ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง  ไร้เงากธ.-ปชป.

ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง ไร้เงากธ.-ปชป.

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ภท.ปิดดีลรัฐบาล292เสียง

ไร้เงากธ.-ปชป.

‘โสภณ’นั่งปธ.สภาตามโผ

‘หน’ย้ำในพรรคห้ามมีก๊ก

รัฐพิธีเปิดประชุม14มี.ค.

ปิดดีล “รัฐบาล 292 เสียง” ไร้ “กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง”พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง1ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1 โควตาภาคใต้ ด้าน“เพื่อไทย” ได้5ว่าการ 3 ช่วย รองประธานคนที่2 ย้ำไม่ล็อกเป็นคนรุ่นใหม่- เก่า ขอคุณสมบัติไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ “พลังประชารัฐ”ได้1เก้าอี้หนึ่งตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 8มีนาคม2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าไปแล้วกว่า 99.99% ในส่วนของพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะดำเนินการอย่างไร ว่า เรื่องแบบนี้ไม่คุยกัน ขอให้รอเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งในวันที่ 14 มีนาคม 2569 จะมีการทำรัฐพิธีเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะเป็นขั้นตอนต่อจากนี้


รอตั้งนายกฯให้เรียบร้อยก่อน

เมื่อถามว่า ยังไม่มีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ต้องได้นายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะตั้งคณะรัฐมนตรีได้ การไปพูดอะไรก่อนถือว่าไม่ควร เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ การจะพูดอะไรก่อนขั้นตอนนี้ถือเป็นสิ่งที่มิบังควร เมื่อถามต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่จะมีการเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลก่อน นายอนุทิน ตอบทันทีว่า คนเราไม่ต้องทำเหมือนกับคนอื่น เพราะต่างพรรคการเมืองสไตล์การทำงานต่างกัน ต่างมีวิธีการทำงานที่ถนัด เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องการโหวตนายกรัฐมนตรีก่อนมั่นใจหรือไม่ว่าพรรคกล้าธรรมจะยกมือสนับสนุน นายอนุทิน ตอบว่า จะต้องมีกระบวนการก่อนหน้านั้น พร้อมย้ำว่าจะต้องมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนจะต้องมีการพูดคุยกับบุคคลที่จะสนับสนุนเราก่อนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีการพูดคุยในระดับหนึ่ง เมื่อถามว่า ไม่ต้องร่วมรัฐบาลได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งไประบุ รอสิ่งนั้นยังไม่เกิด เมื่อถามอีกว่า หลักการในการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีอะไรบ้างนั้น นายอนุทิน ระบุว่า ยึดหลักการทำงานให้กับประชาชนและประเทศให้ขับเคลื่อนไปด้วยกัน

ต้องพร้อมในทุกบทบาท

เมื่อถามถึงกรณี นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรคกล้าธรรม ประกาศพร้อมเป็นฝ่ายค้าน นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคการเมืองต้องพร้อมเป็นทุกบทบาท พรรคภูมิใจไทยก็เช่นกัน ที่เคยเป็นรัฐบาล แต่อยู่ดีๆ ก็เป็นฝ่ายค้าน เราก็เป็นมาแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเราเป็นผู้แทนราษฎร อยู่บทบาทไหนก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ อย่าง สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เป็นฝ่ายค้านมาตลอดไม่เคยเป็นรัฐบาล ก็ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้เยอะแยะ ดังนั้น อย่ายึดติดว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

ยึดคำวินิจฉัยศาลรธน.

ส่วนกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่าจะไม่เดินเข้าหาพรรคภูมิใจไทยอีกแล้ว เพราะมีศักดิ์ศรีนั้น นายอนุทิน ร้องโอ๊ย ก่อนบอกว่า ระดับคนเป็นหัวหน้าพรรคทุกพรรค เราต้องเคารพและให้เกียรติกัน

เมื่อถามว่า นายอนุทินพูดในเวทีสัมมนาของพรรค จะไม่ใช้คนที่เคลือบแคลงสงสัยในเรื่องของคุณสมบัติ นายอนุทิน กล่าวว่า เพราะมีเกณฑ์ของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาอย่างชัดเจน ตนไม่ได้ตั้งกฎเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องยึดถือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร

เมื่อถามว่า เป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนใช่หรือไม่ว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล นายอนุทิน ระบุว่า เราไม่ถึงขนาดไปพูดแบบจำเพาะเจาะจงแบบนั้น แต่เราก็รู้ว่ามีข้อปฏิบัติ และหลักเกณฑ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องของจริยธรรม ต้องอ่านอย่างละเอียด และเราต้องไม่ทำผิด เพราะมีคนพร้อมไปร้องเรียน ไม่ว่าเราจะมีเจตนาหรือไม่ ก็ไม่อยากที่จะเสียเวลาที่จะไปต่อสู้ ดังนั้น ต้องเพลย์เซฟในทุกเรื่อง

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าก่อนหน้านี้นายอนุทินก็แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นรัฐมนตรีแล้ว เหตุใดครั้งนี้จึงไม่กล้าแต่งตั้ง นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ส่วนได้มีการพูดคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส บ้างหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า ไม่ได้คุยเลย

‘ไชยชนก’เผยตั้งรบ.99.99%

ก่อนหน้านี้นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเป้าหมายการสัมมนา สส.ว่า พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตขึ้นมากขึ้นกว่าสองเท่าตัว มีสมาชิกใหม่มากกว่าสมาชิกเก่า เจตนาการสัมมนาครั้งนี้คือการทำความเข้าใจให้มีความสนิทสนมกลมเกลียวมากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนคติในความเป็นพรรคภูมิใจไทย แม้ตนจะเป็น สส.สมัยที่สอง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากพรรคอื่น อยู่กันเป็นครอบครัว ซึ่งจะมีการทำความรู้จักกัน ส่วนเรื่องการปรับตัวไม่ใช่แค่ สส.ใหม่ แต่รวม สส.เก่า ด้วย ส่วนในเชิงการทำงานของพรรคภูมิใจไทยสมัยนี้ หลายคนคงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่ครั้งนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม สิ่งหนึ่งที่จะต้องโฟกัสมากขึ้นคือ ฝ่ายนิติบัญญัติ ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายบริหารอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติที่รุมเร้าและความไม่แน่นอนต่างๆ และวางรากฐานให้ประเทศพัฒนาไปทางที่ดีขึ้น

ไม่มีมุ้งในภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อพรรคใหญ่ขึ้นจะมีการบริหารมุ้งและก๊กต่างๆอย่างไร นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พูดคุยมาตลอดและจะต้องพูดคุยเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อครั้งที่แล้วก็มีคลื่นใต้น้ำเหมือนกันและเราผ่านมาแล้ว ซึ่งสิ่งที่ทำให้สั่นคลอนที่สุดหากถามตนไม่ใช่เรื่องกาสิโนหรือการมีปัญหากับพรรคร่วม จากรัฐบาลมาเป็นฝ่ายค้าน แต่มันมีปัญหาบางจังหวะที่เกิดจะคลื่นใต้น้ำที่ทำให้เอกภาพของพรรคภูมิใจไทยสั่นคลอน ฉะนั้น ครั้งนี้เมื่อเราเป็นพรรคที่ใหญ่ขึ้นและสิ่งที่ทุกคนเป็นกังวลในเบื้องต้น แต่จากที่ได้พูดคุยและพบเจอกันและจากการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานที่วันนี้คนทำงานจริงได้มีเวทีได้มีพื้นที่เฉิดฉายและเติบโตในการทำงานหลากหลายรูปแบบ จึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สลายในเรื่องของมุ้งไปพอสมควร

”ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร“ เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะชัดเจนในการสัมมนาครั้งนี้หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ก็ค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว แต่เรื่องนี้ตนขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการดีกว่า เมื่อถามย้ำว่า การตั้งรัฐบาลตกผลึกแล้วใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า น่าจะตกผลึก 99.99% ก่อนระบุว่า การเมืองมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตนจึงขอเว้นไว้ 0.1%

