ส่อง บำนาญ สส.-สว.  สวัสดิการพรีเมียมจากภาษีประชาชน

ส่อง บำนาญ สส.-สว. สวัสดิการพรีเมียมจากภาษีประชาชน

วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.49 น.

เป็นที่ฮือฮากันอย่างมากกับการปักหมุดแรกในการกลับมาทำหน้าที่ สส. ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี โดยระบุว่าจะเร่งดำเนินการ 3 ข้อคือ 1.ยกเลิกอาหารกลางวันสส. 2.ลดจำนวนผู้ช่วย สส. จาก 8 คน เหลือ 3 คน และ 3.ปรับลดกองทุนบำนาญ สส.

"แนวหน้าออนไลน์" เจาะลึกเรื่อง สวัสดิการหรือบำนาญผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยรายละเอียดเรื่องนี้อยู่ในพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา และระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา


สำหรับพระราชบัญญัติกองเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2556 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2556 มี 28 มาตรา
รายละเอียด ในมาตรา 5 และมาตรา6 ระบุว่า

มาตรา 5 ให้มีกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ดังต่อไปนี้

(1) การจ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพ
(2) การจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล
(3) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีทุพพลภาพ
(4) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีถึงแก่กรรม
(5) การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการให้การศึกษาบุตร
(6) สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด

มาตรา 6 กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

(1) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้
(2) เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี
(3) เงินที่สมาชิกรัฐสภาส่งเข้ากองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกําหนด
(4) เงินที่โอนมาจากกองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วย กองทุนสงเคราะห์ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2543
(5) เงินและทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุน
(6) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาค
(7) ดอกผลของเงินกองทุน

ส่วนผู้ที่จะได้รับสวัสดิการตามพรบ.ฉบับนี้ ในมาตรา 16 ระบุว่าสมาชิกรัฐสภาซึ่งได้ส่งเงินเข้ากองทุนมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และจํานวนอัตราเงินทุนเลี้ยงชีพอันจะพึงได้รับจากกองทุนนั้น ให้นําระยะเวลาในการดํารงตําแหน่งการเป็นสมาชิกรัฐสภาของผู้นั้นมาคิดคํานวณด้วย

สมาชิกรัฐสภาที่จะมีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ใน ระหว่างต้องห้ามมิให้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเป็นบุคคลที่เคยถูกวุฒิสภามีมติให้ถอดถอนจากตําแหน่งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

สำหรับรายละเอียดการดำเนินการ ได้มีระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ฉบับล่าสุดระบุใน ข้อ 29 ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาตามข้อ 27 มีสิทธิได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพเป็นรายเดือน

โดยให้ได้รับเป็นระยะเวลาสองเท่าของเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพตั้งแต่ ๑ เดือน แต่ไม่ถึง ๔๘ เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 9,000 บาท
(2) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 48 เดือน แต่ไม่ถึง 96 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 12,000 บาท
(3) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 96 เดือน แต่ไม่ถึง 144 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 14,300 บาท
(4) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 144 เดือน แต่ไม่ถึง 192 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 17,800 บาท
(5) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 192 เดือน แต่ไม่ถึง 240 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 21,400 บาท
(6) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 240 เดือน แต่ไม่ถึง 288 เดือน ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 28,500 บาท
(7) มีเวลาสําหรับคํานวณเงินทุนเลี้ยงชีพ ตั้งแต่ 288 เดือนขึ้นไป ให้ได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพในอัตราเดือนละ 35,600 บาท

ส่วนค่ารักษาพยาบาลระบุในข้อ32ว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้มีสิทธิให้พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินกรณีเป็นผู้ป่วยในรายละไม่เกินห้าหมื่นบาทต่อปี และกรณีเป็นผู้ป่วยนอกรายละไม่เกินสามหมื่นบาทต่อปี กรณีถึงแก่กรรม 100,000 บาท

กรณีทุพลภาพเดิม ระบุว่ามีการจ่ายให้ 5,000 บาทต่อเดือน แต่ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567ได้มีการแก้ไขเป็น 15,000 บาท/เดือน

สำหรับการช่วยเหลือทุนการศึกษาบุตร ข้อ45 ระบุไว้ว่า ให้ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาภายหลังวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุน
ในกรณีการให้การศึกษาบุตรสําหรับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าได้เพียงคนที่หนึ่งและคนที่สอง ทั้งนี้ ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top