533.jpg
โปรดเกล้าฯครม.อนุทิน2  ถวายสัตย์6เมษา  เรียกประชุมนัดแรกทันที

โปรดเกล้าฯครม.อนุทิน2 ถวายสัตย์6เมษา เรียกประชุมนัดแรกทันที

วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โปรดเกล้าฯครม.อนุทิน2

ถวายสัตย์6เมษา

เรียกประชุมนัดแรกทันที

แถลงนโยบาย9-10เม.ย.

มติปปช.ส่งคำร้องศาลฯ

ฟัน44สส.ส้มคดีแก้ม.112

โปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2”35 รัฐมนตรี นายกฯควบมท.1 “ปกรณ์”ผงาดรองนายกฯ” พิพัฒน์-เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์” รองนายกฯ“ยศชนัน”รองนายกฯ ควบรมว.การอุดมศึกษาฯ“บิ๊กดุลย์”รมว.กลาโหม “เอกนัฏ” รมว.พลังงาน “จุลพันธ์” รมว.แรงงาน  “ประเสริฐ”รมว.ศึกษาฯ“สุริยะ”รมว.เกษตรฯนายกฯเตรียมนำครม.ใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ 6เม.ย.เรียกประชุมนัดแรกทันทีเตรียมแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาด้านป.ป.ช.มีมติส่งคำร้องศาลฎีกาฟัน44อดีตสส.ก้าวไกลคดีเสนอแก้ม.112จับตาศาลรับคำร้องจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี ความว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 19 มีนาคมพุทธศักราช 2569 แล้ว นั้น


โปรดเกล้าฯครม.‘อนุทิน2’

บัดนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เลือกสรรผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไปแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

7รองนายกฯ-4รมต.สำนักฯ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นางสุขสมรวย วันทนียกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

‘บิ๊กดุลย์’รมว.กห.-สุริยะนั่งกษ.

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานายนิกร โสมกลาง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายวัชระพล ขาวขำ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนายสรรเพชญ บุญญามณี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

หนูควบมท.1-‘เอกนัฏ’พลังงาน

นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อีกตำแหน่งหนึ่ง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

‘รุทธพล’รมว.ยธ.-ประเสริฐศธ.

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายวราวุธศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาสปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอนุทีน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

นายกฯเข้าทำเนียบฯหลังโปรดเกล้าฯ

เมื่อเวลา09.20น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เข้าปฎิบัติหน้าที่ภายหลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการให้ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าจะนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณวันไหน นายกฯหันมายิ้มให้สื่อมวลชนไม่ได้ตอบคำถามก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าจากนั้นเวลา10.30 น.นายกฯเดินทางเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการบูรณาการเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐเชิงรุก ภายใต้โครงการขับเคลื่อนระบบเฝ้าระวังการทุจริตเชิงรุกในหน่วยงานภาครัฐประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายกฯย้ำเป็นพระมหากรุณาธิคุณ

ต่อมาเวลา11.20น.ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ พวกเราทุกคนก็ยังทำงานอย่างเต็มความสามารถรับใช้ที่น้องประชาชน

เตรียมนโยบายแถลงต่อรัฐสภา

เมื่อถามถึงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า เตรียมในสาระสำคัญก็เกือบจะครบถ้วนแล้ว เรายังมีเวลาอีกประมาณ 1สัปดาห์ ถ้าจะเพิ่มหรือทำให้มันมีความสมบูรณ์มากกว่านี้ ส่วนสาระสำคัญของร่างแถลงนโยบายฯรวมของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรารวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน

เมื่อถามว่าจะต้องมีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุยก่อนแถลงนโยบายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุยแล้วระหว่างการจัดทำร่างเราก็มีการเชิญมาพูดคุยกันแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าไม่มีอะไรแก้ไขในสาระสำคัญก็จะส่งให้สภาด้วย เพื่อให้สส.ได้ไปอ่านและไปศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมในการอภิปรายซึ่งตนเชื่อว่าในการอภิปรายจะต้องมีข้อแนะนำและข้อเสนอแนะดีๆนอกเหนือจากการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งรัฐบาลก็จะรับมาดำเนินการ รัฐบาลนี้ฟังประชาชนอยู่แล้ว

เชื่อได้รับข้อเสนอแนะแนวทางดีๆ

เมื่อถามว่า จะมีการตั้งทีมเพื่อรับฟังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่ เมื่อถามว่าคำแถลงนโยบายจะมีการเพิ่มอะไรเป็นพิเศษอีกหรือไม่นอกจาก4ด้านสาระสำคัญที่เขียนไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็นำเสนอเข้าไปและรับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาเพราะเราแถลงต่อสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว ฉะนั้นเชื่อว่าเราจะได้รับข้อเสนอแนะ แนวคิด แนวทางดีๆ จากคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน

เมื่อถามย้ำว่ามีอะไรที่เพิ่มมาเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิมที่เราหาเสียงไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องของพลังงาน เรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการที่ไทยจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปราม การทุจริตคอรัปชั่น การปราบปรามยาเสพติด เป็นสิ่งที่เราต้องทำเพราะเราจะเข้าไปเป็นสมาชิกของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อบอกชาวโลกว่าเราเป็นประเทศที่เชื่อถือได้ เป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาล มีคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ต้องมีความสะอาด ไม่ใช่เข้าไปเปื้อนไปหมดแบบนี้ แบบเปื้อนไปหมดแบบนี้เข้าไปก็เท่ากับเป็นการประจานตัวเอง ไม่ได้หรอก

คาดเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ6เมษา

เมื่อถามว่าได้วันเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อย่างไม่เป็นทางการว่าน่าจะเป็นวันที่ 6 เมษายน อันนี้สุดแล้วแต่ทางสำนักพระราชวังแจ้งมา ตรงนี้เรากำหนดไม่ได้ ก็รอแจ้งอย่างเป็นทางการมา แต่เบื้องต้นได้รับการประสานมาว่าให้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่จากนี้เป็นต้นไป คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนก็ได้รับการแจ้งว่าต้องมีความพร้อมตลอดเวลาที่จะไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่ว่าวันไหนเวลาไหน ที่แน่นอน เดี๋ยวจะประสาน เรากำหนดไม่ได้ เมื่อถามว่าภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จจะเรียกประชุม ครม.เลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทันทีครับ และจากนั้นก็เป็นการแถลงนโยบาย

นายกฯนำครม.ถวายสัตย์ฯ6เม.ย.

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยขั้นตอนหลังจากนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.)ได้แจ้งกำหนดการเบื้องต้นว่านายกรัฐมนตรีเตรียมนำครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ในวันจันทร์ที่ 6 เม.ย.นี้

ขณะที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(สลน.)ได้เตรียมนัดหมายครม.ชุดใหม่ ให้เดินทางมาพร้อมกันที่ตึกสันติไมตรี ในเวลาประมาณ15.00น. เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีและตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อนจะขึ้นรถยนต์ที่สลน.จัดเตรียมไว้ออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลาประมาณ17.00 น.ไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการต่อไป

เรียกถกครม.นัดแรก3ทุ่มทันที

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเข้าเฝ้าเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษซึ่งคาดว่าจะเป็นเวลาประมาณ21.00น.เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาและหารือถึงมาตรการเพื่อรองรับสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ไม่มีทีท่าจะยุติแต่อย่างใด

ยศชนันพร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่า ดีใจที่คนไว้วางใจ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตำแหน่งในการทำงานต่างๆมาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด รวมถึงต้องควบคู่กับการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนเช่นวิกฤติพลังงาน การหาพลังงานทดแทน รวมถึงปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5ที่พื้นที่ภาคเหนือเดือดร้อนพอสมควร ตรงนี้เราได้มีการเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว การที่เราจะให้ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับเรื่องอยู่อย่างปลอดภัย จากปัญหาฝุ่น PM 2.5

โดยเฉพาะกระทรวงเกี่ยวกับด้านสังคมพรรคเพื่อไทยดูแล เราดูแลตั้งแต่เรื่องคน ที่อาจจะเป็นกลุ่มเปราะบาง เด็ก จนถึงเรื่องการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มคนผู้สูงอายุ ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้วางแผนล่วงหน้าไว้พอสมควรและพร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในหนึ่งเดือนแรกมีเรื่องจำเป็นที่ต้องทำเร่งด่วนและมีแนวทางที่จะวางแผนให้กับประชาชนได้รับทราบว่าอะไรจะเป็นแนวทางที่ทำในระยะประมาณ 6 เดือนถึง 1ปีซึ่งจะเป็นสิ่งที่เป็นความหวัง ที่จะทำในระยะเวลา 2 ปี 4 ปี ต้องมีการสื่อสารให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีเรื่องการรับมือสิ่งที่ไม่คาดฝัน

‘ประเสริฐ’รอแถลงนโยบาย-ก่อนลุยศธ.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังมีประกาศโปรดเกล้าคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า ตนได้รับรายงานจากผุู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)แล้วว่า ในวันที่ 1 เม.ย. 2569เป็นวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 134 ปีและพิธีมอบรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปี 2569ซึ่งในโอกาสดังกล่าวนั้น ถือเป็นวันครบรอบที่สำคัญ แต่การกำหนดทิศทางนโยบายด้านการศึกษาจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการก่อนจึงจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆได้อย่างครบถ้วนและมีเอกภาพ

นายประเสริฐย้ำว่าขอให้เชื่อมั่นว่าทีมนโยบายจะดำเนินการอย่างรอบคอบ ยึดประโยชน์ของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของครู ซึ่งขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมั่นใจว่านโยบายที่จะออกมา จะเป็นนโยบายที่ดี มีความต่อเนื่อง และสามารถยกระดับระบบการศึกษาไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ชี้ครม.ใหม่ไม่เหนือคาดหมาย

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่าไม่มีอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมาย ส่วนข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่ เชื่อว่าจะใช้ในเวทีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เบื้องต้นทราบว่าจะให้มีการอภิปรายจำนวน 2 วันแต่ยังไม่ตกลงเป็นที่แน่นอนว่าจะเป็นช่วงวันที่ 8-9 เม.ย. หรือ 9-10 เม.ย.

ลับมีดรอใช้เวทีแถลงนโยบาย

โดยฝ่ายค้านจะใช้เวทีดังกล่าว นำเสนอในแง่ความเป็นไปได้ต่อการปฏิบัติ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านต้องหารือกันอีกครั้งถึงการจัดสรรเวลา เบื้องต้นคาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะได้รับเวลาอภิปราย 14-15 ชั่วโมง แต่พรรคประชาธิปัตย์อาจได้เวลาอภิปรายเพียง 1 ชั่วโมงดังนั้นจึงถือว่าเป็นโอกาสที่จะสอบถามนายกฯ และรัฐบาลใหม่ ถึงแนวทางแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับวันข้างหน้า ทั้งในระยะสั้น กลาง และระยะยาว

ปปช.ส่งศาลฎีกาฟัน44สส.คดีแก้112

วันเดียวกัน นายสุรพงษ์อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกากรณี44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112ในข้อหาผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงซึ่งจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนทางธุรการในการจัดเตรียมเอกสารพร้อมคำร้องเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยในทางธุรการจะต้องมีการประสานงานกับทางศาลว่ามีความพร้อมเมื่อไหร่เนื่องจากเอกสารประกอบคำร้องมีจำนวน56 ชุด อีกทั้งจะต้องมีการสำเนาเอกสารให้กับคู่ความด้วย ดังนั้นจะต้องดูความพร้อมของสำนักงานว่าจะสามารถยื่นคำร้องได้เมื่อไหร่ ยืนยันว่าจะต้องดำเนินการโดยเร็ว

ลุ้นศาลรับคำร้อง/สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

ส่วน สส.ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในนามพรรคประชาชนจะต้องมีการหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะมองเรื่องนี้อย่างไรเนื่องจากในขณะถูกร้อง สส.ดังกล่าวเป็น สส.อยู่ในสมัยเดิม แต่ปัจจุบันได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่จำนวน 10 คนซึ่งอยู่ในรายชื่อ 44สส.ด้วย จึงต้องดูว่าศาลฎีกาจะสั่งรับคำร้องและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยหรือไม่ หากเป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานกฤษฎีกาตีความไว้ หากสส.ดำรงตำแหน่งอยู่ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ย้ำว่าจะต้องรอดูคำสั่งของศาลฎีกา ซึ่งป.ป.ช.คงไปก้าวล่วงไม่ได้ แต่ในส่วนของการจัดทำคำร้องหรือคำขอของสำนักงานป.ป.ช.ก็ต้องเสนอให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วยอยู่แล้วซึ่งกระบวนการจะไปจบที่ศาลอยู่แล้ว

