529.jpg
นายกฯนำชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว แถลงนโยบาย7-9เมษายน

นายกฯนำชื่อครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯแล้ว แถลงนโยบาย7-9เมษายน

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายกฯนำชื่อครม.ชุดใหม่

ทูลเกล้าฯแล้ว

แถลงนโยบาย7-9เมษายน

10สส.พรรคสีส้มล้นระทึก

สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่คดี112

อนุทินเผยทูลเกล้าฯครม.ชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว ยันทำงานราบรื่นไม่สะดุด พร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หลังได้รับโปรดเกล้าฯ-เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ขณะปชน.ลุ้นระทึก!ปปช.จ่อนำคำร้องฟันจริยธรรม44สส.ก้าวไกล ปมแก้ม.112ส่งที่ประชุมชุดใหญ่รับรอง 1-2วันนี้ ก่อนชงศาลฎีกา จับตา10สส.ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ปธ.ศาลรธน.ชี้ชงเองไม่ได้ ปมขาดคุณสมบัติรมต.ต้องร้องตามช่องทาง คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ยึดรธน.ตัดสิน รอกกต.-ผู้ตรวจฯส่งพยานหลักฐาน

เมื่อวันที่ 30มีนาคม2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อมาถึงนายกฯ ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวมาที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ วันเดียวกันนี้ โดยมี นางณัฐฎ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รอให้การต้อนรับ


ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ถือเป็นการหารือหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้ายก่อนทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม เพียงหันมายิ้มพร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า”เดี๋ยวไปประชุมก่อน มาสายแล้ว”จากนั้นนายกฯร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น

นายกฯรับได้รายชื่อครม.ใหม่ครบ

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความเรียบร้อยรายชื่อ ครม.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ว่า เรียบร้อยดี สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้เลย โดยต้องรีบพิจารณาเอกสารและดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้เร็วที่สุด เมื่อถามว่า ขณะนี้ไม่มีรายชื่อใดมีปัญหาแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีปัญหาก็ต้องตัดออก เมื่อถามว่า 35 รายชื่อ ตอนนี้เรียบร้อยหมดใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า รายชื่ออยู่ที่ตนหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงนาม ต้องมาประชุมให้เกิดความชัดเจน เมื่อถามถึงความพร้อมด้านนโยบายของรัฐบาล นายกฯ พยักหน้ารับ เมื่อถามว่า มีการวางวันแถลงนโยบายรัฐบาลระหว่างวันที่ 7 - 9 เม.ย.ใช่หรือไม่ นายกฯ พยักหน้า และกล่าวว่า ให้เร็วที่สุด เรายังกำหนดวันไม่ได้ ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯ ลงมา และนำ ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่

เผยทูลเกล้าฯครม.ใหม่เรียบร้อยแล้ว

เวลา 14.55น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่พยายามตะโกนสอบถามว่า ได้นำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ พยักหน้ารับ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังห้องทำงานชั้น 2 บนตึกไทยคู่ฟ้า

ต่อมาเวลา 15.50 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ว่า ได้ลงนามเสนอไปแล้วตามขั้นตอน เมื่อถามว่ารายชื่อครบ 36 ตำแหน่งรวมนายกฯด้วย ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวรอเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องของการโปรดเกล้าฯลงมา การที่จะไปพูดในรายละเอียดเป็นสิ่งที่ไม่บังควร เราต้องทูลเกล้าฯและในกฎหมายเขียนว่าต้องมีพระบรมราชวินิจฉัย ตรงนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของนายกฯ

ยันรัฐบาลใหม่ทำงานราบรื่นไม่สะดุด

เมื่อถามว่าหากได้รับการโปรดเกล้าฯและมีการถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อย งานแรกที่นายกฯจะเดินหน้าคืออะไรนายกฯกล่าวว่า งานจริงๆแล้วต่อเนื่อง รัฐมนตรีหลายท่านจะอยู่ช่วยงานกันต่อไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งสำคัญไม่ทำให้เกิดการชะงักงันของการบริหารประเทศ เมื่อถามว่ามีรัฐบาลใหม่อำนาจเต็มทุกอย่างการบริหารงานจะไฉไลกว่าเดิมใช่หรือไม่ นายกฯ หัวเราะก่อนกล่าวว่า ไม่รู้จะตอบอย่างไร