ประชุมภท.ชื่นมื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำรหับบรรยากาศการสัมมนาใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยครั้งแรก ภายใต้สโลแดน พูดแล้วทำพลัส ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค.นี้ เป็นไปอย่างชื่นมื่นคึกคัก มีการเสิร์ฟมะพร้าวสดในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ด้วน จึงถือเป็นหนึ่งในนโยบายในการแก้ปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเปิดกล่าวเปิดสัมมนา ว่าวันนี้ก็ต้องขออนุญาตกล่าวคำว่าขอต้อนรับทุกท่านสู่จุดกำเนิดของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ในวันนี้ พวกตนมาพบกับทุกท่านด้วยความตื่นเต้นและดีใจพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทยเริ่มใหม่ปีนี้เข้าปีที่ 18 แล้ว ตนจำได้ว่าตอนที่เราตั้งพรรคครั้งแรกเดินแค่ 10 วินาทีก็ทักทายหมดแล้ว วันนี้เดินเกือบ 15 นาทีกว่าจะทักจนครบและทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งเราไม่ว่าพรรคเราจะอยู่ในขนาดไหนก็ตามมีจำนวนสมาชิกเท่าไหร่ก็ตาม สิ่งแรกที่พรรคจะดำเนินการก่อนที่จะเข้าไปที่สภาผู้แทนราษฎรคือจะจัดให้มีการปฐมนิเทศของบรรดาสมาชิก โดยในวันนี้ต้องขอย้ำว่าเป็นการร่วมประชุม การพบปะหารือสร้างความคุ้นเคยและปฐมนิเทศเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น วันนี้เราไม่ได้ประชุมสส.พรรคร่วมรัฐบาลเหมือนทุกครั้งและวันนี้ประชุมเฉพาะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมาก ตนคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำความรู้จักกันและทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเราที่มันเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด จากตอนนั้นจาก 34 คนมาเป็น 51 คน มาเป็น 71 คนและในวันนี้มาเป็น 192 คน

ต้องรวมตัวไปด้วยกัน

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับบรรดาสมาชิกใหม่ที่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยการเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องถือว่าเราร่วมเป็น ร่วมตายกันมาเรามีความใกล้ชิดกัน แต่เราต้องรวมกันทำให้เรารู้จักกันให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นการปฐมนิเทศวันนี้จึงเกิดขึ้น มีพวกเราที่มาร่วมชีวิตกันในครั้งนี้จากทุกภาคของประเทศไทย เพราะฉะนั้นวันนี้สิ่งที่ตนอยากจะเห็นขอความกรุณาไม่ใช่ว่าท่านท็อป(นายวราวุธ) มาก็นั่งโต๊ะที่มีแต่จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ มาก็มีแต่โต๊ะของจ.ชุมพร จ.พิษณุโลกโต๊ะนายสุชาติ ก็มีแต่จ.ชลบุรี จ.จันทบุรี จ.ตราดจ.เพชรบุรี และจ.ราชบุรี ต้องแยกกัน นั่งรวมกันให้หมด ทั้งนี้ ตนต้องขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วยที่เราผ่านร้อน ผ่านหนาวมผ่านดงต่างๆ และรอดมาเป็นผู้แทนราษฎร ตนก็ต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุน โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี(ครม.) ทุกท่านที่ไปช่วยกันปราศรัย ช่วยกันดีแบต ทำหน้าที่เชียร์ผู้สมัครให้ผู้สมัครของเราได้รับในการเลือกตั้ง ทุกท่านทำงานอย่างหนักและหนักหนาสาหัสมากตั้งแต่นายพิพัฒน์ นายเอกนิติ นางศุภจี นายสันติ พร้อมพัฒน์ ทุกคนไปช่วยกันลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รัฐมนตรีทุกคนไม่ใช่อยู่ที่กระทรวงในช่วงฤดูหาเสียงเลือกตั้ง ลงพื้นที่ในช่วงนั้นกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามเป้าหมายของเรา

