นโยบายสุดไฮเทค!  แต่สอบตกไซเบอร์ซีเคียวริตี้ขั้นพื้นฐาน

นโยบายสุดไฮเทค! แต่สอบตกไซเบอร์ซีเคียวริตี้ขั้นพื้นฐาน

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.25 น.

การเมืองยุคนี้ พรรคการเมืองจำนวนมากพยายามสร้างแบรนด์ให้ตัวเองแตกต่างจากอดีต บางพรรคชูเศรษฐกิจ บางพรรคชูความมั่นคง แต่พรรคประชาชนหรือ “พรรคส้ม” เลือกสร้างตัวตนผ่านคำว่าเทคโนโลยี

พรรคถูกวางบทบาทให้เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ เป็นพรรคของโลกดิจิทัลที่เชื่อว่านวัตกรรมสามารถเปลี่ยนประเทศได้


ในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา แนวคิดนี้ถูกนำเสนออย่างชัดเจน มีการพูดถึงรัฐดิจิทัล ระบบราชการออนไลน์ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารประเทศ

การเมืองแบบใหม่ที่พรรคส้ม สื่อสารออกมาคือการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยมีหัวหน้าพรรคอย่าง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ดีกรีวิศวะคอมพิวเตอร์เป็นภาพแทนของแนวคิดนี้

นโยบายจำนวนมากหมุนอยู่กับคำว่าดิจิทัล ตั้งแต่การเชื่อมข้อมูลรัฐไปจนถึงการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลและตรวจจับคอร์รัปชัน

ภาพของ “พรรคเทคโนโลยี” จึงถูกสร้างขึ้นอย่างชัดเจน และกลายเป็นหนึ่งในจุดขายทางการเมืองที่พรรคใช้สื่อสารกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แต่ภาพที่ถูกสร้างไว้อย่างยิ่งใหญ่กลับต้องสะดุดลงทันที เมื่อพรรคต้องออกแถลงการณ์ขออภัยสมาชิก เพราะระบบฐานข้อมูลของพรรคถูกบุคคลภายนอกเข้าถึงได้

แถลงการณ์ของพรรคระบุว่า ตรวจพบความพยายามเข้าถึงข้อมูลตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ก่อนจะดำเนินการปิดช่องทางดังกล่าวและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลที่รั่วออกไปประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และภาพเอกสารสำคัญ ซึ่งล้วนสามารถถูกนำไปใช้สวมรอยหรือหลอกลวงทางการเงินได้

เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ไซเบอร์ซีเคียวริตี้” หรือระบบความปลอดภัยของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคควรจะเชี่ยวชาญที่สุด

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือเรื่องของเวลา พรรครับทราบเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ แต่กลับแจ้งสมาชิกในวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งห่างกันถึง 17 วัน

ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งหน่วยงานกำกับภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งในประเทศไทยคือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า

เมื่อเทียบกับหลักการดังกล่าว การแจ้งสมาชิกหลังผ่านไปถึง 17 วันจึงกลายเป็นอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทันที

นอกจากประเด็นเรื่องความล่าช้าในการแจ้งข้อมูลแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนปัญหาอีกด้านหนึ่ง นั่นคือความปลอดภัยของระบบข้อมูลที่พรรคดูแลอยู่

ระบบสมัครสมาชิกของพรรคไม่ได้เป็นโครงสร้างเทคโนโลยีที่ซับซ้อนระดับประเทศ แต่มันเป็นเพียงเว็บไซต์ฐานข้อมูลที่พรรคออกแบบและดูแลเอง

แต่ระบบระดับนี้กลับเกิดช่องโหว่ที่เปิดทางให้คนนอกเข้าถึงข้อมูลของสมาชิกได้ง่าย เพียงแค่เปลี่ยนตัวเลขในลิงก์ ก็สามารถไล่เปิดดูเอกสารของสมาชิกรายอื่นได้

พูดให้เข้าใจง่าย หากสมาชิกคนหนึ่งเปิดดูข้อมูลของตัวเองได้ ระบบควรอนุญาตให้เห็นเฉพาะข้อมูลของคนนั้น แต่ในกรณีนี้ เพียงเปลี่ยนตัวเลขในลิงก์จาก 123 เป็น 124 หรือ 125 ก็สามารถเปิดเอกสารของสมาชิกคนอื่นได้ทันที

นั่นหมายความว่าระบบไม่ได้ตรวจสอบสิทธิ์ว่าใครควรเข้าถึงข้อมูลของใคร

ก่อนหน้านี้พรรคเคยถูกตั้งคำถามเรื่องการเก็บเลขหลังบัตรประชาชน หรือ Laser ID ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่อาจสร้างความเสียหายหากเกิดการรั่วไหล

แม้พรรคจะยืนยันว่าระบบมีความปลอดภัยเพียงพอ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้กลับทำให้คำยืนยันดังกล่าวถูกตั้งคำถามอีกครั้ง

พรรคที่ประกาศว่าจะยกระดับเทคโนโลยีของทั้งประเทศ กลับสะดุดตั้งแต่เรื่องพื้นฐานที่สุดของโลกดิจิทัล นั่นคือความปลอดภัยของระบบข้อมูล

เทคโนโลยีอาจฟังดูยิ่งใหญ่บนเวทีหาเสียง แต่ในโลกความเป็นจริง คุณภาพของระบบถูกวัดจากความสามารถในการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน

เมื่อพรรคที่ชูนโยบายสุดไฮเทคกลับสะดุดกับระบบไซเบอร์ซีเคียวริตี้ขั้นพื้นฐาน ความเชื่อมั่นที่เคยสร้างไว้ก็ถูกตั้งคำถามทันที

ภาพที่เกิดขึ้นจึงย้อนแย้งอย่างชัดเจน พรรคที่ประกาศนำนโยบาย AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับรัฐ กลับปล่อยให้ระบบหลังบ้านของตัวเองเกิดช่องโหว่

นโยบาย “เทคโนโลยีเปลี่ยนประเทศ” ที่เคยถูกนำเสนออย่างยิ่งใหญ่ จึงถูกความจริงตัดบทลงตรงคำว่าสอบตก

เพราะหากบ้านหลังเล็ก ๆ ยังล็อกประตูให้แน่นหนาไม่ได้ ก็ยากที่ประชาชนจะยอมฝากกุญแจของทั้งประเทศไว้ในมือของผู้ที่สอบตกเรื่องความปลอดภัยพื้นฐานเช่นนี้.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top