Logo วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
รุมฟัดรัฐบาล  ฝ่ายค้านฉะขึ้น6บาท  ชี้ผลักภาระให้กับปชช.

รุมฟัดรัฐบาล ฝ่ายค้านฉะขึ้น6บาท ชี้ผลักภาระให้กับปชช.

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : ฝ่ายค้านฉะ รุมฟัดรัฐบาล สส-สว อภิสิทธิ์-กรณ์ ขึ้นน้ำมัน6บาท
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

“อภิสิทธิ์-กรณ์” ฉะรัฐบาลแก้พลังงานล้มเหลว ลักไก่ขึ้นน้ำมันกลางดึกพรวดเดียว 6 บาท จี้ถามทำไมไม่รีดกำไรลาภลอยโรงกลั่นแต่กลับผลักภาระให้ปชช.แบกฝ่ายเดียว ปล่อยผี “ไอ้โม่ง”กักตุนฟัน ขณะที่ “ณัฐพงษ์-วีระยุทธ” รุมอัดซ้ำมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ด้าน สว.ผสมโรงจัดหนัก เชื่อค่าครองชีพพุ่งซ้ำดาบสองทั้งไฟฟ้า-สินค้าอุปโภค-บริโภค

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ ได้ร่วมพูดคุยในรายการ“กรรมกรข่าว คุยนอกจอ”วิพากษ์วิจารณ์กรณีรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว 6 บาท เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ชี้เป็นการกระทำที่ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์และเป็นการผลักภาระให้ประชาชนโดยไม่พยายามบริหารจัดการ
งบประมาณส่วนอื่น


อภิสิทธิ์ฉะรบ.บริหารพลังงานล้มเหลว

โดย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนทราบข่าวการขึ้นราคาน้ำมันในช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. หลังจากการประชุมสภาสิ้นสุดลง โดยตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจงใจส่งข่าวหลังจากสภาปิดเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้าและการตรวจสอบจาก สส.ทั้งที่ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยรัฐมนตรีควรเข้ามาแถลงและชี้แจงเหตุผลต่อสภาเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแนวทางที่ชัดเจน
ดังนั้นเป็นความล้มเหลวของรัฐบาลในการรับมือวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ไว้ 3 ประเด็นหลัก 1.ขาดความชัดเจนเชิงยุทธศาสตร์ รัฐบาลไม่มีการตั้งเป้าหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าจะพยุงราคาน้ำมันไปจนถึงระดับราคาตลาดโลกที่เท่าใด ทำให้ภาคเอกชนและประชาชนไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้

ผลักภาระให้ปชช.แบกฝ่ายเดียว

นายอภิสิทธิ์ตั้งคำถามว่า 2.ประชาชนแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว เหตุใดรัฐบาลไม่ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันในการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มเติมจาก “ค่าการกลั่น” ที่สูงขึ้น (ลาภลอย) หรือพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยพยุงราคา แทนที่จะปล่อยให้ราคาดีเซลพุ่งสูงขึ้นทันที 3.มาตรการช่วยเหลือล่าช้า แม้รัฐบาลจะระบุว่ามีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะเป้าหมาย 5 กลุ่ม แต่กลับยังไม่มีผลบังคับใช้จริงในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงไปแล้ว ซึ่งควรดำเนินการควบคู่ไปกับการขึ้นราคา

เสมือน‘ปล่อยผีไอ้โม่ง’กักตุนฟันกำไร

นายอภิสิทธิ์อธิบายว่า จากการอภิปรายของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่ระบุว่ารัฐบาลมีข้อมูลย้อนแย้งกันระหว่างภาครัฐที่ยืนยันว่าน้ำมันสำรองมีเพียงพอ แต่หน้าปั๊มกลับไม่มีน้ำมันขายหรือมีการลดโควตา ซึ่งตามความเห็นของตนสิ่งนี้สะท้อนว่ามี “ไอ้โม่ง”หรือกระบวนการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้นจริง พร้อมกับได้เปรียบเทียบว่าการที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการ “ปล่อยผีไอ้โม่ง” เพราะเมื่อราคาขยับขึ้นไปสูงตามที่ต้องการแล้ว น้ำมันที่เคยถูกกักตุนไว้ก็จะถูกปล่อยออกมาขายทันที