เมื่อถามว่าจะสะดวกราบรื่นมากยิ่งขึ้นใช่หรือไม่กับการที่มีอำนาจเต็ม นายกฯ กล่าวว่า มันสะดวกอยู่แล้ว ทุกคนอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และข้อสั่งการของตนในฐานะนายกฯ การเปลี่ยนผ่านจะทำให้เปลี่ยนผ่านไปด้วยความราบรื่นที่สุด และรับรองได้ว่าไม่มีรัฐมนตรีคนใดออกมาบอกว่าเดี๋ยวขอรอตั้งรัฐบาล ขอเข้าทำงานก่อน เดี๋ยวขอมีอำนาจเต็มก่อน ไม่มีใครกล้าพูด เพราะถ้าพูดจะถูกตนตำหนิ เพราะวันนี้หัวหน้ารัฐบาลเป็นคนเดิม คำว่าเปลี่ยนผ่านมันมี แต่คำว่าสะดุดเพราะไปรอกฎหมายนั้นกฎหมายนี้ ไม่มี

ทำเนียบยกเครื่องรปภ.หลังแท็กซี่บุก

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า จากกรณีเหตุการณ์วุ่นวายหลัง นายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ อดีตแท็กซี่ ขับมอเตอร์ไซค์บุกเข้ามาที่ตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อเช้าวันเดียวกันนี้นั้น เวลา 13.30น.ผู้ช่วยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตำรวจสันติบาล3 ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารการรักษาความปลอดภัย และกองสถานที่ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันเดินตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัย โดยรอบทำเนียบรัฐบาล เพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ มีการเดินตรวจตั้งแต่ตึกไทยคู่ฟ้าและทุกประตูเข้า-ออก พร้อมสอบถามระบบการรักษาความปลอดภัยแ จากเหตุครั้งนี้ได้เน้นย้ำเพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เช่น กำหนดเวลาเข้า-ออก เช่นประตู4 ฝั่งถนนพิษณุโลก รวมถึงการกำหนดประตูเข้า- ออก เฉพาะบุคคล อย่างประตูฝั่งสะพานชมัยมรุเชฐ ที่เปิดให้เข้าเฉพาะนายกฯ รัฐมนตรีและบุคคลสำคัญ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31มี.ค.นี้ เหตุการณ์ดังกล่าวนายกฯได้รับทราบแล้ว โดยสั่งให้ปรับปรุงให้ดีขึ้น

ปปช.จ่อชงศาลฟันอดีต44สส.ก้าวไกล

มีรายงานความคืบหน้าในคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ที่ร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งกลายเป็นการดึงสถาบันฯ ลงมาเป็นคู่ขัดแย้ง ก่อนหน้านี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติชี้มูลความผิด 44สส.และขอขยายเวลาการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาออกไปก่อน

แหล่งข่าวจากสำนักงาน ปปช.เปิดเผยว่า ภายใน1-2วันนี้ คำร้องที่จะส่งไปยังศาลฎีกาให้พิจารณา จะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ให้พิจารณา โดยต้องรอให้ประธาน ปปช.เรียกประชุมและบรรจุวาระ เพื่อให้มีมติรับรองคำร้องที่จะยื่นต่อศาลฎีกาต่อไป ส่วนการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ดำรงตำแหน่ง สส.นั้น อยู่ที่การพิจารณาของศาลฎีกา เมื่อรับคำร้องแล้ว สำหรับรายชื่อของ 44อดีต สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่27 ในนามพรรคประชาชน(ปชน.) ที่มีความเสี่ยงถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีจำนวน 10คน แบ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8คน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วย นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

ศาลฯชงเองไม่ได้ปมคุณสมบัติรมต.

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีว่าที่รัฐบาลใช้มาตรฐานทางจริยธรรมมาเป็นคุณสมบัติหลัก ในการกลั่นกรองรัฐมนตรี แต่ในรัฐบาลที่ผ่านมา มีรัฐมนตรีบางคนเหมือนขาดคุณสมบัติแต่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้ใช้มาตรฐานใดวัดว่า ปัญหาเรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องใหม่รัฐธรรมนูญของเรามีวิวัฒนาการบางอย่างก็เพิ่มมาใหม่ บางอย่างหายไป ส่วนคำถามว่าทำไมคนที่มีปัญหาถึงเป็นรัฐมนตรีได้ เรื่องนี้เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ยังไม่มีคนยื่นเรื่องมาที่ศาล ศาลไม่สามารถริเริ่มคดีได้ คิดเองทำเองไม่ได้ ชงเองไม่ได้ ตนจะไปบอกให้เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญไปทำคดีมายื่นก็ไม่ได้ ถ้าสื่อมวลชน หรือประชาชนข้องใจก็ยื่นเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่การยื่นเรื่องนั้นกรณีที่มีความสงสัยว่ารัฐมนตรีขาดคุณสมบัติ มันก็ต้องมีช่องทางของมัน ต้องยื่นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เมื่อมันไม่มีเรื่องมาสู่ศาล ศาลก็ไม่สามารถวินิจฉัยได้

บาร์โค้ดรอกกต.-ผู้ตรวจฯส่งหลักฐาน

นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณากรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี2569 ว่า ต้องรอคำชี้แจงจากคู่ความทั้งสองฝ่าย มติของศาลรับแล้วให้เวลาทาง กกต. และคนยื่นคือผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งสองฝ่ายต้องยื่นคำแถลง บัญชีพยานและการได้มาซึ่งพยาน เพื่อให้ศาลได้เข้าถึงพยานเหล่านั้น แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเปิดไต่สวนหรือไม่ ซึ่งเมื่อเราได้รับคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่าย ถ้าทั้งสองฝ่ายส่งบัญชีพยานเป็นบุคคลก็ต้องถามบุคคล ถ้าบุคคลชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นที่เข้าใจหมดแล้วก็ไม่ต้องไต่สวน แต่ถ้าคำชี้แจงนั้นไม่เป็นที่เข้าใจ ตุลาการสามารถขอไต่สวนได้ การที่บัญชีพยานไม่ใช่บุคคลอาจจะเป็นเทปหรืออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์บางอย่าง อาจจะไต่สวนหรือไม่ไต่สวนก็ได้ จะต้องดูเป็นกรณีไป จึงไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้

โมฆะหรือไม่ขึ้นกับพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า กรณีบัตรเลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายนครินทร์ กล่าวว่า ตนยังตอบอะไรไม่ได้ จนกว่าจะได้เห็นหลักฐาน เอาหลักฐานเข้ามาที่ศาลดีกว่า ถ้าหลักฐานเข้ามาทั้งสองฝ่าย ซึ่งก็อยากรู้เช่นกันว่าผู้ตรวจฯ จะยื่นใครมาเป็นพยาน เพราะมีผู้ร้องเข้ามาจำนวนมาก ผู้ตรวจฯ อาจจะหนักใจ อาจจะอมทุกข์คนเดียวไม่ได้ นอกจากจะหอบความทุกข์มาที่ศาล ก็อยากเห็นเหมือนกันว่าผู้ตรวจฯจะยื่นมาทั้งหมดหรือไม่ แต่ถ้าไม่ยื่นก็จบ ส่วน กกต.ก็เช่นกันต้องดูว่า จะยื่นใครมาเป็นพยาน จึงไม่ตัดสินใจว่าจะถึงขั้นนั้นหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน ศาลอาจจะเรียกพยานหลักฐานเพิ่มก็ได้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ส่งเข้ามา เพราะตอนนี้ก็มีในใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังพูดไม่ได้ จนกว่าจะเห็นหลักฐานของทั้งสองฝ่ายที่จะยื่นเข้ามาส่วนบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่นั้น อยู่ที่ข้อกฎหมาย ซึ่งเรายังไม่ได้คุยกัน เพราะคำว่าศาลไม่ใช่ความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นความเห็นของทั้ง 9คน ที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐธรรมนูญ ทั้ง 9คนมีดุลพินิจเป็นอิสระ ดังนั้นหลังจากฟังข้อเท็จจริงแล้วแต่ละคนเชื่อว่ามีดุลพินิจในการวินิจฉัย

ภาพลักษณ์ศาลถูกท้าทายจากสังคม

วันเดียวกัน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชนประจําปี 2569 พร้อมตอบคำถามที่สื่อมวลชนได้สอบถามถึงกรณีภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญในมุมมองของประชาชน ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลมีความท้าทายกับมุมมองนักวิชาการ กระแสสังคม โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งในการใช้ระบบนิติรัฐทำร้ายฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ และภาพลักษณ์ในความเป็นกลาง จำเป็นต้องกู้คืนหรือไม่ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องวิวัฒนาการ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นเพื่อตัดสินวินิจฉัยข้อพิพาททางรัฐธรรมนูญ คนที่ยื่นเรื่องต่อศาลส่วนใหญ่มีทุกฝ่าย ไม่ว่าเสียงส่วนใหญ่หรือเสียงส่วนน้อย

ย้ำไม่ใช่เครื่องมือทำร้ายฝ่ายตรงข้าม

นายนครินทร์ กล่าวว่า เมื่อมีข้อพิพาทก็จะยื่นเรื่องมาที่ศาล มันออกได้ทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นคำตัดสินของศาลเป็นที่ยอมรับหรือไม่ สุดท้ายก็ต้องเลือกข้าง ข้างใดข้างหนึ่ง ระหว่างข้างผิดข้างถูก และการตัดสินใจก็ไม่เป็นที่ถูกใจใครทั้งหมด วิวัฒนาการภาพลักษณ์ของศาลเกิดขึ้นเมื่อสังคม การเมือง มีวุฒิภาวะเพียงพอ แปลว่าการแก้ไขปัญหาทางการเมืองบางเรื่อง ควรมีกติกาเป็นที่ยอมรับในสังคม และวุฒิภาวะของสังคมต้องมีในระดับสูงที่มากพอ วุฒิภาวะสังคมแปลว่า กติการของการเข้าสู่อำนาจ การลงจากอำนาจ ต้องอยู่ในระดับที่ยอมรับกันได้ ศาลรัฐธรรมนูญจากทุกประเทศ ถ้าดูจากภาพรวม จะมีปัญหาในระยะแรกๆ เกือบทั้งหมด ในช่วงก่อตั้งคนมักจะมึน ว่าศาลรัฐธรรมนูญเกิดและก่อตั้งมาเพื่ออะไร เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้ว เชื่อว่าก็จะใช้กรณีอื่นๆในการแก้ไขปัญหา แต่ในปัจจุบันของสังคมไทย พอมีปัญหาทางรัฐธรรมนูญ ก็คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นที่พึ่ง ตนเชื่อว่าคำตัดสินของศาลจะมีคำอธิบาย ให้สังคมไทยเข้าใจได้มากพอ ว่าคำว่าการเลือกตั้งเป็นความลับทางรัฐธรรมนูญแปลว่าอะไร

ยึดเหตุผลในการวินิจฉัยแต่ละเรื่อง

นายนครินทร์ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญประเทศต่างๆก็มีปัญหาใกล้เคียงกับเรา เช่นกรณีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เก็บภาษีสินค้าต่างประเทศ ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกาชี้ว่า เรื่องภาษีเป็นอำนาจของรัฐสภา ประธานาธิบดีไม่มีอำนาจ คิดว่าศาลช่วยใคร ช่วยคนส่วนน้อยหรือคนส่วนมาก นอกจากนี้ในประเทศเกาหลีใต้หนักกว่านี้ ประธานาธิบดีออกกฎอัยการศึก สุดท้ายถูกรัฐสภาโหวตให้ประธานาธิบดี พ้นจากตำแหน่ง แต่การพ้นจากตำแหน่งต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบอีกครั้งว่า การดำเนินการของรัฐสภาชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายก็เอาออก ดังนั้นเสียงข้างมากเสียงข้างน้อยอยู่ข้างไหนกันแน่ นี่คือปัญหาแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ถ้าเราใช้อารมณ์คิดก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเราใช้เหตุผลคิด ก็จะเห็นว่าปัญหามันซับซ้อนมาก พอเรื่องขึ้นศาลมันก็จะต้องออกมาข้างใดข้างหนึ่ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top