นายกฯส่งสัญญาณเตือนแล้ว
รับมือวิกฤตน้ำมัน
ชี้ไม่ใช่แค่แพงแต่อาจหายาก
กำชับปชช.-เอกชนช่วยWFH
มั่นใจเอาอยู่โควิดก็ผ่านมาได้
ภท.ทำบุญก้าวเข้าปีที่ 18 “พรรคร่วม-ปชป.” หอบดอกไม้แสดงความยินดีคึกคัก ยันโตขึ้นตลอด ด้วยแรงศรัทธา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง เผยเคล็ดลับพรรคมีเอกภาพ เพราะไว้เนื้อเชื่อใจกันไม่ตั้งเป้ารัฐบาลพรรคเดียว เน้นจับมือไปด้วยกันดีกว่า มีคนอื่นรอทิ่มข้างหลัง มั่นใจนำรบ.ฝ่าวิกฤตไปได้ โวทำมาแล้วยุคโควิด ด้าน “อภิสิทธิ์” เผยปชป.จัด 4-5 ขุนพล ชำแหละนโยบายรบ.ติงกว้างไปไม่ชัดเจน ยังขาดอีกเยอะ
เมื่อเวลา 08.30น.วันที่ 6เมษายน2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีการจัดพิธีทำบุญใหญ่เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี และก้าวสู่ปีที่ 18ในวันที่ 6เมษายน2569 นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้งพิธีพุทธและอิสลาม โดยมีแกนนำพรรค กรรมการบริหารพรรค สส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
‘อนุทิน’นำทัพทำบุญพรรคครบ17ปี
เวลา10.09น.นายอนุทิน ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว เข้ามาที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับ รมช.มหาดไทย 3คน ประกอบด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ภายหลังเดินทางไปร่วมพิธีบวงสรวงและเบิกเนตรพระพุทธมหานวนาคปฏิมากรที่มีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะหนใหญ่กลางและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ ที่สวนสิริธราภิรมย์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อเวลา 09.15น.วันเดียวกัน
เมื่อมาถึงพรรคภท.นายอนุทิน ได้กล่าวว่า“มาส่งลูก”ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้พา รมช.มหาดไทย มาพร้อมกันเลย นายอนุทิน ตอบว่า มาหมดกระทรวงเลย เมื่อถามว่า รถขับนิ่มดีหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ดี เงียบดี”ก่อนจะเดินไปทักทายกับ นายสกลธี ที่มารอแสดงความยินดี พร้อมช่อดอกไม้ ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่านายอนุทิน ได้เปลี่ยนทะเบียนรถยนต์ จากเดิม จต32 เป็น สน 32 โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าทะเบียนดังกล่าว มีชื่อของนายเศรณี ชาญวีรกูล เป็นผู้จดทะเบียน ซึ่ง”สน”เป็นชื่อเล่นของบุตรสาวของนายอนุทิน
แกนนำหลายพรรคเข้าร่วมยินดี
สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า มีตัวแทนพรรคการเมือง นำกระเช้าและแจกันดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัยและนายภัครธรณ์ เทียนชัย รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (รช.) พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรค พท.โดย นายจุลพันธ์ ได้อวยพรว่า ขอให้เป็นปีที่ดี เดินหน้ารัฐบาลอย่างแข็งแรง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มี นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ปชป.เป็นตัวแทนพรรค ปชป.นำดอกไม้มาแสดงความยินดี ก่อนจะขึ้นไปร่วมพิธีทำบุญที่ชั้น4 นอกจากนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ได้ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดี
ลั่นพรรคทำทุกอย่างเพื่อประชาชน
จากนั้นเวลา 11.01น.นายอนุทิน ได้เดินลงมาส่ง นายจุลพันธ์และคณะ เดินทางกลับ โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า เป็นอย่างไรบ้างที่มีตัวแทนพรรครัฐบาลมาร่วมแสดงความยินดี ซึ่งนายอนุทิน ยิ้มแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงคำอวยพรของนายจุลพันธ์ นายอนุทินจึงถามกลับว่า จะให้มาแล้วแช่งหรืออย่างไร ก่อนจะพากันหัวเราะ เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่18 จะทำอะไรให้บ้านเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เราต้องทำให้ปัญหาทั้งหลายถูกปัดเป่าและขจัดไป
ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวว่า บรรยากาศที่พรรคภูมืใจไทจวันนี้อบอุ่น คนรู้จักกันอยู่แล้ว วันนี้ก็มาอวยพรในวาระครบรอบ ซึ่งมีความเชื่อมั่นว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีความเติบโต แข็งแรงและทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติตามที่ตั้งหวัง เมื่อถามว่า ได้กรวดน้ำร่วมกัน ได้ขออโหสิกรรมเรื่องที่ผ่านมาหรือไม่ นายจุลพันธ์ หัวเราะไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวว่า “ชาติก่อนเราเคยคู่เคียง ปลูกต้นไม้ร่วมต้น”จากนั้นได้ส่งนายจุลพันธ์ ขึ้นรถและเดินกลับเข้าพรรค เพื่อเตรียมตัวร่วมประชุมพรรค
พรรคเติบโตขึ้นต้องปรับการทำงาน
เวลา11.10น.นายอนุทิน กล่าวถึงงานครบรอบก้าวสู่ปีที่ 18พรรคภูมิใจไทยว่า ดีใจที่พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโต และพัฒนาขึ้นทุกปี ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย เราผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เติบโตขึ้นตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุด ดังนั้นพรรคต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพราะคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานเพิ่มมากขึ้น ต้องมีการถ่ายทอดงาน และประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อนำไปรับใช้ประชาชน และประเทศชาติ หวังว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะเป็นช่วงที่พรรคภูมิใจไทยจะเข้มแข็งมากขึ้น ด้วยประสบการณ์ และการทำงานร่วมกันกับคนที่เคยปลุกปั้นพรรคนี้ขึ้นมา เมื่อถามว่า พรรคจะโตขึ้นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะทำให้ดีที่สุดด้วยความสุจริตใจและเจตนารมณ์ที่ ยึดประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด สิ่งนี้จะทำให้พรรคโตขึ้นเอง ซึ่งประชาชนเป็นผู้ให้ทิศทางพรรค เราโตขึ้นด้วยประชาชนไม่ได้โตได้ด้วยตัวเอง
ยึดสโลแกน’พูดแล้สทำ’เป็นหลัก
เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรในการบริหารพรรคให้เป็นเอกภาพ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช้หลักความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และหลักที่เชื่อว่าสมาชิกพรรคทุกคนมีความมุ่งมั่นทุ่มเทตัดสินใจที่จะทำงานให้ส่วนรวม ดังนั้น สิ่งที่นำเสนอทุกอย่างถ้าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม และจรรยาบรรณ พรรคจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง เพื่อให้สมาชิกพรรคนำเจตนารมณ์ของเขาไปมอบให้แก่ประชาชน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ และได้รับความเชื่อมั่นจากสโลแกนของพรรคที่พูดแล้วทำ ทำให้เกิดเป็นความเชื่อใจ และให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยมาบริหารบ้านเมือง
ไม่หลงไหลได้ปลิ้มคำสรรเสริญ
เมื่อถามว่ามั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบ 4ปี ตามคำอวยพรที่ได้รับในวันนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรเป็นสิ่งที่ดีเป็นสิริมงคล แต่ต้องทำตัวให้ดีด้วย เราต้องขยันทำงานไม่หลงใหลได้ปลื้มไปกับคำสรรเสริญรูปรถกลิ่นเสียง แต่ต้องคิดว่าตัวเองคือผู้ที่อาสารับใช้ประชาชน และประเทศชาติ ถือเป็นอีกคุณสมบัติที่คนของพรรคภูมิใจไทยถูกปลูกฝังมาว่าห้ามมีพิธีรีตอง ห้ามเรื่องมาก ห้ามทำตัวเป็นคนใหญ่คนโต แต่ประชาชนต้องมาก่อนเสมอ ถ้าไปเข้าคิวเราก็เข้าคิวท้ายเสมอ นี่คือสิ่งที่ภูมิใจไทยปลูกฝังให้กับทุกคน
ไม่ฉายเดี่ยว-จับมือไว้ไปด้วยกัน
เมื่อถามว่าในอนาคตประเมินว่าพรรคภูมิใจไทยจะโตจนเป็นรัฐบาลพรรคเดียวได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดว่าถ้าแสวงหาความรู้ และนำพาประเทศไทยก้าวหน้าไปด้วยกันได้โดยไม่มีความขัดแย้ง เราจับมือไว้แล้วไปด้วยกันดีกว่า หากไปคนเดียวในขณะที่อีกห้าถึงหกคนคอยเอาไม้เอามีดทิ่มหลังอยู่มันไม่ไม่ดีหรอก ดังนั้น ไปด้วยกันดีที่สุด เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะฝ่าวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นได้โดยที่ประชาชนไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการแก้วิกฤตปัญหาต่างๆเป็นภารกิจของรัฐบาลอยู่แล้ว ที่ผ่านมาพรรคแสดงให้เห็นว่า เวลามีวิกฤตต่างๆ ทั้งโควิด และภัยพิบัติ เราสามารถแก้วิกฤตนั้นให้ผ่านไปได้ด้วยดี เราเป็นรัฐบาลต้องแก้วิกฤตทุกอย่างให้ประชาชนได้
คาดวิกฤตน้ำมันยังเดือดร้อนอีกนาน
ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ขยายวงและยกระดับขึ้นสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและโรงกลั่นน้ำมันเพิ่มมากขึ้นตามที่ท่านทราบจากท่าทีของผู้นำประเทศคู่ขัดแย้งและจากรายงานข่าวของสื่อต่างๆ โดยสภาวะเช่นนี้ ทำให้โลกต้องเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความแตกต่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานของน้ำมันที่ต้องขนส่งจากตะวันออกกลางไปยังทั่วโลก เชื่อได้เลยว่าความขัดแย้งจะทวีความรุนแรงขึ้นและอาจจะกินเวลายาวนานกว่าจะถึงบทยุติ
จะบริหารให้ปชช.เดือนร้อนน้อยที่สุด
ปัญหาที่หลายประเทศจะต้องเผชิญต่อไปคงไม่ใช่เพียงแต่น้ำมันจะมีราคาแพงขึ้นมาก แต่การจัดหาน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจะทำได้ยากขึ้น โดยประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากทุกแหล่งที่มีในโลกนี้ ถึงแม้ว่าประเทศไทยมีการสำรองน้ำมันอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่เรายังมีความเปราะบางในฐานะเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันในปริมาณที่สูงจากประเทศผู้ค้าน้ำมันต่างๆ เราจึงมิอาจนิ่งนอนใจและบริหารจัดการเรื่องน้ำมันในรูปแบบเดิมที่เคยทำอยู่ได้ ต้องเพิ่มความตระหนักรู้ ความเข้าใจในเหตุการณ์และหาหนทางในการบริหารสภาวะน้ำมันภายในประเทศให้มีผลกระทบที่น้อยที่สุดต่อพี่น้องประชาชน
ขอให้ปชช.ร่วมมือทำงานจากบ้าน
นายกฯ ระบุอีกว่า ในภาคส่วนราชการ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ข้าราชการทำงานจากบ้าน หรือ เวิร์กฟรอมโฮม รวมถึงมาตรการประหยัดพลังงานในส่วนอื่นๆไปก่อนหน้านี้แล้ว ถึงวันนี้เป็นเวลาที่ผมจำเป็นต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานราชการดำเนินการอย่างเข้มงวดในทางปฏิบัติ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและภาคเอกชน ให้ร่วมกันประหยัดพลังงานในรูปแบบเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น WFH (Work From Home - ทำงานจากบ้าน) หรือ WFA (Work From Anywhere - ทำงานจากทุกที่ที่มีความสะดวก) ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การใช้ยานพาหนะร่วมกันในลักษณะ Carpool รวมไปถึงการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างตระหนักรู้ด้วย
จะเร่งแก้ปัญหาให้ลุล่วงเร็วที่สุด
ในอนาคตอันใกล้อาจมีมาตรการอื่นๆที่ผมจะมานำเรียนต่อพี่น้องประชาชนพร้อมเหตุผลเพื่อความเข้าใจและความร่วมมือกันต่อไปนะครับ ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างเต็มความสามารถและไม่มีวันท้อหรือเหน็ดเหนื่อย ผมยังเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าในทุกวิกฤตมักมีโอกาสควบคู่กันเสมอ และผมก็สามารถสร้างโอกาสมาชดเชยและทดแทนสิ่งที่เราต้องสูุญเสียไปในห้วงวิกฤตได้ทุกครั้ง ครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้นครับ ด้วยพลังแห่งความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย พวกเราก็จะสามารถฟันฝ่าและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากในครั้งนี้ไปได้ด้วยดีเหมือนทุกครั้ง
“ในวันนี้ครม.ชุดใหม่จะได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะทำให้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการได้เต็มรูปแบบ ผมขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่ของท่านจะเร่งแก้ไขปัญหาและขจัดอุปสรรคต่างๆเพื่อนำคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีกลับคืนมายังพี่น้องประชาชนทุกท่านโดยเร็วที่สุด” นายกฯระบุ
‘อภิสิทธิ์’ทำบุญครบรอบปชป.80ปี
วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีการจัดงานทำบุญครบรอบการก่อตั้งพรรค 80 ปี ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ โดยจัดทำพิธี 3 ศาสนา คือ พิธีอิสลาม พิธีพราหม์ เพื่อบวงสรวงองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ และพิธีพุทธ โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยสมาชิกพรรคเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ มีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และ รมช.คมนาคม นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายภัครธรณ์ เทียนไชย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ นำแจกันดอกไม้มามอบใเพื่อร่วมแสดงความยินดีด้วย
ซื่อสัตย์สุจริตเป็นเข็มทิศการทำงาน
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวเปิดร้านตอนหนึ่งว่า ระยะเวลาก่อตั้งพรรค รวม 80ปี ตนได้เห็นถึงการยึดมั่นอุดมการณ์ ความซื่อสัตย์สุจริต การทุ่มเททำงานให้ประเทศ และประชาชนมา ที่สืบทอดกันมาสู่นักการเมืองหลายรุ่น ตนพูดเสมอว่าตนเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกที่อายุน้อยกว่าพรรค ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เป็นเครื่องยืนยันให้เห็นว่าสถาบันนี้อยู่มายาวนานกว่าบุคคล และะตนเชื่อมั่นว่าด้วยสมาชิกรุ่นใหม่ที่เข้ามาจะทำหน้าที่สืบทอดอุดมการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี
ฟื้นกิจกรรมบลูเฮาส์-บลูอคาเดมี่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 80ปีที่ครบรอบ พรรคไม่ได้ตั้งใจรำลึกถึงอดีตเท่านั้น แต่จะเป็นหมุดหมายที่ก้าวต่อไปภายใต้กรอบความคิด 80ปี ประชาธิปัตย์สถาบันการเมืองก้าวใหม่เพื่อทุกคน โดยจากนี้จะมีการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปี ใน 12เดือน โดยเดือนพ.ค.พรรคจะฟื้นกิจกรรมบลู เฮาส์ โดยนำเทคโนโลยีเพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาล เดือนมิ.ย.จะเปิดตัว บลูอคาเดมี่ เพื่ออบรมหลักสูตร ความคิด อุดมการณ์ทางการเมืองตามอุดมการณ์ของพรรค เดือนก.ค.เป็นช่วงปิดสมัยประชุม จะทำบลูแคมป์ เพื่อให้คนรุ่นใหม่และสมาชิกพรรค ทำกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ เดือนส.ค. เดินหน้าตระเวนพบปะประชาชนทั่วประเทศ ภายใต้กรอบความคิดว่า ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค
เตรียมจัด4-5ขุนพลถล่มนโยบายรบ.
เวลา 12.50น.นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเนื้อหาการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ปรากฎผ่านสื่อ ว่า จริงๆเป็นการเขียนบรรยายแนวคิด หรือการบรรยายสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปค่อนข้างตรง แต่ในแง่ของตัวนโยบายเขียนค่อนข้างกว้างไม่ค่อยชัดเจนว่า แนวทางเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายเป็นอย่างไร ก็เป็นช่วงของการอภิปรายที่เราจะได้มีการซักถาม
เมื่อถามถึงการวางตัวผู้อภิปรายนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้รอเรื่องการจัดสรรเวลาที่ประธานสภาจะมีการประชุมในวันที่ 7เม.ย.69 คาดว่าพรรคได้รับเวลาจัดสรรเวลา ประมาณ 1ชั่วโมงกว่า มีผู้อภิปรายประมาณ 4-5คน ซึ่งมีตน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ที่จะอภิปราย เมื่อถามว่าในเนื้อหานโยบายของรัฐบาลยังมีอะไรที่ขาดหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “มีเยอะครับ” แต่ตอนนี้เห็นแต่ร่างที่ปรากฏตามสื่อ ต้องดูของจริงอีกที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี