ยอมหักไม่ยอมงอ! เอ็ดดี้ อัษฎางค์ กางเหตุผล  ทำไม ประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมรัฐบาล?

ยอมหักไม่ยอมงอ! เอ็ดดี้ อัษฎางค์ กางเหตุผล ทำไม ประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมรัฐบาล?

วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.51 น.

วันที่ 9 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  ทำไม ปชป. ไม่ร่วมรัฐบาล ?

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ


ในหน้าฉากการเมืองที่มีการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลอย่างเข้มข้น ประชาชนจำนวนไม่น้อยย่อมคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองเข้าไปร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ปัญหาปากท้อง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์แสดงท่าทีไม่ตอบรับการร่วมรัฐบาลโดยง่าย กลับถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า "เย่อหยิ่ง" หรือ "เล่นตัว"

ทว่าหากเราถอยออกมามองผ่านเลนส์การวิเคราะห์เชิงการเมืองและสังคมอย่างรอบด้าน นี่คือเหตุผลเบื้องหลังที่หลายคนอาจมองข้าม

1. อำนาจการต่อรองตามหลัก "คณิตศาสตร์การเมือง"

ด้วยจำนวน สส. 21 เสียง ปชป. ทราบดีถึงน้ำหนักของตัวเองในสมการนี้ การจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิทธิ์ขาดของพรรคแกนนำที่มีเสียงอยู่ในมือ การไม่เสนอตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง จึงไม่ใช่ความหยิ่งยโส แต่คือความเข้าใจในบริบททางการเมืองอย่างถ่องแท้ พรรคที่มี 21 เสียงไม่ใช่ผู้กำหนดเกม การเลือกที่จะไม่ฝืนเข้าไปอยู่ในสมการที่ไม่ลงตัว จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง

2. ต้นทุนทางการเมืองที่สูงกว่าผลประโยชน์การเข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขทางนโยบายหรืออุดมการณ์ที่สอดคล้องกันอย่างแท้จริง ย่อมมี "ต้นทุนทางการเมือง" ที่สูงลิ่ว การเข้าไปเป็น

เพียงส่วนเติมเต็มโดยขาดอำนาจต่อรองในการทำเพื่อประชาชน อาจได้ไม่คุ้มเสียในระยะยาว

3. คำถามสำคัญที่สะท้อน "ศักดิ์ศรีทางการเมือง"

พรรคประชาธิปัตย์มีต้นทุนทางการเมืองอยู่ที่ภาพลักษณ์ของการยึดหลักการ ความถูกต้อง และความชอบธรรม แม้วันนี้พรรคอาจไม่ได้ใหญ่เหมือนในอดีต แต่สิ่งที่ยังเป็นแกนกลางสำคัญคือศักดิ์ศรี การปฏิเสธที่จะวิ่งเต้นเพื่อแลกเก้าอี้ จึงไม่ได้แปลว่าเล่นตัว แต่พรรคกำลังตั้งคำถามสำคัญกับตัวเองว่า
• เข้าไปแล้วได้ทำประโยชน์จริงหรือไม่?
• เข้าไปแล้วรักษาหลักการได้หรือไม่?
• เข้าไปแล้วคุ้มค่ากับต้นทุนทางศีลธรรมและการเมืองหรือไม่?

4. ฝ่ายค้าน: กลไกบริหารราชการแผ่นดินที่คนมักมองข้าม

คนส่วนใหญ่มักติดภาพจำว่ามีเพียง "รัฐบาล" เท่านั้นที่บริหารประเทศและทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ แต่ในความเป็นจริงตามระบอบรัฐสภา การเป็น "ฝ่ายค้าน" ก็คือการบริหารราชการแผ่นดินทางตรงรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ การกลั่นกรองกฎหมาย หรือการพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งล้วนเป็นกลไกที่ขาดไม่ได้ในระบบประชาธิปไตย

5. บทสรุป: คุณค่าที่แท้จริงของการสงวนท่าที

หากการเข้าร่วมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียจุดยืน การเลือกเป็นฝ่ายค้านอย่างมีคุณภาพย่อมเป็นคำตอบที่สง่างามกว่า เพราะ 21 เสียงที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ สามารถทำหน้าที่ทำประโยชน์เพื่อชาติและประชาชนได้ทัดเทียมกับฝ่ายบริหาร

การวิจารณ์โดยขาดความเข้าใจในเกมอำนาจและมองข้ามคุณค่าของฝ่ายค้าน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและไม่ยุติธรรมต่อผู้ที่พยายามรักษามาตรฐานทางการเมือง ในยุคที่อุดมการณ์มักถูกสั่นคลอนด้วยผลประโยชน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top