“การขึ้นราคาทีเดียว 6 บาทเมื่อคืนนี้ เปรียบเสมือนการ “ปล่อยผีไอ้โม่ง” เพราะก่อนหน้านี้มีการกักตุนน้ำมันไว้เนื่องจากราคาไม่สะท้อนความเป็นจริง แต่พอราคาขยับขึ้นมาแบบนี้ ก็ไม่มีใครไปตามจับไอ้โม่งแล้ว” นายอภิสิทธิ์ ย้ำ

จงใจประกาศหลังปิดสภาชิ่งโดนสอบ

นายอภิสิทธิ์ยังพูดถึงลักษณะการทำงานของรัฐบาลในมิติของระบบสภาในระบอบประชาธิปไตยว่าหน้าที่สำคัญของรัฐบาลในระบบนี้คือต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรซึ่งในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาแถลงมติสำคัญในสภาโดยเฉพาะเรื่องการขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสส.และชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจผ่านระบบสภาโดยตรงขณะที่การประกาศขึ้นราคาน้ำมันในช่วงดึกคืนวานทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลจงใจประกาศขึ้นราคาหลังจากที่ปิดประชุมสภาหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบหรือซักถามจากสมาชิกสภา

เตือนปชช.เตรียมใจรับมือของแพง

ด้านนายกรณ์ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่น้ำมันตามปั๊มต่างๆ เริ่มขาดแคลนว่าเกิดจากการที่รัฐบาลค้างชำระเงินชดเชยแก่โรงกลั่นกว่า 20,000 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีมติครม.อนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้เงินได้ ส่งผลให้โรงกลั่นขาดสภาพคล่องและลังเลที่จะปล่อยน้ำมันออกมาขายในราคาต่ำ พร้อมกับได้เตือนว่าหากรัฐบาลใช้กลไกราคาตลาดจริงโดยไม่ตรึงราคา ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นอีกกว่า 10 บาทต่อลิตร เมื่อคำนวณจากราคาหน้าโรงกลั่นและภาษีต่างๆ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความโปร่งใสเรื่องงบประมาณในกองทุนน้ำมันเพื่อให้ประชาชนเตรียมใจรับมือกับ
ค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นตามมา

คาดน้ำมันดีเซลจ่อทะลุ50บาทแน่

ก่อนหน้านี้นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กว่าพรรคประชาธิปัตย์เราขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ควรให้ประชาชนรับภาระอยู่ฝ่ายเดียวแต่รัฐบาลและโรงกลั่นต้องเสียสละด้วย ในส่วนของโรงกลั่น มี 3 ประเด็นสำคัญ 1.วิธีการกำหนดราคาขายเป็นราคาสิงคโปร์ที่รวมค่าขนส่งสมมติว่าต้องขนจากสิงคโปร์มาไทย (ทั้งๆ ที่โรงกลั่นอยู่ในไทย)-วิธีนี้ทำให้ราคานํ้ามันสูงเกินจริง 2.โรงกลั่นช่วงนี้กำไรแบบลาภลอยจากนํ้ามันดิบในสต๊อกที่ราคาสูงขึ้นมาก 3.บวกกับค่าการกลั่นปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็น 6.33 บาทต่อลิตร สูงกว่าระดับก่อนวิกฤตถึง 3 เท่าพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอว่ารัฐบาลควรเก็บ “ค่าธรรมเนียมลาภลอย” 3 บาทต่อลิตร เข้ากองทุนนํ้ามันในส่วนของรัฐบาล รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทต่อลิตร (ปัจจุบันเก็บอยู่ 6.90) ซึ่งความจริงหากรัฐบาลเชื่อเรา ด้วยเพียงแค่มาตรการนี้ พรุ่งนี้รัฐบาลไม่ต้องปรับเพิ่มราคานํ้ามันเลยแม้แต่บาทเดียว!

“รัฐบาลกำลังผลักภาระทั้งหมดไปที่ประชาชนโดยปล่อยให้โรงกลั่นทำกำไรมหาศาล โดยที่รัฐบาลไม่คิดจะเสียสละลดรายได้ภาษีหรือค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเลยขอเสริมว่าถ้ารัฐบาล “พูดแล้วทำ” จริง และปล่อยลอยตัวราคานํ้ามันดีเซลตามคำพูดท่านนายกฯ ราคาจะไม่หยุดอยู่แค่นี้ครับ มีสิทธิได้เห็นลิตรละ 50 บาทในอีกไม่นาน”

พีระพันธ์ซัด‘แบบนี้ปล้นกันชัดๆ’

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ”ภายหลังตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ปรับขึ้นราคาอีก 6 บาท/ลิตร

หมอวรงค์ซัดรบยอมสยบพ่อค้า

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กขยี้ปมร้อนนี้ทันที ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ โดยชาวเน็ตแห่เข้ามากดไลค์กดแชร์ พร้อมระเบิดความคิดเห็นกันอย่างดุเดือดถึงการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยมีข้อความทั้งหมดว่า “ใครๆ ก็รู้ว่าตามปั๊มไม่มีน้ำมันขาย เพราะมีการกักตุนน้ำมัน แต่รัฐบาลไม่รู้ มาบอกว่าประชาชนตื่นตระหนก มาเติมน้ำมันพร้อมกันจำนวนมาก สุดท้ายก็ต้องยอมขึ้นลิตรละ 6 บาท เพื่อให้เขาปล่อยน้ำมันให้ปั๊มมาขาย แถมวันนี้ไม่มีประชุมสภาอีกด้วยแค่เริ่มต้นก็แย่แล้วครับเอาพ่อค้าน้ำมัน มาแก้ปัญหาน้ำมันก็เป็นแบบนี้”

โซเชียลเรียกร้องให้ลุยตรวจสอบ

ทันทีที่คุณหมอวรงค์โพสต์ความเห็นของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเรื่องค่าน้ำมันก็หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย หลายคนฝากความหวังไว้ที่การตรวจสอบครั้งนี้ เช่น “เป็นอีกเรื่องที่คุณหมอต้องทำเพื่อประชาชนค่ะ” “คุณหมอก็เล่นเรื่องนี้สิครับ เอาให้ประชาชนรู้ข้อมูลในเชิงลึก” “ขอเป็นกำรังใจให้คุณหมอวรงค์ทำสำเร็จนะครับใครไม่พอใจให้ลาออกไปเลยคนอื่นๆ เขาจะได้เข้ามาใหม่สมัยนี่คุณหมอทำให้เต็มที่ไป” “จัดการให้ถึงต้นตอเหมือนรับจำนำข้าว เลยค่ะ” “ไม่ทันไร ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มก็เห็นจุดจบของรัฐบาลนี้แล้ว” “ปั้มมีที่เก็บไม่มาก สร้างขึ้นขายวันต่อวัน เผื่อนิดหน่อย คนแห่เติมเยอะก็หมดเร็ว ต้องรอรอบส่งใหม่ จึงเกิดปัญหาหน้าปั้ม ???”

‘เท้ง’อัดขึ้น6บาทปชช.เดือดหนัก

ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายวีระยุทธ  กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงกรณีการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา รวมทั้งการบริหารจัดการวิกฤตน้ำมันของรัฐบาลในด้านอื่นๆ โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าโดยเฉพาะเมื่อมีการปรับราคาน้ำมันขึ้นมา 6 บาทต่อลิตร ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้พยามเรียกร้องให้มีการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้สิ่งที่ตนอยากเรียกร้องถึงรัฐบาลโดยตรงคือการพูดความจริงกับประชาชนมากกว่านี้และการบริหารที่ทำให้ประชาชนเชื่อใจได้มากกว่านี้ เวทีสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจะสามารถใช้ชี้แจงประชาชนทั้งประเทศได้ 

ข้องใจมีผลประโยชน์ทับซ้อน?

“จนถึงวันนี้ประชาชนยังมีข้อสงสัยหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีผลประโยชน์ทับซ้อนของคนที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล อย่าง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่เป็นประธานศบก.ด้วย มีการตั้งคำถามว่าหากคนในรัฐบาลรู้ล่วงว่าจะมีการดำเนินนโยบายอย่างไร จะตรึงราคาถึงเมื่อไหร่ แล้วจะมีการประกาศขึ้นราคาเมื่อไหร่ โดยเฉพาะเมื่อบุคคลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน การที่รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลดังกล่าวเข้าไปทำงานโดยอ้างความเชี่ยวชาญ จะกลายเป็นความช่ำชองหรือฉ้อฉลในการใช้อำนาจรัฐและมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่”นายณัฐพงษ์ ระบุ 

