วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันที่ 14 มี.ค.69 ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค ถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรคว่า ในที่ประชุมไม่ได้มีการหารือหรือสะท้อนความคิดเห็นของ ส.ส. เกี่ยวกับการจัดสรรบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด โดยการพูดคุยส่วนใหญ่เน้นไปที่แนวทางการทำงานของพรรค และการผลักดันนโยบายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
นายจุลพันธ์กล่าวว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาล การดำเนินงานย่อมมีข้อจำกัดในเชิงองค์ประกอบของรัฐบาลผสม ดังนั้นสิ่งที่สมาชิกพรรคให้ความสำคัญจึงเป็นการทำงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค รวมถึงเพิ่มความเชื่อมั่นและความนิยมจากประชาชนในอนาคต เป้าหมายของทุกคนตรงกันคือการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และทำให้พรรคมีความเข้มแข็งมากขึ้นผ่านผลงานที่เป็นรูปธรรม ดังนั้นในการประชุมจึงไม่ได้มีการถกเถียงเรื่องตัวบุคคลหรือการจัดสรรตำแหน่ง เนื่องจากทุกคนรับทราบกระบวนการอยู่แล้ว
.jpg)
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยังระบุว่า พรรคได้เปิดช่องทางการสื่อสารภายใน เพื่อให้สมาชิกสามารถแสดงความประสงค์ในการทำงานทางการเมืองในบทบาทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมาธิการ หรือบทบาทอื่น ๆ โดยพรรคพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิก อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตัดสินใจสุดท้ายยังคงอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดเล็กเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีตนเองและนายประเสริฐเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการหารืออย่างเป็นทางการ โดยข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นเพียงการคาดการณ์หรือการพูดคุยนอกรอบเท่านั้น
.jpg)
นายจุลพันธ์อธิบายว่า การเข้าร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนตั้งแต่ช่วงแรก หลังพรรคแกนนำรัฐบาลมีคะแนนเสียงแตกต่างจากพรรคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ และได้เชิญพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมหารือในกรอบแนวคิดการทำงาน ซึ่งเมื่อเห็นว่ามีทิศทางสอดคล้องกัน พรรคจึงตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล โดยคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของกระบวนการในรัฐสภา ทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้ เชื่อว่าการลงมติจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากได้มีการหารือกันเสร็จสิ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องการแบ่งตำแหน่งหรือการจัดสรรกระทรวง รวมถึงตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่ง ยังไม่ได้มีการหารืออย่างเป็นทางการ และสิ่งที่ปรากฏในสื่อส่วนใหญ่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น
.jpg)
ผู้สื่อข่าวถามนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ถึงกฎหมายที่จะผลักดันเรื่องการศึกษาจะทำคะแนนทางการเมืองได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า หากสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง ย่อมถือเป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้กับประเทศ ทั้งนี้ นอกจากการผลักดันกฎหมายแล้ว ยังมีหลายมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อพัฒนาระบบการศึกษา การจะเปลี่ยนผลงานดังกล่าวให้เป็นคะแนนทางการเมืองหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง หากประชาชนเห็นว่าผลงานของพรรคสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม และส่งผลดีต่อประเทศ ก็เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยอาจได้รับกระทรวงด้านสังคมเป็นหลัก เช่น กระทรวงด้านการศึกษา ซึ่งอาจสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองได้ยากกว่ากระทรวงด้านเศรษฐกิจหรือความมั่นคง นายยศชนันมองว่า ในบริบทโลกปัจจุบัน การทำงานของภาครัฐมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม เทคโนโลยี และภัยพิบัติ ทำให้ไม่มีกระทรวงใดสามารถทำงานเพียงลำพังได้ ไม่ว่าพรรคจะได้ดูแลกระทรวงใด ก็สามารถสร้างผลงานได้เช่นกัน เพราะทุกกระทรวงจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน และน่าจะหมดยุคที่แต่ละหน่วยงานทำงานแยกส่วน ประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้าไปข้างหน้าด้วยความร่วมมือและความสามัคคี
.jpg)
ขณะที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วง 4 ปี ข้างหน้าว่า ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะพิสูจน์อนาคตทางการเมืองของพรรค โดยพรรคได้หารือกันเบื้องต้นว่า ในช่วงเวลาของรัฐบาลชุดนี้ สมาชิกทุกคนต้องทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้การบริหารประเทศเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
นายประเสริฐกล่าวว่า พรรคได้กำชับ ส.ส. ให้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน เนื่องจากการเมืองในปัจจุบันต้องสามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้จริง
.jpg)
ระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาลชุดนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ทุกฝ่ายในพรรคต้องร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับโอกาสที่ได้รับ และสร้างการเติบโตให้กับพรรคในอนาคต พร้อมย้ำว่า พรรคเพื่อไทยยังมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาศักยภาพของพรรคให้เติบโตทางการเมืองต่อไปในอนาคต หลังจากเคยเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ในอดีต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี