ทักษิณหลังพ้นโทษ! บารมีเก่าโรยราในโลกการเมืองยุคใหม่

ทักษิณหลังพ้นโทษ! บารมีเก่าโรยราในโลกการเมืองยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.18 น.

ภาพครอบครัวชินวัตรที่ผลัดกันเข้าเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” ณ เรือนจำกลางคลองเปรม ต่อเนื่องกันถึง 48 ครั้งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ยืนยันว่าอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ยังคงเป็นศูนย์กลางความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทุกฝ่ายจับจ้อง

ล่าสุด พานทองแท้, พินทองทา และ แพทองธาร ชินวัตร พร้อมคู่สมรส ได้เข้าเยี่ยมทักษิณภายในเรือนจำ โดย “พินทองทา” เปิดเผยว่าการพูดคุยยังเป็นไปด้วยดี และขณะนี้อยู่ในช่วง “เคาท์ดาวน์” เวลาไปเรื่อยๆ แม้จะรู้สึกว่ายิ่งใกล้ยิ่งช้า แต่ก็ยอมรับว่าตื่นเต้นเพราะเตรียมตัวใกล้ออกแล้ว


ทว่าในมุมการเมือง ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ พรรคเพื่อไทยยังเดินตามจังหวะเดิมที่วางรากฐานมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย การคุมอำนาจเบ็ดเสร็จนานกว่า 20 ปี ทำให้ชื่อทักษิณกลายเป็นภาพจำเดียวที่พรรคใช้ขับเคลื่อนมาตลอดสองทศวรรษ

ในวันที่อิสรภาพมาถึง! คำถามสำคัญคือบารมีที่สะสมมานานจะยังเป็น “ไม้ตาย” หรือจะกลายเป็น “ตัวถ่วง” ที่ล่ามพรรคไว้กับโลกใบเก่า ในวันที่บริบทสังคมเปลี่ยนไปหมดแล้ว

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาคือ “ใบแจ้งหนี้” ที่ส่งมาบอกว่ามนต์ขลังทางการเมืองถึงจุดอิ่มตัว การที่เพื่อไทยร่วงลงมาอยู่อันดับสาม คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าวิธีคิดแบบเดิมใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

ความพ่ายแพ้นี้เจ็บปวดตรงที่เกิดขึ้นในช่วงที่ทักษิณอยู่ในเรือนจำ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ออกมาปราศรัยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งพิสูจน์ชัดว่า แค่ “ชื่อ” ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต ไม่มีแรงดึงดูดมากพอจะกวาดคะแนนได้เหมือนวันวาน

“ภาพลักษณ์ทักษิณ” ที่เคยเป็น “สินทรัพย์” เรียกคะแนนนิยม บัดนี้กลายเป็น “หนี้สิน” ที่พรรคต้องแบกรับ เพราะประชาชนยุคนี้ไม่ได้เลือกที่ตัวบุคคล แต่ต้องการพรรคการเมืองที่เป็นระบบและตรวจสอบได้

การยึดติดกับตัวบุคคลมากเกินไป กำลังทำให้เพื่อไทยกลายเป็นสินค้าล้าสมัยในสายตาผู้เลือกตั้งที่ต้องการความชัดเจนของนโยบาย มากกว่าการยึดติดกับบารมีเก่าที่หมดความขลังไปตามกาลเวลา

ปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนไปคือ “ตัวบุคคล” ที่ผูกขาดความขัดแย้งมานานกว่า 20 ปี ชื่อของทักษิณคือศูนย์กลางของรอยร้าวที่แบ่งแยกคนไทยออกเป็นฝักฝ่ายมาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นภาพจำความวุ่นวายที่สลัดไม่หลุด

การที่ทักษิณยังพยายามมีอิทธิพลเหนือพรรค ไม่เพียงแต่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่ไว้วางใจ แต่ยังเป็นการตอกย้ำประวัติศาสตร์ความแตกแยกให้ฝังรากลึกต่อไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากมองชื่อนี้เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งในอดีต ซึ่งกลายเป็นกำแพงสูงที่กั้นไม่ให้เพื่อไทยขยายฐานเสียงไปสู่กลุ่มใหม่ๆ ได้

แม้จะมีการส่งคนรุ่นใหม่ขึ้นมาบังหน้า แต่ตราบใดที่ภาพการบงการจากอำนาจเก่ายังชัดเจน พรรคเพื่อไทยก็ไม่มีทางสลัดภาพ “ธุรกิจครอบครัว” ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขความขัดแย้งเดิมๆ ออกไปได้

“บารมีทักษิณ” จึงกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้พรรคเสียโอกาสในการเข้าถึงฐานเสียงกลุ่มคนที่ต้องการก้าวพ้นการเมืองแบบแบ่งขั้วตัวบุคคลที่กัดกินสังคมไทยมาตลอดสองทศวรรษ

บทบาทของทักษิณหลังพ้นโทษจึงไม่ใช่การกลับมาทวงอำนาจคืน แต่อยู่ที่การยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่า “เวลาของเขาหมดลงแล้ว” ในฐานะกลไกทางการเมืองที่เคยประสบความสำเร็จ

บทเรียนจากการพ่ายแพ้จนตกไปอยู่อันดับสาม ยืนยันชัดเจนว่าการใช้อิทธิพลครอบงำพรรคแบบเดิมมีแต่จะทำให้ “ภาพลักษณ์ทักษิณ” กลายเป็นปัจจัยลบที่ดึงพรรคให้ดิ่งต่ำลงกว่าเดิม หากเขายังเลือกที่จะไม่ปล่อยมือ

การคืนสู่อิสรภาพครั้งนี้ต้องมาพร้อมกับการ “ถอยห่าง” อย่างจริงใจ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนสายเลือดใหม่อย่าง “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” และทีมบริหารยุคใหม่ได้พิสูจน์ฝีมือโดยปราศจากเงาบงการจากหลังม่าน

อดีตผู้นำต้องกล้าสละอำนาจเพื่อให้พรรคมีลมหายใจเป็นของตัวเอง ตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องรอ “ใบสั่ง”

นี่คือทางรอดเดียวที่จะทำให้เพื่อไทยก้าวพ้นจากวิกฤตอันดับสามกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง หากยังห่วงอำนาจ บารมีที่โรยรานี้จะทำลายทุกอย่างที่สร้างมาตลอด 20 ปีจนยับเยิน เพราะโลกการเมืองปัจจุบันไม่มีที่ว่างให้คนที่ปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top