ชมทุกชนะเลือกตั้งขาดลอย

ทุกท่านก็คงเห็นแล้วว่าจากการที่เราทำงานกันอย่างหนักหน่วง เราจึงเข้ามาตรงนี้ได้ไม่มีฟลุค วันนี้ส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งขาดคู่แข่ง เชิญนับเถอะจะนับกี่รอบก็พร้อม ยังไงท่านก็ชนะแน่นอน คนที่เคยชนะอยู่แค่เป็น 100 คะแนน ก็ชนะเป็น 10,000 คะแนน แต่ทุกคนตอนโทรศัพท์หาตนบอกหัวหน้าไม่ไหวจะตายแล้ว หัวหน้าตายแน่ๆ คนไหนที่บอกตายได้ประมาณ 15,000 คะแนน บางคนบอกว่าตายแน่ๆได้ประมาณ 20,000 คะแนน แต่คนที่บอกว่าชัวร์ ตกไปแล้วไม่ได้มาที่นี่ แต่ไม่เป็นอะไร สำหรับท่านที่มาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยใหม่ท่านจะเห็นว่าพัฒนาการของเราเติบโตขึ้นมาโดยตลอดกราฟยังไม่เคยตก จะมีการเลือกตั้งกี่ครั้งก็ตามมันก็ยังขึ้นทะยานอยู่ เทรนยังไม่ตก วันนี้ก่อนจะประชุมหารือจะมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม ซึ่งถือเป็นช่วงจังหวะที่ดีที่สุดที่เราจะทำความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน

เตือนลูกพรรคอย่าประมาท

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนอยากจะเรียนให้ท่านมั่นใจว่าตนถึงแม้ว่าจะมีพรรษาทางการเมืองน้อยกว่าหลายคนในห้องนี้ แต่ก็ได้ผ่านการเลือกตั้งมหาโหดมาประมาณ 4 ครั้งในชีวิตการเมืองที่เข้ามา ตนยืนยันถ้าพวกเราทุกคนไม่ประมาท ถ้าพวกเราทุกคนทำตัวให้เป็นที่เชื่อมั่นและไว้ใจและน่าเชื่อถือของชาวบ้านทำตัวสม่ำเสมอ ถ้าพวกเราทุกคนคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำอยู่ยังไม่พอ ต้องทำให้ชาวบ้านรักเราเพิ่มมากขึ้นอีก ตนยังไม่เห็นใครสอบตก ฉะนั้นนี่คือวิธีการทำงานแบบพรรคภูมิใจไทยคือเราไม่เห็นสิ่งอื่นใดสำคัญกว่าชาวบ้านที่เลือกเราเข้ามาให้เป็นผู้แทนราษฎร สำหรับตนยังไม่มีปัญญาเป็นสส.เขตเหมือนหลายท่าน ตนเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหมือนกับหลายท่านเหมือนกัน แต่การเป็นสส. ปาร์ตี้ลิสต์ของคนในพรรคภูมิใจไทยไม่ว่าตนหรือเลขาพรรค พวกเราพูดกันในห้องว่าสส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ให้เขาเอาเบอร์มาแปะแล้วรอน้ำทิพย์โลมใจจากสส.เขตทั้งหลาย การที่เราได้เป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคภูมิใจไทยคือสส.ประเทศไทย เรามี 19 คนเราจะต้องไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องทำงานหนักกว่าสส.เขต เพราะขอบเขตการให้บริการของท่านทั่วประเทศต้องไปสนับสนุนสส.เขต ต้องไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆและรับฟังปัญหาของชาวบ้านทั่วประเทศ นำมาแก้ไขปัญหานี่คือวิธีคิดของพรรคภูมิใจไทย สส. ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจใจไม่ใช่สส.ที่รอเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เราต้องทำให้ความเป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ทั้ง 19 คน ต้องทำงานอย่างหนักเพราะสิ่งเหล่านั้นคือคะแนน คู่แข่งของเราที่ดูแล้วว่าเขามาแน่ๆหรือว่ากระแสดีๆ แต่เมื่อเขาไม่ลงพื้นที่โอกาสกลับมาน้อยมากไม่มีหรอก สส.นั่งอยู่กับบ้านกระแสดี เดี๋ยวเขาเลือกเอง ตนยังไม่เคยเห็นตรงนี้สส.ภูมิใจไทยไม่มีทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุดหย่อน

ภท.มีพลังมากเป็นพิเศษ

และในพรรคภูมิใจไทยวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยคนเป็นสส.สำคัญไม่น้อยกว่าคนเป็นรัฐมนตรี และพวกตนที่มีโอกาสเป็นทางรัฐมนตรีและเป็นสส.ด้วยตนจะปลูกฝังพวกเขาตลอดว่าถ้าจะต้องเลือกเป็นสส.ไม่ใช่เลือกเป็นรัฐมนตรี ตนเคยพูดกับคนหลายคนที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลมาก่อน ตอนเขาได้รับตำแหน่ง แล้วเขาทิ้งตำแหน่งสส. ไปเลือกตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งไม่มั่นคงไม่มีการทำงานที่ผลิตผลงานได้อย่างเต็มที่สู้สส.ไม่ได้ เพราะตำแหน่งสส.เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติยศมากท่านต้องมีความภาคภูมิใจ ตนมีความภาคภูมิใจมากสมัยที่ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ตนเป็นคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อเวลามีอภิปรายแล้วตนไปนั่งในที่ที่สส.ตนจะรู้สึกว่าพรรคเรามีพลังมากเป็นพิเศษ ต้องเรียนให้ทุกท่านเพื่อแชร์ความรู้สึกนี้ด้วย ตนเคยมานั่งจนหัวหน้ารัฐบาลมาเรียกให้ต้องขึ้นไปนั่งข้างบนที่นั่งของครม.เพราะเชื่อว่าตรงนั้นรังสีบางอย่างมันออก การเป็นสส.มันมีคุณค่าและมีความหมายมาก รัฐมนตรีปลดสส.ไม่ได้แต่สส.ปลดรัฐมนตรีได้ ท่านคิดดูแล้วกันว่าสิ่งที่ตนพูดมันมีน้ำหนักมากแค่ไหน

ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าหลังการปฐมนิเทศเราคงจะรู้จักหน้าตาและรู้จักอุปนิสัยมีความคุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น และยิ่งเวลาทำงานด้วยแล้ว 4 ปีจากนี้เราจะมีความใกล้ชิดกันเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่ตนในฐานะหัวหน้าพรรคอยากขอวิงวอนขอพวกเราทุกคนให้รักษาไว้อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของความเป็นพรรคภูมิใจไทยนี่คือสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้พรรคของเราเติบโตขึ้นมาคำไหน คำนั้นเป็นปึกแผ่นไม่มีแหกคอก แต่ไหนๆก็พูดแล้วเรามีสส. 3 คนแหกคอก ขออนุญาตเลขาพรรคช่วงที่เราพักร้อน 3 เดือน มีสส.ของเรา 3 คน เห็นผิดเป็นชอบท่านอย่าคิดว่าชาวบ้านเขาไม่รู้ เที่ยวนี้ 3 คนไม่ได้กลับมาแม้แต่คนเดียว ฉะนั้นเรื่องของวินัย เรื่องของการรักษาเอกภาพของพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นเป็นอย่างยิ่ง เรื่องอื่นๆพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหาใดๆ ท่านจะเห็นว่าการทำงานของพวกเราเป็นบ้านเดียวกัน แต่ตอนนี้เวลาไปกินข้าวอาจจะลำบากหน่อย เพราะ 192 คน ตอนนั้นไปกินโต๊ะจีน 7 โต๊ะได้ แต่ตอนนี้ 19 โต๊ะไม่รู้จะไปหาที่ไหนได้ก็คงจะต้องมีการจัดสัมมนาพบปะสังสรรค์กันตามเวลาที่เหมาะสมในทุกครั้ง เพื่อกระชับความแน่นแฟ้นของพวกเรา เพราะการทำงานทางการเมือง ตนคิดว่าทุกคนมีรูปแบบ เราจะมีรูปแบบการทำงานของแต่ละท่านทำให้พวกเราได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศ และพี่น้องประชาชนของเราแต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตรงนี้เราไม่ห่วงเรามีกลไกที่จะคอยทำให้ท่านได้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านทำไปมันจะไม่เกิดปัญหาใดๆเรามีคนที่คอยดูแลเรื่องนี้ให้กับพวกท่านอยู่ตลอดเวลา

เปิดประชุมรัฐสภา14มีค.

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนช่วยกันเสียสละเวลาแบบนี้ มันมีไม่เยอะที่เราจะอยู่ร่วมกันและทำกิจกรรมร่วมกันจะได้เกิดความคุ้นเคยกันอย่างเต็มที่ มันเป็นภาพที่สวยงามมาก พวกเราไปไหนไปเป็นปึกแผ่นสิ่งเหล่านี้ตนเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นได้ในยุคนี้ของพรรคภูมิใจไทย การปฐมนิเทศวันนี้จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานของเราให้เร็วที่สุด ทุกคนทราบแล้วว่าวันที่ 14 มี.ค.นี้ เราได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าจะมีรัฐพิธีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภา วันนั้นขาดไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว พิธีที่นี้มีความสำคัญมาก จากนั้นทุกอย่างจะดำเนินไปตามขั้นตอนมีการนัดประชุมสภานัดแรก เพื่อลงมติเลือกประธานสภา รองประธานสภาอีก 2 คนและหลังจากนั้นเมื่อมีการโปรดเกล้าฯประธานสภาคนใหม่ ก็จะนัดประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และนายกฯรอโปรดเกล้าฯ และตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ฉะนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากมาย กว่าจะถึงวันที่มีรัฐบาลตอนนี้เราสามารถทำหน้าที่สส. อย่างเต็มที่ไม่ต้องบอกว่าเดี๋ยวรอตั้งรัฐบาลเสร็จก่อน เดี๋ยวรอเปิดประชุมก่อน หรือเปิดสภาก่อนไม่ต้อง สถานะความเป็นสส.เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา การรับรองของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ทำให้ท่านเป็นสส.แล้ว แต่มีกฎข้อบังคับ ระเบียบและจริยธรรมที่ต้องดำเนินการยุคนี้เป็นยุคจริยธรรมกางกฏหมายอย่างเดียวไม่พอ ถ้าใครสงสัยไปอ่านได้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าบทบัญญัติจริยธรรมว่ามีอะไรบ้าง

ทุกอย่างไม่ประมาท

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่าท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบ ไม่ถูกต้องหรือมีพฤติกรรมไม่ดี ท่านเข้าข่ายจริยธรรม ฉะนั้นตรงนี้มันจะประมาทไม่ได้ ขอให้ท่านถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา มันจะได้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อท่าน หรือผลกระทบต่อสถานะของเรา ผลกระทบต่อตำแหน่งที่ท่านจะต้องไปเป็น เช่น ตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ตำแหน่งรัฐมนตรี หรือตำแหน่งอะไรก็แล้วแต่ในความเป็นสส.เป็นได้ ท่านต้องระวังเป็นอย่างมาก และที่สำคัญคนรอบข้าง ท่านจะมีผู้ช่วยหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องคัดเลือกมาอย่างดี อย่าให้มีปัญหา อย่าไปเอาคนที่มีปัญหามาอยู่เป็นที่ปรึกษาเป็นผู้ช่วย จะต้องดูประวัติให้เรียบร้อยด้วยไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหากับตัวเราได้ในอนาคตเช่นกัน จะพูดว่าจากนี้ไปไม่เป็นไร โอเค เดี๋ยวเคลียร์ได้ยิ่งเคลียร์ยิ่งดัง มีคนพร้อมคอยที่จะช่วยกระจายข่าวให้อยู่แล้ว ตรงนี้เราต้องมีความระมัดระวังในการทำงานและดำรงตำแหน่งสส.ของท่านอย่างเต็มที่

“หนู”ห่วงลูกทีมมี”กิ๊ก”

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า เรื่องการเตรียมตัวแถลงทรัพย์สินของท่านต้องเตรียมและไปดูข้อกฎหมายแต่พรรคก็มีทีมที่ปรึกษาว่าตรงไหนต้องแจ้งตรงไหนต้องแสดง คู่สมรสแปลว่าอะไรไม่ใช่จดทะเบียนอย่างเดียว กิ๊ก ไปไหนเปิดเผย ถ้าคนเห็นว่าอยู่ด้วยกันก็ต้องแถลง มันมีหลายเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ ตรงนี้ท่านทั้งหลายจะได้รับข้อมูลต่างๆจากการปฐมนิเทศในวันนี้เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเสร็จสิ้นวงสัมมนา ได้มีการจัดกิจกรรมสันทนาการภายในกลุ่มสส. เพื่อกระชับความสัมพันธ์ โดยมีการจับคู่สส.ทำกิจกรรมจาก 2 คนเพิ่มเป็นสี่คน และ 8 คน และกลุ่มใหญ่ โดยนายอนุทิน และแกนนำพรรคทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมกับสส. อย่างเป็นกันเอง ซึ่งระหว่างนั้นมีการร้องเพลงและปรบมือกันอย่างสนุกสนานเรียกเสียงเฮฮาจากสมาชิกคึกคัก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top