สำหรับรายชื่อของ44สส.พรรคก้าวไกล ที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ในนามพรรคประชาชน ที่มีความเสี่ยงถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ มีจำนวน 10 คน แบ่งเป็นสส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ประกอบด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นายวาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และอีก 2 คนที่เป็น สส.แบ่งเขต ประกอบด้วยนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

สว.พร้อมเดินตามสภาฯเลิกอาหารฟรี

ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีผลหารือของตัวแทนพรรคการเมืองเสียงเอกฉันท์ให้เลิกเลี้ยงอาหารกลางวัน สส.ตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไปว่า สว.พร้อมให้ความร่วมมือ ในภาวะที่ประเทศตกในภาวะวิกฤติพลังงาน สว.ได้คุยกันว่าพร้อมให้ความร่วมมือประหยัดงบประมาณของราชการให้มากที่สุด เช่นมีมติชัดเจนให้งดเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่จำเป็น ขณะที่มาตรการประหยัดค่าใช้จ่ายเช่นค่าอาหารทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือประหยัดงบ เรื่องอาหารกลางวัน หรืออาหารระหว่างประชุมพร้อมจะจ่ายกันเอง โดยไม่ให้เป็นปัญหาของสว. ทั้งนี้ ตนจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภา(วิปวุฒิสภา)ในวันที่1เม.ย.เพื่อให้รับทราบร่วมกัน เมื่อสภาฯมีมติออกมาสว.ต้องดำเนินการตามแบบอย่างเพื่อบ้านเมืองของเรา อย่างน้อยเพื่อประหยัดงบประมาณ หากทำได้ถือเป็นสิ่งที่ดี

ยังอุบลดผู้ช่วยฯ- ตัดบำนาญ

นายมงคลกล่าวถึงข้อเสนอให้ลดจำนวนผู้ช่วยทำงานประจำตัว สว.ว่า ขอรอฟังทางสภาฯ หากมีอะไรต้องปรึกษาหารือกัน วุฒิสภาพร้อมให้ความร่วมมือ โดยได้ศึกษา วางแนวทางทำให้ประหยัดงบประมาณให้มากที่สุด ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิกทุนเลี้ยงชีพอดีตสมาชิกรัฐสภานั้น ต้องดูตามความจำเป็น ฐานะกรรมการกองทุนฯทราบว่ามีอดีตสมาชิกรัฐสภา ที่ช่วยตัวเองไม่ได้อยู่จำนวนหนึ่ง บางคนไม่มีรายได้ บางคนอยู่ในภาวะเจ็บป่วย โดยสรุปทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้เหตุผล และความจำเป็นไม่มีการใช้เกินกว่าความจำเป็น

ปธ.ศาลรธน.ปัดพูดแก้รธน.60

ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า จ.กระบี่ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560ว่าส่วนตัวปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเพราะเป็นเรื่องของรัฐสภา แต่ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญปี 60 มีข้อบกพร่องอยู่บ้าง จากเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีเฉพาะคดีที่มีข้อขัดแย้ง แต่รัฐธรรมนูญปี 60 อนุญาตให้มีการปรึกษาหารือได้และยกตัวอย่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญถึงวาระการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปัจจุบันกำหนดให้มีวาระ 7 ปี ขณะที่ตนเป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญปี2550ที่กำหนดวาระตุลาการ 9 ปีจึงมองว่า7ปีเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไป ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญทั่วโลกส่วนใหญ่ กำหนดวาระไว้ 9-12 ปีซึ่งเป็นมาตรฐานของยุโรป เยอรมัน ออสเตรเลีย

คาดคดีบาร์โค้ดไม่เกิน1ปีเสร็จ

นายนครินทร์กล่าวถึงกรอบการพิจารณาคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่ายังไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่แต่ตามปกติไม่ควรเกิน 1 ปี คดีที่ผ่านมาเคยมีการพิจารณายาวที่สุดอยู่ที่ 11เดือนและไม่ควรจะเกินไปกว่านั้นอย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ต้องรอพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ที่ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วนเสียก่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top