กระทุ้งเปิดหน้าไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาในขณะที่รัฐบาลบอกว่าน้ำมันไม่ขาด แต่หน้างานจริงหลายพื้นที่ประชาชนต้องต่อคิวเติมน้ำมันหลายชั่วโมง ตอนนี้ก็ยังตามหาตัวไม่พบว่าคนที่กักตุนน้ำมันคือใคร แม้ตำรวจจะมีการจับกุมและแถลงข่าวทุกวันแต่ก็เป็นเพียงรายย่อยเท่านั้น สถานการณ์วันนี้เชื่อได้ว่ามีคนที่ได้ผลประโยชน์อยู่เบื้องหลังบนความเดือดร้อนของประชาชนแน่นอน แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะชี้แจงผ่านเวทีสื่อมวลชนที่รัฐบาลสามารถควบคุมเนื้อหาในการสื่อสารได้เอง หลีกเลี่ยงไม่มาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร ที่สามารถตั้งคำถามในเชิงกล่าวหาได้ มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง และรัฐมนตรีหรือสส.ที่ถูกพาดพิงสามารถใช้สิทธิพาดพิงในการตอบชี้แจงได้ทันที 

“สิ่งที่สำคัญคือวิกฤตความเชื่อมั่น
ของประชาชน ทุกคนกำลังตั้งข้อสงสัยว่าส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันผลประโยชน์ตกอยู่ที่ใครก่อนหน้านี้มีการกักตุนไว้หรือไม่ ถ้าวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมาได้ก็ยังไม่เห็นว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์วิกฤตตรงนี้ให้กลับสู่สถานการณ์ปกติได้อย่างไร”นายณัฐพงษ์ กล่าว

ปชน.ซัดรัฐบาลไม่เห็นใจประชาชน

ขณะที่ นายวีระยุทธ์กล่าวว่าการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาททันทีไม่มีคำอธิบาย ไม่มีหลักการและไม่มีความเห็นอกเห็นใจประชาชน ทำตรงข้ามกับที่พูดมาโดยตลอด และไม่มีการรับฟังข้อเสนอที่มีการอภิปรายในสภาด้วย ข้อเสนอทั้ง 3 ข้อที่พรรคประชาชนรวบรวมเสนอไม่ได้ถูกนำไปใช้เลยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลยังคงใช้การบริหารแบบปิดห้องคุยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรายใหญ่แล้วมาบอกประชาชนให้ทำอย่างที่ต้องการ ไม่มีการเปิดรับฟังผู้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีการเข้าไปหาชาวนา ชาวประมง กลุ่มขนส่งรายย่อยหรือไรเดอร์ที่ต้องขับรถรายวันเลยและยังคงไม่ยอมรับว่าปัญหาความปั่นป่วนเกิดจากการที่รัฐบาลประกาศตรึงราคา 15 วัน แล้วยังกลับมาชี้หน้าต่อว่าประชาชน พรรคได้เสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบเป็นขั้นบันได ไม่ใช่แบบที่รัฐบาลทำอยู่ในการขึ้น 6 บาททันทีโดยไม่มีคำอธิบายว่าทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร คนไทยผู้ประกอบการจะใช้ชีวิตอย่างไร รอความไม่แน่นอนต่อไปแค่ไหน ถ้าประกาศให้รู้ล่วงหน้า แล้วสังคมก็จะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขไปด้วยกัน แต่อย่างน้อยต้องรู้ว่าหลักการคืออะไรและพรรคประชาชนเสนอว่าจำเป็นต้องมีการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยมีการออกแนวทางอย่างเป็นทางการเลย มีเพียงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่ไม่เคยเรียกรับฟังความคิดเห็น

กธ.จวกรบ.ยับไร้บริหารทิศทาง

นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงกรณีมติคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเห็นชอบปรับราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตรว่าเป็นสถานการณ์ที่สร้างภาระหนักให้กับประชาชน โดยเฉพาะ จ.แม่ฮ่องสอนโดยราคาหน้าปั๊มใน อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นกว่าราคาขายปลีกที่ประกาศทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและพื้นที่อื่นๆ เชื่อว่าทุกคนเข้าใจสถานการณ์โลกแต่สิ่งที่พวกเราไม่เข้าใจคือการบริหารของรัฐบาลที่ไม่ชัดเจนไม่มีทิศทางที่แน่นอน ทำให้ประชาชนต้องมารับภาระอย่างเต็มที่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้นอกจากค่าครองชีพของประชาชนที่จะปรับตัวสูงขึ้นแล้วยังจะกระทบต่อภาคแรงงานในโรงงานต่างๆ เช่น ในจ.แม่ฮ่องสอน เริ่มมีการหารือถึงการปรับลดแรงงาน เพื่อช่วยลดต้นทุนในการผลิตแล้ว

ซ้ำเติมรากหญ้า-เกษตรกร-ขนส่งจ่อพัง

นายปกรณ์เน้นย้ำว่าในภาวะวิกฤตเช่นนี้ รัฐบาลควรมีบทบาทสำคัญเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร และแรงงาน ต้องเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นเพียงลำพัง โดยการปรับขึ้นราคาน้ำมันในลักษณะก้าวกระโดดเช่นนี้ จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่ง ภาคการผลิตรวมไปถึงราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือประชาชน

สว.รุมอัดรบ.ลักไก่ขึ้นราคาน้ำมัน

ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กทธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภากล่าวว่า ขณะนี้เราก็รับทราบกันแล้วว่ารัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6-8 บาท เชื่อว่าไม่ใช่การปรับตัวครั้งสุด และจะส่งผลกระทบถึงค่าไฟฟ้า ขอให้เตรียมตัวรับค่าไฟปรับขึ้นแน่นอนในเดือนพ.ค.นี้ขั้นต่ำปรับขึ้น 50-60 สตางค์ต่อหน่วย เรื่องนี้จะสอบถามรัฐบาลจะมีนโยบายตรึงค่าไฟฟ้าอย่างไรเพื่อช่วยประชาชน เพราะกฟผ.รับภาระเรื่องต้นทุนแอลเอ็นจีจนมีหนี้อยู่ 30,000 กว่าล้านบาท ต้องดูแนวทางรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร

ผลกระทบที่ตามมาคือราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคที่เพิ่มขึ้นตามพลาสติก น้ำมัน การขนส่ง กรมการค้าภายในพบว่าต้นทุนเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้นแล้ว ก่อนหน้านี้รมว.พาณิชย์ระบุว่ามีสต๊อกเม็ดพลาสติกอยู่ได้ 40 วัน ผ่านไปไม่ถึง 1 เดือน ต้นทุนเหล่านี้เพิ่มขึ้น จนส่งผลกระทบต่อบรรจุภัณฑ์สินค้า ส่วนที่กรมการค้าภายใน ระบุว่าจะตรึงราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคแต่คาดว่า จะตรึงได้แค่เดือนเม.ย.เท่านั้น ช่วงสงกรานต์สินค้าต่างๆ อาจขึ้นราคา

“กมธ.อยากสื่อสารไปยังรัฐบาลที่ดูแลปากท้องประชาชนในช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนากมธ.หวังอยากให้ช่วงเวลานั้นประชาชนได้ผ่อนคลายกับความเครียด ใช้ชีวิตกับพ่อแม่พี่น้องอย่างมีความสุข แต่สถานการณ์ค่าครองชีพสูงขึ้น กลัวว่าวันสงกรานต์แทนที่จะได้สาดน้ำสงกรานต์ อาจต้องสาดน้ำตาแทน ขอให้ดูตอนประกาศผลกำไรประจำปี บริษัทไหนได้กำไรมากที่สุด แต่เป็นกำไรที่อยู่บนความเดือดร้อนประชาชน ”นายนรเศรษฐ์กล่าว

ช็อกรู้สึกโกรธมากเหมือนปชช.

ด้านนายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สว. ประธานอนุกมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า รัฐบาลควรจริงใจเปิดเผยข้อมูลตรงไปตรงมากับประชาชนมากกว่านี้ เมื่อเช้าขับรถผ่านปั๊มน้ำมันเห็นราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้น 8 บาท เบนซิน 6 บาทคืออะไร เหตุใดรัฐบาลช็อกเศรษฐกิจอย่างนี้ ทั้งที่เคยบอกจะค่อยๆ ปรับราคา ค่อยเป็นค่อยไป แต่วันนี้ไม่ใช่ จู่ๆ ช็อกแบบนี้ รู้สึกโกรธมากและประชาชนก็โกรธเหมือนที่นายกฯบอกไม่มีไอ้โม่งประชาชนกักตุนกันเอง

ดักคอเอื้อ‘ไอ้โม่ง’กักตุนน้ำมัน

นายสุนทรกล่าวอีกว่าก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม บอกว่ามีไอ้โม่ง อย่างนี้คืออะไรอยู่ๆ ขึ้นราคาแบบนี้ใครได้ประโยชน์ คนที่กักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ ทั้งที่น้ำมันที่มีอยู่เป็นสต๊อกเก่า ราคาเก่า แต่ทำไมต้องมาขึ้นราคาช็อกแบบนี้ รัฐบาลมีทางเลือกหลายทางที่จะรับมือเศรษฐกิจได้มากกว่านี้ ส่วนที่รัฐบาลอ้างว่ายังไม่มีอำนาจเต็ม ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้นั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะสามารถไปตรวจสอบสต๊อกน้ำมันได้ ไม่มีการห้ามรัฐบาลไปตรวจสามารถตรวจเจอไอ้โม่งก็ตรวจเจอมา 3 แสนกว่าลิตร ทำไมจะทำไม่ได้ แต่ไม่รู้ท่านทำเป็นหรือไม่ การอ้างไม่มีอำนาจเต็ม คิดว่ามันแย่

ค่าครองชีพสูงขึ้น-ค่าไฟฟ้าพุ่ง

นายวีรยุทธ สร้อยทอง สว. กล่าวว่า เป็นอีกครั้งที่ประเทศไทยต้องพบวิกฤติว่าจะผ่านไปด้วยดีหรือบอบช้ำบนความเจ็บปวดประชาชน อยู่ที่รัฐบาลจะฝ่าวิกฤติครั้งนี้ ขอฝากไปถึงรัฐบาลว่าความเดือดร้อนประชาชนเรื่องน้ำมัน ตนเป็นสว.ที่เดินทางไปกลับจ.ฉะเชิงเทรา มารัฐสภาทุกวัน 2 วันที่แล้วใช้ชีวิตปกติ ไปหาเติมน้ำมันไม่ได้ ต้องใช้น้ำมันอย่างประหยัดในการเดินทาง แต่เมื่อเช้าวันที่ 26 มี.ค. เดินทางจากจ.ฉะเชิงเทรา มารัฐสภา แวะเติมน้ำมัน สามารถเติมได้แบบไม่อั้นเพราะราคาปรับขึ้นไปแล้ว ที่ผ่านมาเป็นจ.ฉะเชิงเทรา แต่ตอนนี้เป็นฉะเชิงเศร้า

เพราะน้ำมันเพิ่มลิตรละ 6 บาท เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ ค่าครองชีพ
สูงขึ้น ค่าไฟฟ้า แต่รัฐบาลไม่มีความชัดเจน และยังไม่เห็นมาตรการช่วยค่าครองชีพ มีแต่มาตรการถอดสูท ลดแอร์ไม่ตอบโจทย์ภาพใหญ่ให้เกิดเอฟเฟกต์หลังวิกฤติรัฐบาลต้องมองเรื่องที่เป็นเอฟเฟกต์ และมีมาตรการรองรับ ขอให้รัฐบาลฟังประชาชนและทำความเข้าใจกับประชาชนที่เลือกท่านมา รับผิดชอบความเดือดร้อนประชาชนเหมือนความเดือดร้อนของตัวเอง

ปธสภาฯลุยตัดงบอาหารสส.จริงจัง

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร หารือกับผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กรณีค่าอาหารของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชนในขณะนี้ จากกระแสเรียกร้องให้มีการปรับลดหรือตัดงบประมาณในส่วนดังกล่าวโดยนายโสภณกล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังโดยมีแนวโน้มว่าจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลงภายหลังช่วงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาหรือภายหลังเทศกาลสงกรานต์ ทั้งนี้ ในระหว่างช่วงเตรียมการจะมีการปรับลดปริมาณการสั่งอาหารลงให้เหมาะสมกับความจำเป็น เพื่อให้เกิดความประหยัดและสอดคล้องกับสถานการณ์

เล็งแก้ไขระเบียบการแต่งกาย

ประธานสภาฯยังกล่าวถึงประเด็นการแต่งกายของสส.ว่าควรมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการใช้พลังงานภายในอาคารรัฐสภาอาจมีการพิจารณาแก้ไขหรือปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสาธารณชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการดังกล่าว  ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในระยะอันใกล้ ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการประชุม ประธานสภาฯเชิญชวนผู้บริหารสำนักงานที่เข้าร่วมประชุมร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารรัฐสภาเพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในบรรยากาศไม่เป็นทางการ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ฮาย อาภาพร นำทีมชาวบางนาออกสเต็ปเชฟบ๊ะ

บอย LOMOSONIC สุดฟิต ปั่นจักรยาน จากกรุงเทพฯ -พิษณุโลก กว่า 147 กิโลเมตร ภายใน 26 ชั่วโมง

เดิมพันครั้งประวัติศาสตร์! สหรัฐฯ ไฟเขียวขายชิป AI ของ Nvidia ให้ 10 บริษัทยักษ์ใหญ่จีน

พิสูจน์ดีเอ็นเอ ปลากระป๋องไม่ตรงปก ณัฐชา ส่งแลป สวทช. ข้องใจเป็นปลานิลหรือไม่

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved