หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

หมอวรงค์ ประกาศขอเป็น ฝ่ายค้าน หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

ยึดความจริงที่มีหนึ่งเดียว! ‘หมอวรงค์’ เผยตื่นเต้นเข้าสภาฯรอบ 12 ปี ขอเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ หลังครุ่นคิดอยู่นาน เหตุมีแค่ 1 เสียง ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว ไปร่วมรัฐบาล ต้องมีเสียงหนุน-ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ เชื่อหากอยากร่วมรบ. ‘ภูมิใจไทย’ ก็พร้อมต้อนรับ เตือนหากไม่ทำตรงไปตรงมา-เอื้อประโยชน์ เจอกันแน่ ลั่นจะไม่ทำงานแบบ ‘อีเวนต์’ ให้ ‘เป็นข่าว’ ขอลุยตรวจสอบเต็มที่

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี เดินทางมารายงานตัวเป็นสส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคไทยภักดีเป็นฝ่ายค้าน ว่า พรรคไทยภักดีได้รับเลือกเข้ามาเพียงแค่ 1 เสียง แต่ 1 เสียงที่ได้เข้ามาทำหน้าที่สส. ตนยืนยันว่าเป็น 1 เสียงที่ตัดสินใจยากลำบาก เพราะมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย อยากให้เราไปอยู่ฝ่ายรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายคนที่อยากเห็นตนเข้าไปทำหน้าที่ในการตรวจสอบ นั่นคือการเข้ามาปราบปรามการทุจริตผ่านรัฐสภา ตนพยายามชั่งใจ และเคยบอกกับสื่อมวลชนว่าขอเวลาตัดสินใจ 


นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนงดให้สัมภาษณ์ และคิดวิเคราะห์บวกลบถึงประโยชน์ที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ จึงได้บทสรุปว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาล อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะตนเป็นคนทำงาน รวมถึงเราต้องเป็นคนที่เจียมเนื้อเจียมตัว 1 เสียงที่จะไปทำงานจัดการปัญหาประเทศชาติบ้านเมืองไม่ได้ เนื่องจากการร่วมงานกับรัฐบาล ต้องมีเสียงสนับสนุน  ดังนั้นเราจึงรู้ว่า 1 เสียงของเรามีข้อจำกัดในการทำงาน แต่เรามองในมุมกลับกันว่า หากมาทำหน้าที่ในการตรวจสอบ หรือการเป็นฝ่ายค้าน เราแค่อาศัยความจริง เพราะความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เสียงสนับสนุน เพียงแค่เรานำความจริงเข้ามาเสนอกับประชาชน ทุกอย่างก็จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติได้ จึงทำให้ตนตัดสินใจทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่รักชาติ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองตนจะทำหน้าที่ หรืออะไรที่รัฐบาลทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเราจะไม่ค้าน เราจะไม่นั่งหยุมหยิม หรือนั่งหาประเด็นเล็กๆน้อยๆ แล้วมาสร้างอีเวนต์ แต่เราจะหาเอกสารและหลักฐานในการตรวจสอบ เพราะหากมีการทุจริตเกิดขึ้น และการกระทำที่ไม่สนองประชาชน นั่นถือเป็นความเสียหายของประเทศชาติ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ที่ไม่ร่วมรัฐบาลเป็นเพราะมีพรรคเพื่อไทยอยู่ด้วย นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนเคยหาเสียงไว้ว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนไม่ร่วม แม้แต่หากส้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็ไม่ร่วม และตนเคยให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า เมื่อเราดีลเราดีลกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง วันนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จริงๆตนร่วมได้ แต่คำนวณแล้วว่า 1 เสียงหากไปร่วมรัฐบาลแล้วจะทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยเพราะพรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนในการตัดสินใจ 

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยได้มีการติดต่อทาบทามมาแล้วหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ไม่ได้มีการประสานกัน เพียงแค่ตนคิดว่า หากตนอยากจะร่วมเขาก็น่าจะต้อนรับ แต่เราไม่ได้มีการพูดคุยกัน เราก็มีมารยาท จึงใช้การวิเคราะห์ของตนคิดว่าเป็นฝ่ายค้านจะทำงานให้ประเทศชาติบ้านเมืองได้ดีกว่า

