533.jpg
ส่อถังแตกในอนาคต! หมอวรงค์ ชงยกเลิกบำนาญสส.-สว. ซัดผลาญภาษีประชาชนมากเกินไป

ส่อถังแตกในอนาคต! หมอวรงค์ ชงยกเลิกบำนาญสส.-สว. ซัดผลาญภาษีประชาชนมากเกินไป

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.03 น.

’หมอวรงค์‘ ชำแหละกองทุนสวัสดิการสมาชิกรัฐสภา! ชงยกเลิกบำนาญสส.-สว. ซัดผลาญภาษีประชาชนหลายร้อยล้าน ส่อถังแตก-ติดลบในอนาคต สิทธิประโยชน์ทะลุฟ้าทะลุเพดาน เป็นภาระต้องอุ้มเลี้ยงดูไปตลอดชีวิต เชื่อปชช.รับไม่ได้

วันที่ 2 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 16.10 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าประธานการประชุม พิจารณาวาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุดวันที่30ก.ย.2567 โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายตอนหนึ่งว่า กองทุนนี้เรียกให้เข้าใจว่า กองทุนสวัสดิการของอดีตสส. สว. ตนกล้าพูดเต็มปากว่ากองทุนนี้ยังไงก็ต้องติดลบ ถือว่าเป็นกองทุนอภิสิทธิ์ เพราะพวกเราเสนอเอง พิจารณากฎหมายเอง และผู้เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพวกเราเป็นคนออกระเบียบเอง เป็นกองทุนที่เอาภาษีของประชาชนมาดูแลพวกเรามากที่สุดในทุกๆกองทุน กองนี้จริงอยู่หลายคนบอกว่าเป็นกองทุนที่จ่ายเงินสมทบ โดบให้สมาชิกทั้งสส. สว. จ่ายเดือนละ3,500บาท แต่เราจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ 5 สิทธิ ได้แก่ 1.เงินทุนเลี้ยงชีพ(บำนาญ) 2.ค่ารักษาพยาบาล/ตรวจร่างกาย ไม่เกิน1.3แสนบาทต่อปี 3.เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรเบิกได้2คน 4.กรณีทุพพลภาพ 1.5หมื่นบาทต่อเดือน และ5.กรณีถึงแก่กรรม จำนวน 200,000 บาท 


”ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทะลุฟ้าทะลุเพดาน ไม่มีกองทุนไหนให้สวัสดิการมากมายขนาดนี้ จนผมรู้สึกว่าเราเอาเปรียบประชนชนมากเกินไปหรือไม่ อะไรลดได้ลด อะไรตัดได้เราควรจะตัด เพราะมิฉะนั้น วันหนึ่งกองทุนนี้ต้องถังแตก จากรายงานที่มีการชี้แจงมา ปี2566 ติดลบ19ล้านบาท ปี67 ติดลบ 23 ล้านบาท“ นพ.วรงค์ กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า โดยเฉพาะเรื่องเงินทุนเลี้ยงชีพ หรือบำนาญที่มีการปรับเปลี่ยนล่าสุดในปี2567 หากพวกเราเป็นสส.1ปี ถ้ามีการยุบสภา ได้บำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิต เริ่มต้นที่ 21,300 บาท จนถึงเพดานสูงสุดที่ 42,700 บาท ตามระยะเวลาการเป็นสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่1เดือน-24ปี เราเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป ยิ่งวันนี้พวกเราอายุน้อยๆกันเยอะ ผ่านไป1ปีหากมีการยุบสภา ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีวิต เผลอๆเลี้ยงดูไป40-50ปี ทั้งนี้ในปี2569 ได้ตั้งงบประมาณกองทุนฯไว้ที่ 420 ล้านบาท เราเก็บเดือน 3,500 บาท สส. 500 คน และสว. 200 คน เดือนหนึ่งได้ประมาณ 29.4 ล้านบาท ถ้าเทียบกับกองทุนประกันสังคม หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สัดส่วนการที่เอาเงินของรัฐมาอุดหนุนมันต่างกันมาก ที่ผู้ประกันตน และนายจ้างจ่ายคนละ 5เปอร์เซ็นต์ รัฐจ่าย 2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่กองทุนฯของพวกเราปีหนึ่งจ่าย400-500ล้านบาท มันต่างกันถึง13-15เท่า ซึ่งมันมาก ไม่มีใครทำได้ ยกเว้นพวกเราที่กำหนดเกม และในอนาคตมันอาจจะกลายเป็นกองทุนที่แบกรับภาระมากที่สุดในประเทศ 

“ภายใต้สภาวะแบบนี้ เราสส. สว. เป็นนักการเมืองที่อาสาเข้ามา วันที่ไม่มีตำแหน่ง ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีพเชียวหรือ  ผมอยากเรียกร้องให้พวกเราที่มีส่วนได้เสียลองช่วยกันเสียสละสักครั้ง โดยยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมยังพอรับได้ แต่บำนาญที่มันเป็นภาระที่ต้องเอาภาษีประชาชนมาเลี้ยงดู ผมเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ ผมขอเสนอให้ยกเลิกบำนาญ” นพ.วรงค์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top