529.jpg
ปลัดมท. เรียกถก ปภ.-ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดเหนือ เข้มยกระดับจัดการไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น PM2.5

ปลัดมท. เรียกถก ปภ.-ผู้ว่าฯ 17 จังหวัดเหนือ เข้มยกระดับจัดการไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น PM2.5

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.19 น.

ปลัดมท. เรียกถก ปภ.-พ่อเมือง17 จังหวัดเหนือ เข้มยกระดับจัดการปัญหาไฟป่า-หมอกควัน-ฝุ่น PM2.5 กำชับระดมอากาศยานดับไฟป่า ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้า สแกนคนเข้าป่า ย้ำทุกพื้นที่บูรณาการเร่งแก้วิกฤตด่วน

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมี นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง กระทรวงมหาดไทย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 17 จังหวัดภาคเหนือประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 


นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงได้สั่งการให้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประชุมติดตามสถานการณ์ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งวานนี้ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนิน 4 มาตรการยกระดับการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ 

“แม้ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยจะมีมาตรการห้ามเผาที่ได้ผลน่าพอใจ แต่สาเหตุจากฤดูร้อนที่ทำให้มีโอกาสเกิดไฟป่าได้มากขึ้น รวมถึงสะสมของเศษซากการเกษตร ซึ่งอาจมีการลักลอบเผา จึงขอให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้บัญชาการ ปภ. กลาง ประสานระดมเครื่องจักรกลและเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกองทัพบก (ทบ.) ไปประจำจุดสำคัญที่มีค่า PM2.5 หรือ Hotspot สูงในภาคเหนือ เพื่อให้เข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที พร้อมทั้งให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าในพื้นที่ที่สถานการณ์วิกฤต เช่น อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความรวดเร็วในบริหารจัดการภัยพิบัติ” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ดำเนินตาม 4 มาตรการยกระดับการลดผลกระทบจากสถานการณ์ PM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดมีค่าฝุ่น PM2.5 สูง แต่ตรวจไม่พบจุดความร้อนในพื้นที่ เนื่องจากสาเหตุหมอกควันข้ามแดนหรือพัดมาจากพื้นที่ข้างเคียง ให้รายงานมายังผู้บัญชาการทันที พร้อมให้จังหวัดช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน และให้กำชับนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เฝ้าระวังผู้ที่เข้าไปในป่าอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดจุดความร้อนขึ้นอีก และหากพบว่าเกิดจุดความร้อนที่เกิดในเขตอุทยานแห่งชาติ ให้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหัวหน้าอุทยานฯ เพื่อทราบถึงมาตรการและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ ขอให้ทุกท่านทำงานอย่างเต็มที่ บูรณาการร่วมกันเป็นหูเป็นตา ทั้งฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมเชื่อมั่นว่าหากเราร่วมมือกัน สถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 จะคลี่คลายลงโดยเร็ว" 

ด้านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประจำการในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงดาว ตรวจวัดค่า PM2.5 ได้สูงถึง 330 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่ง ได้สั่งการให้เฮลิคอปเตอร์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (KA-32) ลำที่ 1 ขึ้นบินปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่ามาตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา และในวันนี้ได้นำเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 จากจังหวัดลพบุรี ขึ้นไปสแตนด์บายที่เชียงใหม่เพิ่มเติม เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและเพิ่มศักยภาพในการระงับเหตุ นอกจากนี้ในเรื่องการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ ได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบถึงแนวทางตามระเบียบกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ซึ่งในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิง "ป้องกันและยับยั้งภัย" ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยให้จังหวัดมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการภัยได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้ง ได้ชี้แจงให้ทุกจังหวัดในเรื่องการประชาสัมพันธ์มาตรการต่างๆ การดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top