ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง จ่อลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง จ่อลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มเงินบัตรคนจนอีก 100 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.07 น.

ครม.นัดพิเศษ เคาะมาตรการเยียวยาน้ำมันแพง เติมเงินบัตรสวัสดิการ เพิ่ม 100 บาทเป็น 400 บาท 1 เดือน อัดซอฟต์โลนหมื่นล้าน จ่อลดภาษีสรรพสามิต

เมื่อวันที่ 26 มี.8.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น พร้อมรับทราบการประเมินสถานการณ์วิกฤตพลังงานที่เกิดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง


"เข้าใจดีว่าวันนี้แม้เรายังอยู่ในระหว่างที่จัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ว่าเราก็ยังสามารถที่จะใช้กลไกเครื่องมือต่างๆ ในด้านกฎหมายเท่าที่ทำได้ อันไหนกฎหมายที่ติดข้อจำกัด ก็ได้ให้ทางกฤษฎีกาได้ช่วยพิจารณาว่าภายใต้สถานการณ์ที่เราอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่นี้ เราสามารถมีกลไกออกมาตรการใดๆที่ช่วยประชาชนก็ให้สามารถดำเนินการได้เลย โดยให้พิจารณาเป็นไปตามกฎหมาย และให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องได้เสนอมาตรการวันนี้" นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมว่าวันนี้เป็นวิกฤตพลังงานทั่วโลก จึงกำชับให้ส่วนงานราชการทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และท้องถิ่น เข้มงวดในมาตรการประหยัดพลังงานที่เคยได้สั่งการในมติครม.ไปแล้ว โดยเฉพาะการเดินทางไปอบรมดูงานต่างประเทศขอให้ยกเลิก และให้ส่วนราชการต่างๆไปกำชับเรื่องนี้ การประชุมสามารถเดินทางได้ แต่การดูงานกำชับว่าห้าม เราต้องปรับตัวประหยัดทุกอย่าง เพราะทั่วโลกกระทบกับวิกตพลังงาน การใช้ไฟหรือแอร์ต่างๆได้กำชับให้ข้าราชการไปปฏิบัติตาม เราต้องปรับตัวหลายประเทศต้องปรับตัว 

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงคลังได้เสนอครม. เห็นชอบมาตรการเร่งด่วน 7 เรื่องดังนี้ 1. ครม.เห็นชอบให้กระทรวงคลังกลับไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตว่าจะลดอย่างไรและลดในระยะเวลามากแค่ไหนตามความเหมาะสม ก่อนให้กระทรวงคลังกลับไปพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้มาเสนออีกครั้ง 2.การดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ครม.เห็นชอบการเติมเงินในการใช้จ่ายเพื่อสินค้าอุปโภคบริโภค จากเดิมวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน เพิ่มให้อีก 100 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 1 เดือนระหว่างที่เป็นรัฐบาลรักษาการ และเมื่อมีรัฐบาลทางการจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป โดยใช้งบประมาณ 1,300 ล้านบาท

นายลวรณ กล่าวว่า 3.มาตรการดูแลผลกระทบกลุ่มขนส่งทั้งกลุ่มรถบรรทุก และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงกลุ่มที่เป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างด้วย 4.การช่วยเหลือภาคเกษตรกร เช่น ลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร การสนับสนุนให้เกิดการใช้ปุ๋ยทางเลือกหรือปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้า 5.การช่วยเหลือกลุ่มของประมง จะบรรเทาผลกระทบได้ด้วยการใช้น้ำมัน B20  

นายลวรณ กล่าวว่า 6.กลุ่มที่เป็นผู้สัญญากับภาครัฐ เช่น กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือกลุ่มก่อสร้าง สามารถเดินเครื่องจักรได้ เพื่อไม่ให้การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้า โดยอาจพิจารณาการขยายระยะเวลาตรวจรับงาน และการชดเชยค่าตัวเลขดัชนีที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของค่างานก่อสร้าง เพื่อปรับราคาจ้างเหมา หรือค่า K  และ 7.มาตรการดูแลกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SME กระทรวงการคลังโดยธนาคารออมสิน จะเตรียมวงเงินซอฟต์โลนเอาไว้ที่ 10,000 ล้านบาท เพื่อรองรับเพื่อเสริมสภาพคล่อง

"มาตรการทั้งหมดจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยจากนี้จะเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณาก่อน เพราะมีการขอใช้งบประะมาณจากงบกลางด้วย" ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันสามารถดำเนินการได้ทันทีหรือต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็มมา นายลวรณ กล่าวว่า ข้อกฎหมายทางกรมสรรพสามิตกำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยู่ว่าสามารถดำเนินการได้อย่างไร แต่ด้วยความเข้าใจเบื้องต้น ณ วันนี้ทำได้แต่เมื่อ ครม. มีมติแล้วต้องไปขอ กกต. ถ้า กกต.อนุญาตก็ทำได้เลย แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็รอรัฐบาลที่เป็นทางการมา 

เมื่อถามว่า ถ้ามีการลดภาษีสรรพสามิตจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงมาหรือแค่พยุงไม่ให้ปรับขึ้นราคาอีก นายลวรณ กล่าวว่า ก็ตรงไปตรงมา ตอนนี้สมมุติว่าถ้าสรรพสามิตเก็บอยู่ 5 บาท ภาษีลดไปเท่าไหร่น้ำมันก็ต้องลงไปตามนั้น เมื่อถามว่าในเรื่องของงบช่วยกลุ่มเปราะบางต้องขออนุญาตกกต.ด้วยหรือไม่ นายลวรณ กล่าวว่า เหมือนกันต้องขออนุญาต 

เมื่อถามว่าเงินเปราะบางที่เพิ่ม 100 บาทใช้งบประมาณเท่าไหร่ และในส่วนของภาษีสรรพสามิตกระทรวงการคลังได้คำนวณรายรับที่จะลดลงแล้วหรือไม่ว่าจะกระทบขนาดไหน นายลวรณ กล่าวว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นมีผู้ถือบัตรอยู่ 13.3 ล้านคน ฉะนั้นคนละ 100 บาทก็จะเป็นเงิน 1,300 ล้านบาทเศษ และวันนี้เราต้องขอใช้งบฯกลางซึ่งเป็นอำนาจของครม.ที่เสนอเรื่องมาและได้รับความเห็นชอบแล้ว แต่เนื่องจากเป็นรัฐบาลรักษาการเลยมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นแต่ขอย้ำว่าสิ่งที่ทำได้รัฐบาลจะทำทุกมาตรการ อะไรทำได้พร้อมทำ จะต้องไปขอก็ขอ เพื่อให้การเยียวยาไปถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top