เมื่อถามว่า พรรคไทยภักดีถือเป็นพรรคการเมืองเล็กเพียงพรรคเดียวที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ไปร่วมรัฐบาล มองว่าการทำงานในฐานะฝ่ายค้านจะสามารถแสดงพลังได้ดีกว่าหรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคการเมืองส่วนใหญ่ต้องการเป็นพรรครัฐบาล หากตนคิดความสุขสบายส่วนตัว การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมีทรัพยากรเยอะมาก จึงมีศักยภาพและจะได้ประโยชน์แค่ส่วนตัว แต่การตัดสินใจเรื่องประโยชน์ประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองนั้นยาก เพราะมีแค่ 1 เสียง การจะไปจัดการทุจริตในกระทรวง ทบวง กรม ก็ยาก ดังนั้น การเป็นฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบสิ่งที่รัฐบาลทำ หรือการทุจริต แล้วเมื่อเราตัดสินใจบนพื้นฐานประโยชน์ของส่วนรวม ตนคิดว่าเราน่าจะทำหน้าที่นี้ให้กับประชาชนได้สมกับที่ประชาชนรอคอยและ ตนรอคอยมา 12 ปี 

เมื่อถามว่า ผลงานแรกของพรรคไทยภักดี ในฐานะฝ่ายค้านจะเป็นเรื่องอะไร นพ.วรงค์ กล่าวว่า เรื่องพวกนี้ต้องใจเย็นๆ ตนแฟร์กับรัฐบาล ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ทำงานเต็มที่ ย้ำว่าตนไม่นั่งหยุมหยิม แต่ขอเตือนว่าหากมีหลักฐานการทุจริต การประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เราเจอกันแน่ เราทำงานแบบไม่ยั้งมือ คือการตรวจสอบจะไม่ใช่การตรวจสอบแบบสร้างอีเวนต์เพื่อให้เป็นข่าว ทุกอย่างต้องจบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาล ดังนั้นหากท่านทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อาจจะไม่เห็นบทบาทของตนเพราะไม่รู้จะตรวจสอบอะไร แต่หากท่านทำไม่ตรงไปตรงมา หรือเอื้อประโยชน์เราเจอกันแน่ในสภาฯ 

เมื่อถามว่า เมื่อประกาศเป็นฝ่ายค้านแล้ว จุดยืนในการโหวต ประธานสภาฯ หรือนายกฯ  จะไม่โหวตหนุนซีกรัฐบาลใช่หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ด้วยมารยาทของฝ่ายค้าน วิธีของฝ่ายค้านจะมีสองอย่างคือ หนุนฝ่ายค้าน กับงดออกเสียง ตนจะแจ้งอีกครั้ง แต่เราไม่ควรโหวตให้กับรัฐบาล ยกเว้นเรื่องสำคัญของประเทศชาติบ้านเมือง นายกฯพึ่งพาตนได้ ในเรื่องที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมือง ตนช่วยท่านได้

เมื่อถามว่า สามารถทำงานร่วมกับพรรคประชาชนได้หรือไม่ นพ.วรงค์ กล่าวว่า คำว่าฝ่ายค้านความแนบแน่นไม่เหมือนรัฐบาล เราจอยกันแบบหลวมๆ ในการตรวจสอบต่างฝ่ายต่างทำ ไม่ใช่ต้องมาพึ่งพากันทุกเรื่อง ดังนั้น ในการทำงานเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่จำเป็นต้องนั่งจับไม้จับมือเหมือนกับรัฐบาล

เมื่อถามว่า มองว่าฝ่ายค้านจะเข้มแข็งหรือไม่ เนื่องจากมีทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ กล่าวว่า “คนอื่นผมไม่รู้ แต่ผมเข้มแข็งแน่นอน ผมเชื่อว่าผมสามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี ทั้งนี้ การได้กลับเข้ามาสภาฯ อีกครั้งผมรู้สึกตื่นเต้น”

จากนั้นนพ.วรงค์ ได้โชว์บัตรประจำตัว สส. ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ โดยได้มีการจูบบัตร พร้อมกล่าวว่า เหมือนชนะแชมป์โลก ทำให้ผู้สื่อข่าวแซวว่า แชมป์โลกต้องกัดบัตร นพ.วรงค์ จึงกัดบัตร ตามคำแซว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top