533.jpg
ตรรกะอะไรของ BioThai ที่ยก พิธา มาเทียบ ศุภจี

ตรรกะอะไรของ BioThai ที่ยก พิธา มาเทียบ ศุภจี

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.04 น.

การโพสต์บนเพจของ มูลนิธิชีววิถี หรือ BioThai ย่อมเป็นสิทธิ์ของทางเพจที่จะนำเสนอข้อมูลในมุมมองของตน แต่สิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตคือตรรกะในการเลือกเปรียบเทียบตัวบุคคลในบทวิเคราะห์นโยบายเกษตร ที่จงใจยกนักการเมืองคนหนึ่งขึ้นมานำเสนอราวกับเป็นเจ้าของแนวคิดที่ลึกซึ้งกว่าใคร

การหยิบเอา “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” บุคคลซึ่งปัจจุบันถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ไม่มีสถานะบริหารราชการแผ่นดินและไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ มาวางขนานกับ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตัวจริง จึงเป็นภาพที่ชวนให้เกิดความรู้สึกย้อนแย้งอย่างยิ่ง


ภาพดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามรักษาพื้นที่ให้กับเครือข่ายอุดมการณ์เดียวกัน โดยมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าสถานะและบทบาทของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในโลกแห่งการบริหารราชการแผ่นดินยุคปัจจุบัน

การเลือกบุคคลรายนี้มาเป็นตัวแทนแนวคิดเชิงโครงสร้าง สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของกลุ่มก้อนที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกับ พรรคส้ม อย่างปฏิเสธไม่ได้ ในเมื่อ BioThai ซึ่งเป็นกลุ่มเอ็นจีโอที่มีแนวคิดใกล้เคียงกับพรรคส้มต่างขับเคลื่อนประเด็นสอดรับกันมาตลอด การใช้พื้นที่ของตนเพื่อสนับสนุนคนในขบวนการเดียวกันจึงเป็นทิศทางที่เห็นได้ชัดเจน

แต่กรณีนี้ชวนให้ตั้งข้อสังเกตว่า การโพสต์เพื่อพยายามดึงผู้บริหารประเทศตัวจริงที่กำลังทำงานอยู่ ลงมาวางเทียบกับบุคคลที่ไม่เคยมีประสบการณ์บริหารประเทศ และปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเพียงคณะทำงานทางวิชาการอยู่ในต่างแดนนั้น เป็นสิ่งที่ดูขัดกับความเป็นจริงของโลกการทำงาน

ในขณะที่ฝั่งหนึ่งต้องรับผิดชอบนโยบายระดับประเทศ แต่อีกฝั่งกลับมีบทบาทเพียงผู้สังเกตการณ์ ความพยายามจับคู่เปรียบเทียบครั้งนี้จึงดูเบาบางในเชิงน้ำหนักและเหตุผลตั้งแต่ต้น

ประเด็นที่ชวนให้ฉงนใจที่สุด คือความพยายามแยกวิธีคิดด้านเกษตรออกมานำเสนอว่าโดดเด่น ทั้งที่ในความเป็นจริง ความน่าเชื่อถือไม่อาจแยกออกจากวิสัยทัศน์โดยรวมที่เขามีต่อโลกได้ โดยเฉพาะทัศนะด้านความมั่นคงที่เคยฝากไว้ในทำนองว่า “มีทหารไว้ทำไม” หรือการมองว่ายุคนี้ไม่มีการรบกันแบบเดิมแล้ว และกองทัพอาจไม่จำเป็นหากผู้นำฉลาดพอ

วิธีคิดเช่นนี้สวนทางกับวิกฤตการณ์โลกอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะไฟสงครามในอิหร่านและตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน พลังงาน และความมั่นคงทางอาหารที่สั่นคลอนไปทุกหย่อมหญ้า

ยิ่งเมื่อภาพลักษณ์ปัจจุบันที่ปรากฏ มักเน้นไปที่การใช้ชีวิตส่วนตัวในต่างแดน และความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมากกว่าบทบาทของผู้นำที่พร้อมจะแบกรับภาระการบริหารรัฐกิจที่ตึงเครียด ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ดูห่างไกลออกไปทุกที

สถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลกในปัจจุบันจึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า วิสัยทัศน์ความมั่นคงที่เคยนำเสนอนั้นไม่สอดคล้องกับความจริงเพียงใด แต่ BioThai กลับยังเลือกที่จะนำวิธีคิดของบุคคลที่มีประวัติการประเมินสถานการณ์คลาดเคลื่อน มาวางเทียบกับมือบริหารที่มีประสบการณ์ระดับสากล และต้องรับผิดชอบชีวิตเกษตรกรท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกของจริง

การพยายามนำเสนอนักการเมืองที่ยังไม่เคยผ่านบทพิสูจน์งานบริหาร ให้ดูเป็น “นักคิดเชิงโครงสร้าง” ขณะที่มองผู้บริหารตัวจริงเป็นเพียงคนแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นเพียงการแสดงออกถึงมุมมองที่อาจจะปิดบังข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ไปบ้าง

เมื่อวิสัยทัศน์พื้นฐานต่อความปลอดภัยของประเทศยังมีจุดอ่อน และการวางตัวหันไปเน้นเรื่องส่วนตัวมากกว่างานนโยบาย น้ำหนักความเชื่อถือในวิธีคิดด้านเกษตรของบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์และไร้สถานะทางการเมืองไปแล้ว จึงแทบไม่เหลือพื้นที่ให้สังคมยอมรับว่าเป็นแนวทางที่ใช้งานได้จริงในระดับบริหาร

สิ่งที่ปรากฏจากการโพสต์ของ BioThai ครั้งนี้ จึงเป็นเพียงภาพสะท้อนของการทำงานที่สอดประสานกันของเครือข่ายอุดมการณ์ เพื่อรักษาพื้นที่ยืนให้กับคนในกลุ่มก้อนของตนเองมากกว่าการมุ่งวิเคราะห์นโยบายเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

การเห็นกลุ่มเอ็นจีโอออกมาสนับสนุนกันเอง หรือหยิบยกแนวคิดของคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันมาชมกันเองในพื้นที่ของตนเช่นนี้ จึงเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ในมุมของคนภายนอกกลับมองว่าเป็นเรื่องที่ชวนให้ฉงนใจมากกว่าจะสร้างความคล้อยตาม

ในเมื่อคนในกลุ่มเดียวกันพยายามสร้างน้ำหนักให้กันและกัน โดยเลือกที่จะมองข้ามความคลาดเคลื่อนทางวิสัยทัศน์ของบุคคลที่ตนเชิดชู บทสรุปที่ออกมาจึงเป็นเพียงกิจกรรมทางการสื่อสารที่หมุนวนอยู่ในพื้นที่ของตนเองไปวันๆ เท่านั้น.

- ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top