วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
ปลัดมท.ถกด่วน
สั่ง17ผู้ว่าฯเหนือ
แก้ไฟป่า-ฝุ่นพิษ
เชียงใหม่ยังอ่วม
นายกฯมอบ“สุชาติ”-ปลัดมท.ลงพื้นที่แก้ปัญหาไฟป่าภาคเหนือ ลั่นต้องเฉียบขาด ชี้วัด KPI ผู้ว่าฯ ด้านปลัด มท.ถกผู้ว่าฯ 17 จังหวัดภาคเหนือดำเนิน 4 มาตรการ รายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง ส่วนนักวิชาการ ชี้ฝุ่น PM2.5 เชียงใหม่-ปาย พุ่งเกิน 300 มคก./ลบ.ม.เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เป็นหายนะทางสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ว่าได้มอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงมหาดไทย จะกำกับดูแลในพื้นที่ 3-4 จังหวัดภาคเหนือ ที่จะต้องเข้มงวดเรื่องการเผาวัชพืชต่างๆ ส่วนการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เราก็ร่วมมืออยู่ตลอด แล้วก็พยายามบริหารจัดการในส่วนที่เราควบคุมได้ ก็สามารถลดความรุนแรงได้ระดับหนึ่ง และได้ย้ำไปว่าต้องทำงานอย่างเฉียบขาด เต็มที่เหมือนกับปีที่แล้ว เพราะเราไม่อยากมานั่งทำเหมือนจับปูใส่กระด้ง แต่พอทำเต็มที่ก็หาว่าไปแกล้งเกษตรกรอีก หรือทำให้เขาเดือดร้อน แล้วจะทำอย่างไร ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้รับคำสั่งชัดเจน ต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด ถือเป็นส่วนหนึ่งของการวัดประสิทธิภาพ (KPI) ผู้ว่าฯด้วย
ด้านนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยมีนายธีรพัฒน์คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมทั้งผู้ว่าราชการ 17 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยนายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีความรุนแรงต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง นายกฯ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประชุมติดตามสถานการณ์ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ ดำเนิน 4 มาตรการยกระดับการลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นPM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ
“แม้ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยจะมีมาตรการห้ามเผาที่ได้ผล แต่สาเหตุจากฤดูร้อนทำให้มีโอกาสเกิดไฟป่ามากขึ้น รวมถึงสะสมของเศษซากการเกษตร ซึ่งอาจมีการลักลอบเผา จึงขอให้อธิบดีปภ.ในฐานะผู้บัญชาการปภ.กลาง ประสานระดมเครื่องจักรกลและเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และกองทัพบก (ทบ.) ไปประจำจุดที่มีค่าฝุ่นPM2.5 หรือ Hotspot สูงเพื่อให้เข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าในพื้นที่ซึ่งสถานการณ์วิกฤต เช่น อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพื่อความรวดเร็วในบริหารจัดการภัยพิบัติ” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่ ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ดำเนินตาม 4 มาตรการยกระดับการลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นPM 2.5 อย่างจริงจังและต่อเนื่อง หากพื้นที่ใดมีค่าฝุ่น PM2.5 สูง แต่ตรวจไม่พบจุดความร้อนในพื้นที่ เนื่องจากสาเหตุหมอกควันข้ามแดนหรือพัดมาจากพื้นที่ข้างเคียง ให้รายงานมายังผู้บัญชาการทันที พร้อมให้จังหวัดช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน และให้กำชับนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เฝ้าระวังผู้ที่เข้าไปในป่าอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดจุดความร้อนขึ้นอีก และหากพบว่าเกิดจุดความร้อนที่เกิดในเขตอุทยานแห่งชาติ ให้บูรณาการข้อมูลร่วมกับหัวหน้าอุทยานฯ เพื่อทราบถึงมาตรการและการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นั้นๆ ทั้งนี้ ขอให้ทำงานอย่างเต็มที่ บูรณาการร่วมกันเป็นหูเป็นตา ทั้งฝ่ายปกครอง นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เชื่อว่าสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM2.5 จะคลี่คลายลงโดยเร็ว
ส่วนอธิบดีปภ.กล่าวว่าได้ประจำการในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น โดยเฉพาะ อ.เชียงดาว ตรวจวัดค่าฝุ่นPM2.5 สูงถึง 330 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ได้สั่งการให้เฮลิคอปเตอร์ปภ.(KA-32) ลำที่ 1 ขึ้นบินปฏิบัติการทิ้งน้ำดับไฟป่าตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา และวันเดียวกันนี้ได้นำเฮลิคอปเตอร์ลำที่ 2 จาก จ.ลพบุรี ไปสแตนด์บายที่ จ.เชียงใหม่เพิ่มเติม เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียนและเพิ่มศักยภาพในการระงับเหตุ นอกจากนี้ในเรื่องการใช้จ่ายเงินทดรองราชการ ได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบถึงแนวทางตามระเบียบกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ซึ่งในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน จังหวัดสามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันและยับยั้งภัย ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ซึ่งจะช่วยให้จังหวัดมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการภัยได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้ง ได้ชี้แจงให้ทุกจังหวัดในเรื่องการประชาสัมพันธ์มาตรการต่างๆ การดำเนินงานให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง
ขณะที่นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลAir4Thai ระบุค่าฝุ่น PM2.5 ที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ สูงถึง 332 มคก./ลบ.ม.และที่ อ.ปายจ.แม่ฮ่องสอน สูงถึง 309 มคก./ลบ.ม.อยู่ในเขตอันตรายสูงสุด ถือเป็นหายนะทางด้านสิ่งแวดล้อม (environmental disaster)
นายสนธิ เปิดเผยด้วยว่า ข้อมูลองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US. EPA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าหากฝุ่น PM2.5 ที่มีค่าสูงกว่า 300 มคก./ลบ.ม.ในรอบ 24 ชั่วโมงจัดอยู่ในระดับที่อันตรายมาก (Hazardous) โดยตามเกณฑ์ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ระดับนี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงต่อทุกคน ไม่ใช่แค่กลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี