วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
เบรกลาออกจากผอ.ศบก.
หนูอุ้มพิพัฒน์
ฝ่าเสียงสวดเอื้อธุรกิจปั๊ม
ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
ยังไม่ถึงขั้นภาวะฉุกเฉิน
ขนส่งเล็งขึ้น5สต./กม.
“อนุทิน” ป้อง “พิพัฒน์” หลังโดนถล่มยับ นั่งผอ.ศบก. แต่ครอบครัวกุมธุรกิจน้ำมัน ยอมรับเจ้าตัวขอลาออก แต่รั้งไว้ มั่นใจประสบการณ์ บอกถ้าทำผิดจับได้แน่ ย้ำไทยยังไม่ถึงขั้นประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน มีพอบริการปชช. ขอช่วยกันประหยัด รัฐบาลเดินหน้าเพิ่มทางเลือกด้านพลังงาน ด้วยการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 เพื่อลดต้นทุนภาคขนส่งและอุตสาหกรรม ศบก.แถลงจับกุมผู้ประกอบการน้ำมันกระทำผิด สระบุรี 3 ราย พระนครศรีอยุธยา 2 ราย กักตุนน้ำมัน “พาณิชย์”ผลักดันโครงการ”ไทยช่วยไทย”เพื่อลดภาระประชาชน เริ่ม 1เม.ย.นี้ “พิพัฒน์”จ่อตั้ง“โบว์ ณัฏฐา”ขึ้นแท่น โฆษก ศบก. สภาอุตสาหกรรมฯ คาดราคาสินค้าปรับขึ้น 8-10% รับราคาน้ำมันพุ่ง ‘หมอตุลย์’ นัดบุก!ทำเนียบฯ ไล่นายกฯ
เมื่อเวลา 09.37 น. วันที่ 30 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันที่จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ว่า ปั๊มส่วนใหญ่มีการให้บริการตามปกติ แต่มีบางรายที่ยังไม่เปิดให้บริการ แต่ไม่ใช่ส่วนใหญ่
เมื่อถามว่าการสุ่มตรวจแบบนี้ถือเป็นการมาดูปัญหาหน้างาน หลังไม่ตรึงราคาน้ำมัน จะมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องมีการลงไปดูเหมือนสมัยที่มีการสู้รบในพื้นที่ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องไปลงในพื้นที่เพราะต้องมีการตัดสินใจในหลายเรื่อง หากเราไปเห็นหน้างาน เห็นความเป็นไป เห็นปัญหา และเห็นข้อเท็จจริง รวมถึงได้สอบถามกับประชาชนทั่วไป ทำให้เรามีข้อมูลมากขึ้น จะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง
รบ.เดินหน้าขายดีเซลB20แล้ว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ดีเซล B20 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มของไทยในสัดส่วน 20% รถที่รองรับสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับดีเซลทั่วไป โดยจุดเด่นคือช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิง และเพิ่มการใช้พลังงานที่ผลิตได้ภายในประเทศ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้มีมาตรการดูแลราคาดีเซล B20 ให้ต่ำกว่าดีเซลทั่วไป (B7) ประมาณลิตรละ 5 บาท เพื่อจูงใจการใช้งาน และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม มาตรการดังกล่าวจะช่วยภาคขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรมที่มีต้นทุนด้านพลังงานสูง ให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นราคาสินค้า และเป็นผลดีต่อประชาชนในภาพรวม
ขณะเดียวกัน ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ได้ทยอยขยายจุดจำหน่าย B20 อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวกและทางเลือกให้กับผู้ใช้รถที่รองรับน้ำมันประเภทนี้ โดยสถานีบริการน้ำมันบางจาก เริ่มจำหน่ายแล้วที่คลังพระโขนง สถานีบริการน้ำมัน OR ที่คลังสงขลา และคลังสระบุรี และสถานีบริการน้ำมัน Shell คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายต้นเดือนเมษายน นอกจากนี้ การส่งเสริมการใช้ B20 ยังช่วยเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของประเทศ ส่งผลดีต่อเสถียรภาพราคาผลผลิต และช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย รวมถึงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลต้นทุนพลังงานของประชาชนและผู้ประกอบการควบคู่กัน การส่งเสริมดีเซล B20 จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยทั้งภาคเศรษฐกิจ ภาคการเกษตร และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว
แจงรถไฟฟ้าคันใหม่ของลูก‘อนุทิน’
เวลา 14.30 น. น.ส.รัชดา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงกรณีที่มีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่เพิ่มอีก 1 คัน โดยเป็นรถไฟฟ้าโตโยต้า bZ4X รุ่น AWD รถยนต์EV พลังงานไฟฟ้า แบรนด์ญี่ปุ่น โดยมีใจความระบุว่า “เรื่องบ้านเมืองวิจารณ์ได้เลย เข้าใจในความกังวลของประชาชนอยู่แล้ว แต่บางเรื่องก็ใจเย็นแป๊บ.. ตอนนี้มีความเข้าใจผิดกันว่านายกฯอนุทิน ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าคันใหม่เพิ่มอีกแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และกำลังเตรียมขับมาทำเนียบ !!! จะซื้ออะไรนักหนา คือมันไม่ใช่นะ รถไฟฟ้าคันใหม่ค่ายญี่ปุ่นที่กล่าวถึงกันอยู่เป็นของลูกชาย นายกฯไม่ได้ซื้อเพิ่ม มีแต่คันที่ขับมาทำเนียบ.
แถลงจับผู้ประกอบการกักตุนน้ำมัน
เมื่อเวลา 11.05 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันขณะนี้ยังอยู่ในช่วงของความผันผวน สถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้พลังงานโลกยังมีความกดดันด้านอุปทานอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันดิบดูไบเมื่อวัน 27 มี.ค. อยู่ที่ 120 กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 72% เมื่อเทียบก่อนเกิดเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยราคายืนอยู่ระดับมากกว่า 200 เหรียญต่อบาร์เรล และเคยขึ้นสูงสุดถึง 240 เหรียญต่อบาร์เรล สูงเกินกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับก่อนเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง
ส่วนการจับกุมผู้ประกอบการที่กระทำความผิด เมื่อวันที่ 15 มี.ค. กรมธุรกิจพลังงานได้ตรวจพบการลักลอบการกักเก็บน้ำมันที่ไม่ได้รับในพื้นที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี รวม 3 ราย โดย 2 รายแรกมีปริมาณน้ำมันไม่เกินเกณฑ์ มีการดำเนินการเปรียบเทียบปรับแล้ว ส่วนอีกรายมีการเก็บน้ำมันกว่า 1.8 หมื่นลิตร เข้าข่ายผิดกฎหมาย อยู่ระหว่างการดำเนินคดี ส่วนวันที่ 28 มี.ค. มีการตรวจพบสถานประกอบการลักลอบกักเก็บน้ำมัน 2 แห่ง ในพื้นที่ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พบมีถังและแกลลอนบรรจุน้ำมันรวม 60 กว่าถัง พร้อมอุปกรณ์สูบถ่ายจำนวนมาก กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมาย
ดูแลปชช.ช่วงสงกรานต์เต็มที่
เมื่อถามถึงสถานะกองทุนน้ำมัน รวมถึงจะมีการตรึงราคาน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือไม่ นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนกองทุนน้ำมันมีเงินไหลออกจากการชดเชยราคาน้ำมันอยู่ประมาณวันละ 1.3 พันล้านบาท กองทุนติดลบ 4.2 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการชดเชยที่ไหลออกรายวัน แต่อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานก็มีความพยายามที่จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และความพยายามของภาครัฐที่จะมีมาตรการมาดูแล อาจจะมีเรื่องภาษีสรรพสามิตมาช่วย ซึ่งอยู่ในช่วงการหารือ พยายามจะดูแลให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่มีการใช้พลังงานจำนวนมาก
ดีเดย์โครงการ‘ไทยช่วยไทย’1เม.ย.
นายประคัลร์ กอดำรงค์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) คณะผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ประจำส่วนกลาง) แถลงว่ากระทรวงพาณิชย์มุ่งเน้นบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านมาตรการต่างๆได้แก่การกำกับดูแลราคาสินค้าและป้องกันการฉวยโอกาส ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่จำหน่ายสินค้าทั้งสิ้น 3,477 แห่งทั่วประเทศในช่วงวันที่ 5-27 มี.ค. ที่ผ่านมา พบผู้กระทำผิดแล้วรวม 25 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรณีไม่ติดป้ายแสดงราคาตามมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการค ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียน ผ่านสายด่วน 1569 อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1-27 มี.ค. มีเรื่องร้องเรียนสะสมรวม 429 คำร้อง ตรวจสอบแล้ว 213 คำร้องมีการลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้ว 29 ราย และอยู่ระหว่างการเรียกตรวจสอบเอกสารต้นทุนในกรณีจำหน่ายราคาเกินสมควรอีก 51 คำร้อง
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังหารือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตในการเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย นำสินค้ากว่า 1,000 รายการมาลดราคาสูงสุดถึง 50% โดยจะเริ่มพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 เม.ย. นี้
เร่งหาแหล่งนำเข้าปุ๋ยทดแทน
นายประคัลร์ กล่าวว่า ในส่วนการช่วยเหลือเกษตรกร กระทรวงได้ยกระดับการช่วยเหลือผ่าน มาตรการปุ๋ยธงเขียว ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการเดิม ที่ได้รับส่วนลดจากปุ๋ยเคมี กระสอบละ 200 บาทจำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาทต่อได้ โดยจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับเกษตรกรที่มีบัตรดินดี ของกรมพัฒนาที่ดินหรือ หรือผ่านมาตรฐานการผลิตทางเกษตรที่ดีหรือจีเอพี ของกรมวิชาการเกษตร หรือเป็นสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการสัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายนนี้ที่กำแพงเพชรเป็นจังหวัดแรกก่อนที่จะขยายไปยังพื้นที่เพาะปลูกอื่นๆทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายรวมสิ้น 1 ล้านกระสอบ และมีแผนการดำเนินให้ครอบคลุมถึง 50 จังหวัด
‘พิพัฒน์’เผยเคยยื่นลาออก ผอ.ศบก.
วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก. เปิดเผยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ กรณีประกาศว่า จะหาตัวไอ้โม่งกักตุนน้ำมันว่า เรื่องลักลอบทางเรือจะไปโหลดจากไหน ยืนยันไม่มีการลักลอบน้ำมันเถื่อนทางเรือ เรือพวกนี้คือซัพพลายโบ๊ท แวะไปตามเรือสินค้าต่าง ๆ และขอซื้อน้ำมัน อย่าไปบอกว่าเขาลักลอบ เขาค้าขายทุกวัน ไม่รู้คำว่าเถื่อนมาจากไหน
“ผมยื่นใบลาออก (ผอ.ศบก.) ไปแล้ว ก่อนประกาศวันขึ้นน้ำมัน 6 บาท ด้วยซ้ำ หัวหน้าบอกลาออกไปทำไม ในเมื่อจะตั้ง ครม. ใหม่อยู่แล้ว นายกฯ บอกไม่มีความจำเป็นต้องลาออก ถ้าเราทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างโปร่งใส การกระทำของเราเองเป็นข้อพิสูจน์ แต่ทัวร์ลงหนักขึ้นทุกวัน” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า การอ้างอิงราคาสิงคโปร์ ทุกคนรู้ ทุกคนผ่านการบริหารกันมาทั้งหมด พูดตอนนี้ก็พูดได้ แต่ตอนที่เป็นรัฐบาลทำไมไม่ทำ ทำไมไม่คิด ทำไมไม่ปรับโครงสร้าง มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาอยู่แล้ว เราต้องไปดูโครงสร้างจากบริษัทต่าง ๆ ที่เข้ามาตั้งโรงกลั่น พร้อมยืนยันว่า ราคาน้ำมันจะขึ้นต่ออย่างแน่นอน
‘อนุทิน’ยันไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน
เวลา 15.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิพัฒน์ถูกโจมตีหนักว่านั่งผู้บริหารสถานการณ์พลังงาน ในขณะที่ครอบครัวมีธุรกิจน้ํามัน ว่า นายพิพัฒน์ทํางานหนักมาก และยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า ทราบว่านายพิพัฒน์อยากจะออกจากตําแหน่ง ผอ.ศบก. นายกฯ กล่าวว่า “ใช่ครับ ท่านเขียนใบลาออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ผมเป็นคนไม่อนุมัติให้ลาออก เพราะท่านทํางาน ท่านรู้กลไก ซึ่งเราต้องใช้ประสบการณ์คนเหล่านี้มาทําประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน ณ วันนี้ ที่ผู้สื่อข่าวติดตามขนาดนี้ มีทั้งประชาชน นักวิชาการ และผู้เป็นคอมเมนต์เตเตอร์ หรือแม้พวกผมเองในคณะรัฐมนตรี นั่งทํางานกันแบบนี้ ในขณะนี้ เป็นใครก็คงไม่กล้าที่จะคิดถึงประโยชน์ตัวเอง สมมุตินายพิพัฒน์เพียงแค่คิดว่า ถ้ามีนโยบายแบบนี้ แล้วจะเกิดประโยชน์กับครอบครัวของท่าน ผมก็จับได้ ผมก็รู้ และต้องทราบ รับรองผมให้ความมั่นใจเลยว่าผมไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น”
นายกฯ กล่าวว่า นี่เพราะตนเห็นว่าไม่มีเรื่องของผลประโยชน์ นอกจากไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แล้ว เรายังใช้ความเห็นและประสบการณ์ของนายพิพัฒน์ ในการให้แนวทาง และหลายแนวทางก็ปฏิบัติออกมาแล้วได้ผล ทั้งนี้สถานการณ์เรื่อง การเติมน้ำมัน และการให้บริการตามปั๊ม ถือว่ากลับเข้ามาเกือบสู่ขั้นปกติแล้ว แต่หากบางคนจะไปถ่ายรูปปั๊มใดปั๊มหนึ่ง แล้วเอารูปมาบอกว่าปั๊มนี้ยังปิดอยู่ อันนี้ตนต้องบอกว่าขอดูภาพรวม ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศต้องรายงานเข้ามาทุกเช้า ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ที่ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว หากทุกจังหวัดบริหารสถานการณ์ เรื่องน้ำมันได้ ฉะนั้นการสัญจรไปมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะไม่มีปัญหา นั่นเป็นเคพีไอ เป็นสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องให้ความใส่ใจอย่างเต็มที่
‘เอกนิติ’ไม่ยึดติดเก้าอี้ ผอ.ศบก.
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายถึงนายกฯมั่นใจในตัวนายพิพัฒน์ โดยที่นายกฯไม่กังวลใช่หรือไม่ว่าหากมีใครมาเช็คบิลตามหลัง นายกฯ กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนตั้งใจจะให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง เป็น ผอ.ศบก.ตั้งแต่แรก แต่ในเมื่อมี รมว.คมนาคม เป็นกรรมการอยู่ด้วย ขณะที่นายพิพัฒน์เป็นรองนายกฯอันดับที่ 1 ดังนั้นจึงต้องเรียงตามลําดับ โดยนายเอกนิติ บอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวจะขับเคลื่อนทุกอย่างให้ แต่ขอให้ชื่อนายพิพัฒน์เป็น ผอ.ศบก. แต่ในการขับเคลื่อนการทํางานจริงๆ แม้ตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการแต่ก็ยังมาประชุมทุกบ่าย เราก็ทํางานเป็นทีมเวิร์ก พูดง่ายๆ ก็คือทํางานด้วยกัน ตําแหน่ง ผอ.มีไว้กํากับดูแลหน่วยงานในสังกัด
ยันสถานการณ์คลี่คลายตามลำดับ
เมื่อถามต่อว่า นายกฯ อยากให้ความมั่นใจประชาชน เพื่อคลายความกังวล ว่าสถานการณ์น้ำมันจะเริ่มคลี่คลายได้หรือไม่ เพราะน้ํามันดิบกําลังจะเข้ามา นายกฯ กล่าวว่า สถานการณ์คลี่คลายมาโดยลําดับ ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาสู่ภาวะเป็นปกติ วันนี้หรือเมื่อวาน ก็ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ และก็มีการรายงานเข้ามาตลอด โดยมีการใช้เครือข่ายเน็ตเวิร์กของบริษัทผู้ค้าน้ํามันในประเทศไทย ทั้งปตท. เชลล์และคาลเท็กซ์ ซึ่งมีเครือข่ายการนําเข้าน้ำมันดิบเข้ามา ซึ่งทุกฝ่ายให้คำยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติใดๆ ในการนําเข้าน้ำามันดิบมากลั่น
เมื่อถามว่า การตั้งข้อสงสัยของสาธารณชนในเรื่องการบริหารพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน ทําให้นายกฯ เสียสมาธิ และรู้สึกบอบช้ําหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้เสียสมาธิ ช่วงนี้ตนไม่ได้พูดเล่นกับผู้สื่อข่าว ขำๆชวนหัว เพราะเข้าใจว่าประชาชนมีความกังวล และห่วงใย ก็ต้องใส่ใจให้มากขึ้น เพราะตนมีหน้าที่ ทําให้ความกังวลและความห่วงใยของประชาชน น้อยที่สุด หากเราจะพูดว่า อย่าห่วงใยเลย ก็คงพูดเต็มปากไม่ได้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าคู่กรณีที่เขารบกันอยู่ที่ตะวันออกกลาง ซึ่งวันนี้บอกเปิด พรุ่งนี้บอกปิด วันนี้บอกหยุดยิง พรุ่งนี้บอกยิงกันใหม่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่สิ่งที่เราต้องบริหารจัดการให้ได้คือเราต้องมั่นใจว่าพลังงานน้ำมันของเรา จะต้องไม่หายไปจากระบบ ซึ่งเราก็ยังมีความมั่นใจอยู่
ประเทศไทยยังไม่ถึงวิกฤตพลังงาน
เมื่อถามว่า นักวิเคราะห์มองว่าเดือนเม.ย.น้ำมันดีเซลราคาจะขึ้นไปถึง 60 บาทต่อลิตร นายกฯ กล่าวว่า เรื่องราคาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถ้ามีข่าวความขัดแย้งเกิดขึ้นมีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นทุกวงการไม่ใช่เฉพาะน้ำมัน อย่างตอนที่เรามีปัญหากับกัมพูชาหุ้นเราก็ตก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของกลไกตลาด สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการค่อยๆแก้ปัญหา เรื่องของความต้องการว่าจะต้องไม่มีผลกระทบ แต่ก็ต้องเรียนให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่า น้ำมันของเรา มีเพียงพอต่อการให้บริการและถ้าประชาชนให้ความร่วมมือช่วยกันประหยัด ช่วยกันหาพลังงานทางเลือก ช่วยกันลดการใช้น้ำมัน เหล่านี้ ก็จะยิ่งทำให้ความมั่นคงในทางพลังงานมีระดับสูงขึ้น
เมื่อถามว่า เทศกาลสงกรานต์จะมีของขวัญให้กับประชาชนหรือไม่เช่นการลดราคาน้ำมันถูกลง นายอนุทิน กล่าวว่า ตามกลไกตลาด เมื่อถามว่า มองว่าจะต้องมีการเตรียมภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในประเทศ เช่นเดียวกับ ประเทศฟิลิปปินส์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ณ ขณะนี้ สำหรับประเทศไทยยัง
จ่อตั้ง“โบว์ ณัฏฐา”นั่ง โฆษกศบก.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ เตรียมแต่งตั้งน.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำหน้าที่โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยในวันเดียวกันนี้ ระหว่างที่มีการแถลงข่าว ศบก.ประจำวัน ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ณัฏฐา ได้มาร่วมสังเกตการณ์การแถลงข่าวด้วย โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามมีกระแสข่าวว่า จะมาดำรงตำแหน่งเป็นโฆษก ศบก. มีหนังสือแต่งตั้งแล้วหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ยังไม่เห็นหนังสือแต่งตั้ง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ศบก.ที่ดำเนินการจัดรูปแบบแถลงข่าวโดยกรมประชาสัมพันธ์ เตรียมปรับรูปแบบการแถลงข่าวประจำวันใหม่ โดยจะมีโฆษกศบก.เป็นหลักพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยเสริมข้อมูล โดยจะเริ่มในวันที่ 31 มี.ค.2569
นอกจากนี้ มีรายงานว่า น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานนายอนุทิน และทำงานในพรรคภูมิใจไทย มาสักพักใหญ่แล้ว โดยยังไม่มีการออกหน้าสื่อแต่อย่างใด
คาดสินค้าปรับขึ้นราคา8-10%
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าราคาสินค้าอาจปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 8-10% ขณะที่ค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้น 20-25% ภายใต้สมมติฐานว่าราคาน้ำมันยังไม่พุ่งสูงถึงระดับวิกฤต 150 เหรียญฯ หากราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจต้องประเมินสถานการณ์ใหม่
แม่ฮ่องสอนปุ๋ยขึ้นกระสอบละร้อย
ขณะที่นางอรทัย แสงสุวรรณ์ เจ้าของร้านเกษตรแม่ฮ่องสอนเผยว่า สินค้าที่ร้านเกษตรแม่ฮ่องสอน นำมาจำหน่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ ราคาเป็นไปตามกลไกของตลาด เช่น ปุ๋ยยูเรียปรับราคาขึ้นนิดหน่อยไม่มาก จากเดิมจำหน่ายกระสอบละ 800 กว่าบาท ก็ปรับขึ้นประมาณ 100 บาท เพราะต้นทางปรับขึ้น ค่าขนส่งก็ปรับขึ้นตามราคาน้ำมัน เป็นผลมาจากราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่วนสินค้าอื่น เช่น อาหารสัตว์ เมล็ดผัก ยากำจัดแมลง ทางร้านยังไม่ปรับราคา เราเห็นใจเกษตรกร จะยังคงราคาเดิมไว้ให้นานที่สุด
ขนส่งขอปรับค่าโดยสาร5สต./กม.
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เผยว่า บันกรมฯเตรียมข้อมูลเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ขออนุญาตปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่รอด ทั้งนี้ การปรับค่าโดยสารเป็นการปรับอัตราแบบขั้นบันได ขยับขึ้น 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร เพิ่มขึ้น 5 บาท, 200 กิโลเมตร เพิ่ม 10 บาท, และ 300 กิโลเมตร เพิ่ม 15 บาท ระยะทาง 400 กิโลเมตร ปรับขึ้น 20 บาทเป็นต้น เพื่อให้การปรับราคาเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่กระทบต่อประชาชนมากเกินไป ส่วนมาตรการดูแลผู้ประกอบการรถบรรทุก เบื้องต้นกรมฯจะออกมาตรการราคามาตรฐานควบคุม ป้องกันปรับราคาขนส่งสูงเกินควร โดยอาศัยจังหวะน้ำมันแพง จะใช้สูตรคำนวณที่อ้างอิงตามค่า K (Escalation Factor) ของกรมทางหลวงเป็นเกณฑ์มาตรฐาน
จับมือบขส.ตรึงค่ารถถึง19เมย.
นายสรพงศ์ กล่าวว่า กรณีราคาน้ำมันขึ้น 10% ค่าขนส่งควรปรับขึ้นได้ในสัดส่วนเท่าไหร่ ไม่ใช่พอน้ำมันขึ้นนิดหน่อย แต่ปรับราคาถึง 30% ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง หากในอนาคตราคาน้ำมันปรับตัวลง ราคาขนส่งก็ต้องลงตามเกณฑ์มาตรฐานนี้เช่นกัน ปัจจุบันรัฐบาลพยายามสนับสนุนค่าพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาตรึงราคาน้ำมันลิตรละ 20 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16-17 บาท เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการ
นายสรพงศ์กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังผันผวนสูง และไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดได้ชัดเจน ทำให้เกิดการตัดสินใจระหว่างลอยตัวตามกลไกตลาดหรือพยุงราคา ซึ่งกรมฯวางมาตรการรองรับ ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนแล้ว โดยกรมฯร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ตรึงอัตราค่าโดยสารรถสาธารณะไว้ระดับเดิมถึงวันที่ 19 เมษายน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569
ใช้เงินกปถ.ชดเชยส่วนต่าง
‘หมอตุลย์’นัดบุก!ทำเนียบฯอังคารนี้
ด้านนพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นต่อการบริหารงานของรัฐบาลว่า ขอแสดงความไม่ไว้วางใจนายกฯอนุทิน ที่เพิ่งได้เป็นนายกฯ แต่ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องว่าตั้งแต่เกิดวิกฤตสู้รบสหรัฐ-อิสราเอลและอิหร่าน บริหารราชการแผ่นดินในภาวะวิกฤตผิดพลาด ปล่อยให้กักตุนน้ำมัน นอกจากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมรับว่ามีการกักตุนน้ำมัน ยังกล่าวโทษประชาชนว่าแตกตื่นไปเติมน้ำมัน และกักตุนจนน้ำมันหมดปั๊มเอง
“ผมถือว่านายกฯอนุทินละเว้นปฏิบัติหน้าที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนสาหัส ไม่สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันค้นหาและตรวจสอบปริมาณสต็อกน้ำมันก่อนจะขึ้นราคามากถึง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งในอดีตก่อนขึ้นราคาน้ำมัน ต้องมีกระบวนการตรวจสอบปริมาณน้ำมันคงเหลือก่อนเสมอ และหลักฐานโดยอ้อมว่าน้ำมันมีพอ คือ ไทยยังมีน้ำมันสำเร็จรูป ส่งออกไปลาวได้ อ้างว่ามีสัญญากันอยู่ และไทยพึ่งไฟฟ้าจากลาว
ผมจะไปยื่นหนังสือร้องเรียน และอภิปรายนายกฯอนุทินวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล”นพ.ตุลย์กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี