วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
กุมบังเหียน‘กลาโหม’
‘บิ๊กดุลย์’ย้ำ
เชื่อมั่นผู้นำเหล่าทัพ
ร่วมปกป้องประเทศชาติ
‘ปานปรีย์’ผนึก‘สีหศักดิ์’
นั่งปธ.ที่ปรึกษารัฐมนตรี
เสริมมิติทางการทูต/ศก.
“บิ๊กดุลย์” ไม่หนักใจ ขึ้นกุมบังเหียน คุม “ก.กลาโหม” เชื่อมั่น ผบ.เหล่าทัพ-ทหารทุกคน พร้อมปกป้องประเทศชาติด้าน “ปานปรีย์” คัมแบ๊กร่วมทีม“สีหศักดิ์” ดึงนั่งปธ.ที่ปรึกษา รมว.กต.เสริมทัพสายแข็ง มิติด้านการทูต-เศรษฐกิจ ให้โดดเด่น “เอกนิติ” ตั้ง “สันติธาร” ผช.รมว.คลัง “นิกร”ขอบคุณ “ซาบีดา” ได้เลื่อนเป็นสส.หลังยื่นลาออกพ้นบัญชีรายชื่อ เตรียมเข้ารายงานตัว 8 เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พลโทอดุลย์บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการเข้ามารับตำแหน่งในช่วงที่ประเทศกำลังเจอกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชามีความกดดันหรือไม่
‘บิ๊กดุลย์’ไม่หนักใจคุม‘ก.กลาโหม’
โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าตนไม่ลำบากใจเลย เพราะเชื่อมั่นในผู้บัญชาการเหล่าทัพและเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับหน่วยซึ่งทุกคนมีความมุ่งมั่นอันเดียวกันที่จะรักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเรามีอุดมการณ์เดียวกัน จบจากโรงเรียนเหล่าทหารของแต่ละเหล่าทัพ ทั้งโรงเรียนนายสิบและโรงเรียนนายร้อยซึ่งเราไม่ได้แบ่งแยกแต่ว่าเป็นเส้นทางในการศึกษา โดยพอมาอยู่ในหน่วยก็มาอยู่หน่วยเดียวกัน กลายเป็นทีมเดียวกัน ไม่ต้องกังวลใจ
เมื่อถามว่าได้มีการมอบนโยบายเรื่องของการดูแลปัญหาชายแดนอย่างไร เพราะในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้งระดับประเทศกลัวว่าจะมีการสร้างสถานการณ์เกิดขึ้นหรือไม่รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องรบรอบที่ 3 แต่ไม่ใช่ว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเรามีความเชื่อมั่นในกำลังพลในการป้องกันชายแดน ซึ่งการจะรบ ต้องมีสิ่งบอกเหตุ ซึ่งเรามีระบบการข่าวกรอง หรือ ISR (Intelligence, Surveillance, and Reconnaissance)ที่ดี และขอให้เข้าใจว่าเรามีระบบการติดตาม และระบบเฝ้าตรวจสิ่งบอกเหตุ
ขออย่าไปเชื่อข่าวลือ-โซเชียล
“ขอให้อย่าไปเชื่อ “ข่าวลือ” แต่ขอให้เชื่อ “ข่าวสารของทางการ” ที่ปล่อยออกไป เช่น จากโฆษกกองทัพภาค หรือว่า นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน ที่มีช่องทางการติดต่อกับชาวบ้านอยู่แล้ว ซึ่งหากมีเหตุการณ์ก็จะมีการแจ้งผ่านช่องทางเหล่านี้ ขออย่า
ไปเชื่อโซเชียล เพราะขณะนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะสงครามที่เรียกว่า สงครามไฮบริด (Hybrid Warfare) หรือสงครามลูกผสม ซึ่งขอให้ดูแล้วใช้วิจารณญาณ เพราะว่าคนที่นำข้อมูลมาโพสต์ในโซเชียล เขาต้องการอะไรเราไม่รู้ซึ่งต้องการโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่ ขอให้ใจเย็นๆ อย่าไปสร้างความแตกแยกให้กับผู้ปฏิบัติงาน” พลโทอดุลย์ กล่าว พร้อม ยืนยันว่า ผู้บังคับหน่วยทหาร ไม่มีใคร ไม่มีไม่รักลูกน้อง
ส่วนกรณีที่นายวีระ สมความคิดประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาระบุว่า มีเจ้าหน้าที่เรียกรับส่วย แล้วปล่อยให้ทหาร BHQ เข้าเมืองแบบผิดกฎหมายนั้น พลโทอดุลย์ ย้อนถามกลับว่า จะเชื่อนายวีระ หรือจะเชื่อทหารในพื้นที่ทหาร แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะนายวีระได้ให้ข้อมูลเป็นข่าวสารขั้นต้นซึ่งเราก็รับฟัง ตนก็ได้นำมาตรวจสอบกับคนในพื้นที่ว่าเป็นข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี ยืนยันว่าไม่ได้ว่านายวีระ เพราะเมื่อมีข่าวสารอะไรก็พร้อมรับฟังทั้งหมดให้หน่วยในพื้นที่ไปกลั่นกรอง ตรวจสอบและมาตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไป
เสริมทีมสายแข็ง ครม.อนุทิน 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม มีกำหนดเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณในวันที่ 6 เมษายนโดยมีกำหนดจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9-10 เมษายนนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ครม.ชุด อนุทิน 2 นอกจากให้รัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทำงานอย่างต่อเนื่องใน 3 กระทรวง คือ กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงพาณิชย์ และการกระทรวงการคลังแล้ว ก็ยังมีการนำผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาเสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องด้วย
‘สีหศักดิ์’ดึง‘ปานปรีย์’ปธ.ที่ปรึกษาฯ
ล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่าในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมแต่งตั้งนายปานปรีย์ พหิทธานุกร มาเสริมในตำแหน่งประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ทั้งนี้ นายปานปรีย์ กับนายสีหศักดิ์เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่เป็นทีมงานที่ปรึกษาพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ“ที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก” นอกจากนี้ เมื่อครั้งนายปานปรีย์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศในรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน ก็ได้แต่งตั้งนายสีหศักดิ์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศให้กับนายปานปรีย์ ซึ่งในช่วงเวลาที่ทั้งคู่ได้ทำงานร่วมกันดังกล่าว การต่างประเทศของไทยถือว่ามีการดำเนินนโยบายเชิงรุกในหลายๆ ด้าน
ผนึกลุยงานต่างประเทศให้โดดเด่น
การที่นายปานปรีย์ได้ตอบรับที่จะดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา รมว.การต่างประเทศในครั้งนี้ จะช่วยสร้างความเข้มแข็งแกร่งให้กับงานในหลายๆด้านโดยเฉพาะในด้านการทูตเศรษฐกิจ ในฐานะที่นายปานปรีย์เป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง ขณะที่การเสริมสร้างมิติการทูตเศรษฐกิจก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่นายสีหศักดิ์ให้ความสำคัญตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศในรัฐบาล อนุทิน 1 ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ทั้งนายสีหศักดิ์ และนายปานปรีย์ ถือว่าเป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านงานต่างประเทศสูงการเข้ามาเสริมทีมครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถทำให้งานด้านการต่างประเทศของรัฐบาล โดดเด่นมากขึ้น
‘เอกนิติ’ตั้ง‘สันติธาร’ผช.รมว.คลัง
ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะตั้งนายสันติธาร เสถียรไทยFuture Economy Advisor สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็น ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย
‘นิกร’ขอบคุณ‘ซาบีดา’ได้เลื่อนเป็นสส.
นายนิกร จำนง ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยเปิดเผยว่าตนได้รับทราบกรณีที่น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ที่มีชื่อเป็นสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยลำดับที่ 5 ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสส.ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมาเนื่องจากต้องการเตรียมพร้อมเข้าไปทำหน้าที่ในตำแหน่งรมว.วัฒนธรรมโดยพลัน และต่อมาวันที่ 3 เม.ย.ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เลื่อนลำดับตนที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 ขึ้นมาเป็นสส. ทั้งนี้ ต้องขอบคุณน.ส.ซาบีดาเป็นอย่างยิ่งที่ได้โทรแจ้งตนให้ทราบภายหลังยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นสส.
โดยตนจะเข้าไปรายงานตัวเป็นสส.ต่อสภาฯ ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น. และจะทำการปฏิญาณตัวในที่ประชุมสภาฯวันเดียวกัน จากนั้นก็จะเริ่มทำหน้าที่ที่พี่น้องประชาชนได้มอบหมายให้เต็มกำลังความสามารถในทันที ขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนเลือกตั้งให้พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค เพื่อน สส.ทุกๆคนและสมาชิกพรรคทุกคนที่ร่วมกันให้โอกาสสำคัญนี้กับตน
‘ชัยวุฒิ’ติงสส.ไม่ควรใช้ AI เขียนสคริปต์
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พร้อมฝากข้อคิดการทำหน้าที่ในสภาฯเน้นย้ำให้อภิปรายด้วยเหตุผลและศึกษาข้อมูลด้วยตนเอง ไม่ควรใช้เทคโนโลยี AI หรือบุคคลอื่นเขียนบทให้ พร้อมฝากประธานสภาฯ หารือแกนนำทุกพรรค จัดอบรมกติกามารยาทให้ สส. ใหม่ เพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีของฝ่ายนิติบัญญัติ
“การอภิปรายในสภาฯ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ข้อมูลที่นำมาใช้อภิปรายนั้น สส. ควรเป็นผู้ศึกษา วิเคราะห์ และเขียนขึ้นด้วยตนเอง ไม่ใช่การพึ่งพาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือให้บุคคลอื่นเขียนบทให้ เนื่องจากผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องพูดและสื่อสารจากสิ่งที่ตนเองรู้และเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ จึงอยากฝากไปยัง สส.ว่า การอภิปรายในสภาควรพูดด้วยเหตุ ด้วยผลควรศึกษาข้อมูลต่างๆ แล้วก็คิดเองเขียนเอง แล้วจึงนำมาอภิปรายในสภา ไม่ใช่ไปให้ AI หรือไปใช้คนอื่นเขียนมาให้ เราต้องพูดจากสิ่งที่เรารู้สิ่ง ที่เราเข้าใจจริงๆ” นายชัยวุฒิ กล่าว
ฝากปธ.สภาฯจัดอบรมกติกาสส.ใหม่
หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้เน้นย้ำถึงวุฒิภาวะในการทำหน้าที่สส. ว่าควรหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ การโต้เถียง หรือการด่าทอกันเพื่อหวังสร้างกระแสต่อหน้าประชาชน เพราะพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลเสียและทำลายภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรโดยรวม ที่สำคัญต้องการเคารพกติกาเรื่องเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยึดถือปฏิบัติกันมาในทุกยุคทุกสมัย เพื่อให้เกิดการจัดสรรเวลาอย่างเป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ สส. ทุกคนได้นำเสนอปัญหาจากทุกจังหวัดและทุกพื้นที่ หากมีบุคคลใดใช้เวลาเกินกำหนดหรือเหมาเวลาพูดเพียงคนเดียว ก็จะทำให้ สส. ท่านอื่นเสียโอกาสในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตนเอง
นายชัยวุฒิ ยังฝากข้อเสนอแนะไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้เร่งหารือกับแกนนำของทุกพรรคการเมือง เพื่อจัดเตรียมการประชุมอบรมให้แก่ สส. โดยเฉพาะกลุ่ม สส. หน้าใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อบังคับกฎกติกา และมารยาท ต่างๆ ในการประชุมสภาฯ เพื่อให้การขับเคลื่อนงานในสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทรงเกียรติสูงสุด
กกต.รับสอบคดีสเปกเตอร์ ซี
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้รับคำร้องเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน กรณีผู้บริหารพรรคและบุคคลผู้มิใช่สมาชิกพรรคได้ร่วมดำเนินกิจการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัท สเปกเตอร์ ชี จำกัด ซึ่งเป็นสื่อมวลชนและมีการกระทำอันเข้าข่ายลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และกรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์โดยให้ผู้สมัครกรอกหมายเลข Laser ID(รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) และอาจมีการใช้ปฏิบัติการไอโอ โดยให้ Spectre C เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ ซึ่งอาจเป็นการครอบงำกิจกรรมของพรรคอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ และได้มอบหมายให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรค การเมือง คณะที่ 2ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคำร้องดังกล่าว
เรียก2นักร้องให้ปากคำต่อกกต.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง คณะที่ 2 ได้ส่งหนังสือ “ลับ” ด่วนที่สุด เรียกตัวผู้ยื่นคำร้อง อาทิ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการอิสระ และพยานที่เกี่ยวข้อง มาให้ปากคำที่สำนัก กกต. ในระหว่างวันที่ 7-10 เม.ย. 2569 พร้อมหลักฐาน เพื่อทำความเห็นเสนอให้นายทะเบียนพิจารณาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี