิงขึ้นราคาเราก็ต้องดู ถ้าใครปรับราคาขึ้นแล้วผิดกฎหมาย เราก็ต้องดำเนินการ ต่อข้อถามต่อว่า ปั๊มเชลล์ขึ้นราคาน้ำมัน 4 บาท นายกฯ ย้อนถามว่า“ลงมาแล้วไม่ใช่หรือ ลดราคาลงมาแล้วเมื่อเช้านี้”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนวิตกกังวลน้อยลง เพราะรัฐบาลระบุว่าพลังงานสำรองอาจอยู่ได้ไม่เกิน60 วัน นายกฯตอบว่าก็ทำทุกอย่าง ได้ออกมาตรการหลายอย่าง เรื่องการตรึงราคาน้ำมันก็เป็นมาตรการและเป็นนโยบายที่กระทรวงพลังงาน ดำเนินการไม่ให้เกิดความเดือดร้อน ช่วยประชาชนที่อยู่ในภูมิภาคที่มีปัญหาในตะวันออกกลาง และติดตาม สถานการณ์ด้วยความเป็นหาห่วง เพราะเรามีพี่น้องประชาชนซึ่งถือว่าเป็นญาติเรา ที่เขามีความเดือดร้อน เราก็เป็นห่วงเขา แต่ต้องไม่ตื่นตระหนก
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยสั่งการไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ดำเนินการ3 มาตรการ ได้แก่ 1.แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้บริหารจัดการราคาสินค้าและบริการ โดยป้องกันการฉกฉวยโอกาสการขึ้นราคาและการกักตุน รวมทั้งกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค และราคาพลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
2.สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากสินค้าอุปโภค-บริโภคยังมีเพียงพอ พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจการดำเนินงานของภาครัฐในการดูแลค่าครองชีพและรักษาความเป็นธรรมด้านราคาให้กับประชาชน และ 3.กำกับดูแลการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในจังหวัดตามแนวทางและมาตรการของรัฐบาลและของทุกส่วนราชการอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอเป็นช่องทางรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียนกรณีมีผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว
ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า นายกฯได้เน้นย้ำในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท เป็นเวลา 15 วัน จากนั้นคงต้องมาประเมินสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร แต่คงไม่ใช่ว่าพ้นเวลา 15 วันแล้ว ราคาขายปลีกจะปรับขึ้นทันที สำหรับมาตรการอื่นๆในขณะนี้ รัฐบาลยังไม่มีเพิ่มเติมอะไร แต่มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ประสานกระทรวงพาณิชย์ ในการดูแลราคาสินค้า โดยเฉพาะในส่วนของต้นทุนที่เกี่ยวกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งหลังจากนี้จะมีการหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นระยะๆ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงาน จะรณรงค์ในการประหยัดพลังงานเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นสิ่งที่ประชาชนมีส่วนร่วมได้ ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานในตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ เช่น การปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น และการเปิดแอร์
ที่ 26 องศาเซลเซียส เป็นต้น
ส่วน น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเตรียมมาตรการรับมือในส่วนที่เกี่ยวกับแต่ละหน่วยงาน โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค-บริโภคและสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนให้มีเพียงพอ ร้านค้า ผู้ประกอบการ ต้องไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จะต้องติดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการอย่างชัดเจน ถูกต้อง ครบถ้วนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด
ขณะที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกาศคงราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ไว้ในระดับปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน สอดรับกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการระยะสั้น บนความร่วมมือของ ปตท.และบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการ ทั้งนี้ ปตท.ยืนยันว่า พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม
วันเดียวกัน นายเกรียงไกร เธียรนุกุลประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าราคาน้ำมัน ราคาก๊าซธรรมชาติ ในตลาดล่วงหน้ามีแนวโน้ม
เพิ่มสูงขึ้นและจะยังอยู่ในระดับสูง ช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ยังกระทบการขนส่งสินค้า รวมถึงสินค้าพลังงานทางเรือ และการเดินทางทางอากาศ หากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งจากราคาพลังงานในประเทศซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจและครัวเรือนที่จะสูงขึ้น รวมทั้งภาคการท่องเที่ยวในระยะที่เที่ยวบินที่ผ่านตะวันออกกลาง ถูกยกเลิก
เบื้องต้นสภาพัฒน์ ประเมินว่าการสู้รบในตะวันออกกลางอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโตได้เพียง 1.3%-1.6% ต่ำกว่าค่ากลางของการประเมินเดิมที่ 2.0% และต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร. ที่ 1.6%-2.0%โดย กกร. จะมีการทบทวนต่อไป
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า กกร.มองว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจากสถานการณ์สงครามยังปรับขึ้นไม่มาก เบื้องต้นกระทรวงพลังงาน ได้ตรึงราคาดีเซลออกไป 15 วัน ทำให้ต้นทุนผู้ประกอบการไม่เพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่น่าห่วง คือราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เริ่มทยอยปรับขึ้น หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเชื่อว่าก็จะกระทบต่อต้นทุนการผลิตของภาคเอกชน แต่ในระยะสั้นเชื่อว่าจะยังไม่ผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย โดยเชื่อว่าไทยจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อภาคเอกชนก็จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
อีกด้านหนึ่ง ว่าที่ ร.ต.รัฐกร เขียวไพศาล รอง ผอ.รักษาการ ผอ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ระบุว่าสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางสร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงาน และต้นทุนการขนส่งทางทะเลระดับสากล อาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ กทท.ได้ติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งทางทะเล ยืนยันว่าการให้บริการท่าเรือภายใต้การกำกับดูแลทุกแห่งยังคงดำเนินงานตามปกติ ทั้งท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน, ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง โดยมีระบบบริหารจัดการท่าเรือและแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่ชัดเจน รองรับเรือเข้า-ออกและการขนถ่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,384.61 จุด ปรับตัวลดลง 81.90 จุด คิดเป็น -5.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 159,372.02 ล้านบาท การลดลงของดัชนีสอดคล้องกับทิศทางตลาดทุนทั่วโลกจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในช่วงเช้าวันนี้ SET Index ปรับตัว ลดลง 8.01% ส่งผลให้มาตรการ Circuit Breaker ทำงาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะตลาดหุ้นไทยปิดทำการในวันหยุดเมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดอื่นเปิดทำการและปรับตัว ลงไปแล้ว ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดอื่นหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย และถึงแม้ 2 วันที่ผ่านมา SET Index จะปรับตัวลดลง แต่นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) ตลาดหุ้นไทยยังคงให้ผลตอบแทน (Index Return) บวกเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชีย รองจากเกาหลีใต้และไต้หวัน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี