529.jpg
ห่วงคนไทยแบกค่าไฟพุ่ง กรณ์ ปลุกคนไทยส่งเสียงค้านก่อนหมดเวลา

ห่วงคนไทยแบกค่าไฟพุ่ง กรณ์ ปลุกคนไทยส่งเสียงค้านก่อนหมดเวลา

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.31 น.

วันนี้ 30 มีนาคม 2569 กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนเรื่องการปรับขึ้นค่าไฟ (ค่า Ft) รอบเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 ที่กำลังจะมาถึง โดยระบุข้อความว่า "ค่าไฟกำลังจะขึ้น! ชวนคนไทยไปแสดงความเห็นกันครับ นอกจากเรื่องน้ำมันที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันและกระทบทุกครัวเรือนโดยตรง คือ “ค่าไฟฟ้า” แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ ประชาชนจำนวนมากอาจยังไม่ทราบว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) สำหรับรอบเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม 2569 และจะปิดรับฟังในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวในการประชุมล่าสุด กกพ. ได้เสนอ 3 แนวทางที่มีผลต่อค่าไฟอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ แนวทางที่หนึ่ง คิดต้นทุนเต็มและชำระหนี้คงค้างของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 35,928 ล้านบาท ส่งผลให้ค่าไฟขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 4.59 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นราว 18% จากระดับปัจจุบัน แนวทางที่สอง คิดเฉพาะต้นทุนปัจจุบันโดยเลื่อนภาระหนี้ออกไป ทำให้ค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 4.08 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และแนวทางที่สาม ใช้กลไกเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) มาช่วยลดภาระ ทำให้ค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 3.95 บาทต่อหน่วย หรือเพิ่มขึ้นราว 2% จากระดับปัจจุบันที่ 3.88 บาทต่อหน่วย

ตัวเลขเหล่านี้อาจดูต่างกันไม่มาก แต่ในความเป็นจริง ทุก ๆ การปรับขึ้นประมาณ 7 สตางค์ต่อหน่วย คิดเป็นภาระเฉลี่ยราว 200 บาทต่อครัวเรือน และหากจะตรึงค่าไฟไว้ที่ระดับเดิม รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมประมาณ 4,600–5,000 ล้านบาทเข้ามาช่วยพยุงราคา


กรณ์ จาติกวณิช

สิ่งสำคัญคือ หลังจากปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว กกพ. จะนำข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อสรุปมติ และมีแนวโน้มจะประกาศค่าไฟรอบใหม่ในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งจะกลายเป็นค่าไฟที่ประชาชนต้องจ่ายจริงในรอบถัดไป ขณะเดียวกัน ในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง การใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการใช้งานและโครงสร้างอัตราก้าวหน้า ทำให้ค่าไฟในบิลมีแนวโน้มสูงขึ้นอยู่แล้ว

นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายที่กระทบค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง และเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่วงเวลาที่เสียงของประชาชนสามารถเข้าไปมีผลก่อนการตัดสินใจจริง

ผมจึงขอเชิญชวนทุกท่าน ใช้สิทธิของตนในช่วงเวลาสุดท้ายนี้ เข้าไปศึกษาและแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพราะสิ่งที่ตัดสินใจในวันนี้ จะมีผลต่อค่าไฟที่เราทุกคนต้องจ่ายในวันข้างหน้า"

กรณ์ จาติกวณิช

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป บรรดาชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย ทั้งเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้และตัดพ้อถึงค่าใช้จ่ายที่กำลังจะเพิ่มขึ้น เช่น

"เรียบร้อยค่ะคุณกรณ์"

"สนับสนุนท่านครับลุยเลย"

"สนับสนุนคุณกรณ์ครับ คิดไม่พลาดอยู่แล้ว"

"ปล่อยตามกลไกเลยได้ไหมครับพี่ ปชชก็ต้องปรับตัว"

"มันยังจะตามมาอีกเพียบคับท่าน รอเลย1เมษายน69นี้"

"ตอนนี้ต้องรอรัฐบาล ใหม่ ถึงจะออกความเห็นได้ว่า รัฐบาลใหม่นี้จะแก้ไขปัญหายังไง ถ้าแก้ไขไม่ตรงจุดเรามาช่วยกันดันรัฐบาลให้ถูกทิศถูกทาง"

"รัฐบาลนี้คิดจะช่วยเหลือประชาชนเลยหรอ ได้ข่าวว่ายุโรปตอนนี้รัฐบาลออกมาช่วยลดค่าใช้จ่าย"

"ต่างชาติถือหุ้นใหญ่ในการไฟฟ้า ใช้นอมินี..อยากครอบครองประเทศไทย"

"ค่ารถโดยสารไปทำงานก็ขึ้นแล้วค่ะ"

"อยากให้คุณกรณ์ลองอธิบายเงื่อนไขของคนเป็นรบ.ว่ามันมีข้อจำกัดอะไรบ้างในการดำเนินนโยบายพลังงานที่บางอย่างทำได้ไม่ง่ายและไม่ได้ทันที เพื่อให้คนไทยช่วยกันผลักดันกระแสสังคมให้รบ.สามารถทำงานได้เร็วขึ้จ"

กรณ์ จาติกวณิช

กรณ์ จาติกวณิช

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top