กล้าธรรม ขยี้ปมวิกฤตน้ำมัน แฉของไม่ขาดแต่หายกลางทาง ส่อเอื้อกลุ่มทุนโกยกำไร

กล้าธรรม ขยี้ปมวิกฤตน้ำมัน แฉของไม่ขาดแต่หายกลางทาง ส่อเอื้อกลุ่มทุนโกยกำไร

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

กล้าธรรม ซัดวิกฤตน้ำมันลามหนักทั่วประเทศ แฉน้ำมันไม่ขาดแต่หายกลางทาง ส่อเอื้อกลุ่มทุนโกยกำไร ทำเกษตรกรอ่วมต้นทุนพุ่ง จี้นายกฯ แก้ ระวัง 'รวยไม่ไหวแล้ว' จะกลายเป็น 'อดตายกันหมดแล้ว'

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติด่วนที่พรรคการเมืองรวม 6 พรรคเสนอ เพื่อให้สภาฯ พิจารณาถึงปัญหาวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเผ็ดร้อน สส.หลายพรรคสะท้อนเสียงเดือดร้อนจากพื้นที่ โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมที่ลุกขึ้นอภิปรายอย่างดุดัน


นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา โดยระบุว่า วิกฤตน้ำมันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นเดือน มีประชาชนในพื้นที่เข้ามาร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น อำเภอชุมแสง บรรพตพิสัย และตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่กลับต้องเผชิญปัญหาน้ำมันขาดแคลน

นายสัญญา กล่าวว่า น้ำมันไม่ได้ขาด แต่หายไปจากระบบ จากข้อมูลในพื้นที่ พบว่าน้ำมันไม่ถึงสถานีบริการจริง ทั้งที่รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ สะท้อนความผิดปกติในกระบวนการกระจายสินค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลบางกลุ่มในระบบที่สับรางทำให้น้ำมันไหลไปอีกช่องทางหนึ่ง

“มีคนเสนอขายน้ำมันนอกระบบให้ผมในราคาลิตรละ 40-42 บาท ถามว่ามันมาจากไหน ถ้าไม่ใช่จากระบบเดียวกัน นี่คือสิ่งที่น่ากังวล และไม่ใช่คนนอกแน่นอน” นายสัญญา ระบุ

นอกจากนี้ วิกฤตที่เกิดขึ้นยังสะท้อนปัญหาที่ซ้ำเติมเกษตรกรอย่างหนัก โดยเฉพาะกรณีรถเกี่ยวข้าวที่ไม่สามารถซื้อน้ำมันในปริมาณมากได้ ทำให้โยนภาระให้เกษตรกรต้องไปจัดหาน้ำมันเอง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงทันที หากต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาดมืดถึงลิตรละ 40 บาทขึ้นไป 

“เงินหลักพันหลักหมื่นมีผลกับชีวิตเกษตรกรอย่างมาก วันนี้เขาแทบจะไปต่อไม่ไหวแล้ว ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลตั้งศูนย์ข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อรวมข้อมูลทุกหน่วยงาน และติดตามเส้นทางน้ำมันอย่างโปร่งใส” นายสัญญา กล่าว

ด้านนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สส.ตาก พรรคกล้าธรรม อภิปรายเสริมว่า วิกฤตน้ำมันในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดตาก รุนแรงอย่างมาก ประชาชนต้องต่อคิวยาวหลายกิโลเมตรเพื่อรอซื้อน้ำมัน บางแห่งต้องถือแกลลอนรอเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผมกลับบ้านไปแค่สัปดาห์เดียว ประเทศเหมือนเปลี่ยนไปแล้ว ต่อคิวยาว 2-3 กิโลเมตร คนหิ้วถังน้ำมันกันเต็มถนน

นายภาคภูมิ กล่าวต่อว่า ปัญหาในพื้นที่ชายแดนมีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากมีการลักลอบนำน้ำมันข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งในรูปแบบถูกและผิดกฎหมาย ทำให้ปริมาณน้ำมันในประเทศยิ่งตึงตัว นอกจากนี้ ยังสะท้อนความเดือดร้อนของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ซึ่งขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ ต้องลงจากดอยเพื่อมาซื้อและขนกลับไปกักตุน ส่งผลให้เสียเวลาและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอย่างมาก

นายภาคภูมิ ยังตั้งคำถามถึงนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะแนวคิดการปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ราคาพุ่งสูงถึงลิตรละ 50 บาท และจะกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย ยา และสินค้าเกษตร วันนี้ถ้ารัฐยังแก้ไม่ตรงจุด วิกฤตจะกลับมาอีกแน่นอน และอาจรุนแรงกว่าเดิม ความเดือดร้อนของประชาชนกำลังสะสม และอาจกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองในอนาคต

ทั้งนี้ นายภาคภูมิ กล่าวย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการ การบังคับใช้กฎหมาย และพฤติกรรมแสวงหากำไรของบางกลุ่มในอุตสาหกรรมพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบและแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้

“ท่านนายกฯ ต้องรีบแก้วิกฤตนี้ให้จบ ถ้าไม่จบมันก็จะเป็นปัญหาในอนาคตอีกต่อไป นายกฯ เคยพูดว่า พอแล้วพอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว วันนี้ก็กลัวท่านจะเสียคำพูด ผมกลัวชาวบ้านจะบอกว่า พอแล้ว พอแล้ว จะอดตายกันหมดแล้ว”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top