วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 14 มีนาคม 2569 เปิดเป็นประเด็นร้อนที่ฉุดไม่อยู่ เมื่อนาย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชำแหละกรณีที่พรรคประชาชนถูกเจาะฐานข้อมูลจนทำให้ข้อมูลสมาชิกรั่วไหล โดยมองว่าเรื่องนี้เป็นวิกฤตความน่าเชื่อถือที่รุนแรงกว่าที่คิด โดยมีข้อความทั้งหมดว่า "กรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้
เมื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่าระบบมีช่องโหว่และข้อมูลสมาชิกอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำขอโทษ หรือคำแนะนำให้ไปทำบัตรใหม่ แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน
.jpg)
ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) องค์กรที่เก็บข้อมูลของประชาชนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลนั้นอย่างเข้มงวด เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล คำถามที่สังคมมีสิทธิถามคือ เหตุใดระบบจึงมีช่องโหว่จนบุคคลภายนอกเข้าถึงได้, มีมาตรการป้องกันข้อมูลที่ได้มาตรฐานหรือไม่, และใครต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
การบอกว่า “ยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี” ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป เพราะทันทีที่ข้อมูลหลุดจากระบบ ความเสี่ยงต่อประชาชนก็เกิดขึ้นแน่นอน ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารจัดการข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และความเชื่อมั่นของประชาชนก็ไม่ควรถูกนำมาเสี่ยง สังคมจึงควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบ มากกว่าคำอธิบายเพียงสั้น ๆ ของหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ที่กำลังจะถูกเสนอชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรให้เลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
.jpg)
ทันทีที่โพสต์ของนาย ศุภชัย ใจสมุทร เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิการจัดการของพรรคประชาชนอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเชี่ยวชาญของตัวหัวหน้าพรรคเอง เช่น
"กรณีข้อมูลสมาชิกของพรรคถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องที่สังคมไม่อาจมองข้ามได้
เมื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับว่าระบบมีช่องโหว่และข้อมูลสมาชิกอาจถูกเข้าถึงโดยบุคคลภายนอก ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำขอโทษ หรือคำแนะนำให้ไปทำบัตรใหม่ แต่คือความรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน
ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) องค์กรที่เก็บข้อมูลของประชาชนมีหน้าที่ต้องปกป้องข้อมูลนั้นอย่างเข้มงวด เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือสิทธิและความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล คำถามที่สังคมมีสิทธิถามคือ เหตุใดระบบจึงมีช่องโหว่จนบุคคลภายนอกเข้าถึงได้, มีมาตรการป้องกันข้อมูลที่ได้มาตรฐานหรือไม่, และใครต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
การบอกว่า “ยังไม่พบการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดี” ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป เพราะทันทีที่ข้อมูลหลุดจากระบบ ความเสี่ยงต่อประชาชนก็เกิดขึ้นแน่นอน ในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญอย่างยิ่ง การบริหารจัดการข้อมูลจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก และความเชื่อมั่นของประชาชนก็ไม่ควรถูกนำมาเสี่ยง สังคมจึงควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และรับผิดชอบ มากกว่าคำอธิบายเพียงสั้น ๆ ของหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ที่กำลังจะถูกเสนอชื่อต่อสภาผู้แทนราษฎรให้เลือกเป็นนายกรัฐมนตรีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
.jpg)
.jpg)
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก Suphachai Jaismut
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี