วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
533.jpg
ส่องโปรไฟล์ ทีมโฆษกหญิง 4 สุภาพสตรี ผู้ขับเคลื่อนหน้าไมค์รัฐบาล

ส่องโปรไฟล์ ทีมโฆษกหญิง 4 สุภาพสตรี ผู้ขับเคลื่อนหน้าไมค์รัฐบาล

วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.46 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา การประชุมครม. นัดแรก ให้ ดร. รัชดา ธนาดิเรก เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นมีรายงานข่าวออกมาอีกว่าจะมีการการตั้งรองโฆษกอีก 3 ท่าน ประกอบด้วย ลลิดา เพริศวิวัฒนา และ พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ จากพรรคภูมิใจไทย และอีกหนึ่งสุภาพสตรีจากพรรคเพื่อไทยก็คือ ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร โดยในส่วนของรองโฆษกทั้งสามคน จะมีการเสนอให้ครม พิจารณาในการประชุมครั้งหน้า

ท่ามกลางการจับตามองถึงการคัดเลือกบุคลากรมาทำหน้าที่กระบอกเสียงเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลของ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล ความโดดเด่นของทั้ง 4 ท่าน ไม่ได้มีดีแค่ประวัติการศึกษา แต่ยังพกพาทั้งประสบการณ์ทางธุรกิจระดับอินเตอร์ และจิตวิญญาณของนักกีฬาที่ผันตัวเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเต็มตัว วันนี้ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ ขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับพวกเธอให้มากขึ้น


อนุทิน ชาญวีรกูล

ซึ่งคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้ ผศ.ดร.รัชดา ธนาดิเรก หรือ กานต์ อดีตนักกีฬาทีมชาติและนักวิชาการการเมือง เป็นบุคลากรทางการเมืองที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และพื้นฐานวิชาการที่แน่นหนา เธอสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโท 2 สาขาจากสหราชอาณาจักร และปริญญาเอกด้านธุรกิจระหว่างประเทศจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) โดยมีพื้นหลังเป็นอดีตนักกีฬาเทนนิสทีมชาติชุดเยาวชนและนักกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งหล่อหลอมให้เธอเป็นคนมีวินัยสูง

ก่อนเข้าสู่วงการการเมือง ดร. รัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เส้นทางการเมืองของเธอเริ่มต้นในปี 2550 ในฐานะ สส.กรุงเทพฯ เขตบางพลัด สังกัดพรรคประชาธิปัตย์และได้รับความไว้วางใจมาอย่างต่อเนื่อง เธอเคยทำหน้าที่ทั้งรองโฆษกรัฐบาลเงา และปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมาธิการหลายคณะ เช่น คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ

รัชดา ธนาดิเรก

และในเดือนสิงหาคม 2562 ดร.รัชดาได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และต่อมาในปี 2568 ภายใต้รัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำหลัก เธอได้รับมติแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนงานของนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รัชดา ธนาดิเรก

ในขณะที่คนที่สองจากพรรคภูมิใจไทยจะเป็นใครคนอื่นไปไม่ได้นอกจาก กิฟท์  ลลิดา เพริศวิวัฒนา สุภาพสตรีที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่พกพาดีกรี ตัวจริง ทั้งสายวิชาการ ธุรกิจ และการเมือง มาแบบครบเครื่อง จนได้รับความไว้วางใจให้นั่งเก้าอี้ รองโฆษกรัฐบาล ด้วยโปรไฟล์อินเตอร์ ภาษาเป๊ะ เธอเริ่มต้นปูพื้นฐานความรู้จากรั้วแม่โดมด้วยวุฒิศิลปศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะข้ามทวีปไปคว้าปริญญาโทด้านธุรกิจระหว่างประเทศ (MIB) จาก Monash University ประเทศออสเตรเลีย ความเจ๋งยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเธอคือเจ้าของคะแนนภาษาจีนระดับ HSK7 ซึ่งถือเป็นระดับเซียนที่หาตัวจับยากในวงการการเมือง

ทางด้านเเส้นทางการทำงานของเธอก็ไม่น้อยหน้าเธอเริ่มต้นจากการลุยสายการเงินที่ CPF หรือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ดูแลพอร์ตธุรกิจยักษ์ใหญ่ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นฟันเฟืองสำคัญในภาคเอกชน ทั้งตำแหน่งกรรมการบริหารที่ Sky Blue 3G ผู้นำเข้าแบรนด์หม้อไฟระดับโลกอย่าง Haidilao และยังเป็นที่ปรึกษาให้แก่ ห่านคู่ แบรนด์เสื้อยืดระดับตำนานที่ครองใจคนไทยมาทุกยุคสมัย

ลลิดา เพริศวิวัฒนา

ซึ่งก้าวสำคัญบนถนนการเมืองของ ลลิดา เพริศวิวัฒนา ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ในฐานะฟันเฟืองเบื้องหลังมาอย่างโชกโชน เธอเริ่มจากการลงมือทำงานจริงในตำแหน่งคณะทำงาน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก่อนจะขยับขยายบทบาทสู่แวดวงนิติบัญญัติในฐานะนักวิชาการและที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการชุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการวางรากฐานด้านสวัสดิการสังคม การเจาะลึกเรื่องการกระจายอำนาจ หรือแม้แต่การเป็นที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการฯ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายระดับบิ๊กของกระทรวงมหาดไทย เธอก็ผ่านมาหมดแล้ว ประสบการณ์ที่รอบด้านและแม่นยำในกลไกรัฐบาลนี้เอง คือรากฐานอันแข็งแกร่งที่ส่งให้เธอก้าวสู่ทำเนียบรัฐบาลในฐานะ รองโฆษกฯ ที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้

นอกจากรุ่นใหญ่ที่มากประสบการณ์แล้ว ทีมรองโฆษกชุดนี้ยังมีพื้นที่ให้กับ คนรุ่นใหม่ ที่พกพาความมุ่งมั่นมาเต็มเปี่ยมและแนวคิดทันสมัย ซึ่งคนต่อมาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต ที่เปลี่ยนเส้นทางจากรันเวย์การบิน สู่สนามการเมืองด้วยหัวใจที่อยากตอบแทนสังคม

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

พลอยทะเล คือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีหัวใจนักสู้ เธอเริ่มต้นจากการเป็นแชมป์เทนนิสรุ่นเยาว์และแชมป์กอล์ฟระดับภาคใต้ ก่อนจะสำเร็จการศึกษาด้านบริหารจัดการการบินด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จาก University College Birmingham ประเทศอังกฤษ

ถึงแม้ความฝันในอุตสาหกรรมการบินจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 แต่กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พลอยทะเลหันมาทำงานจิตอาสาร่วมกับคุณแม่ในบ้านเกิด จนเกิดแรงบันดาลใจเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่นในฐานะสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต เธอเริ่มจากปัญหาเล็ก ๆ ของชาวบ้านไปจนถึงโครงสร้างระดับเมือง และขยับขึ้นสู่ตำแหน่งเลขานุการกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร รวมถึงคณะทำงานรัฐมนตรีถึง 3 กระทรวง (สาธารณสุข, ทรัพยากรธรรมชาติฯ และคมนาคม)

พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์

ปัจจุบันในวัย 30 ปี พลอยทะเลได้รับโอกาสสำคัญให้นั่งเก้าอี้รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภายใต้การสนับสนุนของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เพื่อทำหน้าที่สื่อสารนโยบายรัฐบาลด้วยมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

อีกหนึ่งสุภาพสตรีคนสุดท้ายที่มีประวัติการศึกษาแน่นปึ้กและมีประสบการณ์เต็มเปี่ยมไม่แพ้สาว ๆ ทั้ง 3 คน ก่อนหน้านี้ ก็คือ ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เธอมีพื้นฐานทางด้านกฎหมายอย่างแข็งแกร่งจากการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อยอดความรู้ในระดับปริญญาโทด้านเทคโนโลยีและการจัดการพลังงานจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร

โดย ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ประสบความสำเร็จสูงสุดทางการศึกษาด้วยการคว้าปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเธอยังเป็นอาจารย์ประจำคณะและนักวิชาการด้านกฎหมายอีกด้วย

ร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร

ขอขอบคุณภาพจาก อินสตาแกรม aok.patdarasm, เฟซบุ๊ก ดร.รัชดา ธนาดิเรก - Rachada Dhnadirek, เฟซบุ๊ก พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์, เฟซบุ๊ก ลลิดา เพริศวิวัฒนา

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top