533.jpg
นันทนา ปวดใจ นโยบายรัฐบาล มีแต่วาทกรรมสวยหรู หมอวรงค์ เตือนระวัง‘น้ำมันเก๊’พ่นพิษ

นันทนา ปวดใจ นโยบายรัฐบาล มีแต่วาทกรรมสวยหรู หมอวรงค์ เตือนระวัง‘น้ำมันเก๊’พ่นพิษ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.22 น.

‘นันทนา’ ปวดใจ ‘นโยบายรัฐบาล’ อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ปชช.มีชีวิตอยู่ในทุ่งกุลา เมินปัญหาใหญ่ มีแต่วาทกรรมสวยหรู ด้าน ‘หมอวรงค์’ เตือน ‘น้ำมันเก๊’ พ่นพิษ ระวังจะอยู่ไม่นาน  ขณะที่ ‘เสรีพิศุทธิ์’ ติงแรงหน้าตาครม. ‘ลูกเทพ-เด็กเส้น’ เยอะไปหน่อย

วันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 11.55 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณวาระเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162  ช่วงที่เปิดให้สมาชิกรัฐสภาอภิปราย ซึ่งมีการจัดลำดับการอภิปรายให้สส.ฝ่ายค้านอภิปรายสลับกับสส.พรคร่วมรัฐบาล และสว. โดยสส.พรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและขอให้พิจารณาเพิ่มเติมสวัสดิการให้ประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการที่เพิ่มเติมสวัสดิการตามการใช้จ่ายแต่ละช่วงเดือน เช่น เดือน พ.ค. สามารถนำไปชำระค่าชุดนักเรียนของบุตรหลานได้ เป็นต้น


น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา(สว. ) อภิปรายว่า รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในภาวะวิกฤตพลังงานจึงเป็นภาวะวิกฤต วิกฤติเศรษฐกิจไปพร้อมกันดูจากตัวนโยบาย 23 ข้อแล้วตนเห็นว่า กำลังจัดนโยบายอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุลา รัฐบาลกำลังท่องคาถาว่ารวยไม่ไหวแล้ว รวยกันแต่พวกท่าน แต่เสียงในหัวประชาชนเขาทนไม่ไหวแล้ว ตนนั่งฟังนายกฯแถลงด้วยความปวดใจ เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาลเลย ถ้อยแถลงของนโยบายใช้วาทกรรมสวยหรูแต่ไม่ได้แก้ปัญหา เปรียบเหมือนประเทศกำลังอยู่ในห้องไอซียู ยังชวนประชาชนมาสวดมนต์เพื่อเป็นสิริมงคลอยู่

น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ขณะที่ชีวิตของชาวภาคเหนือในเวลานี้กำลังเสี่ยงกับฝุ่นพิษ PM 2.5 พวกเขาอยู่กับอยู่กับอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกมา2สัปดาห์แล้ว รัฐบาลกลับไม่บรรจุเรื่องนี้ในนโยบายแถมยังไม่มีเจตจำนงที่จะเอาพ.ร.บ.อากาศสะอาดกลับมาดำเนินการให้เป็นกฎหมายต่อไป รัฐบาลนี้มองว่าชีวิตของประชาชน มีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนอย่างนั้นหรือ ส่วนปัญหาปากท้องที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้คือปัญหาพลังงานตอนนี้น้ำมันแพงส่งผลต่อไฟฟ้าทุกวันนี้เราใช้ไฟฟ้าราคาแพงเพราะ เพราะถ้าพร้อมจ่ายที่คนไทยจะต้องแบกให้กับบริษัทที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้าแต่ได้ค่าตอบแทนตามสัญญาทำไมรัฐบาลไม่รื้อโครงสร้างสัญญาฐานนี้ เพื่อปลดปล่อยคนไทยให้ใช้ไฟฟ้าราคาที่สมเหตุสมผลส่วนเรื่องอนาคตของประเทศที่กำหนดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รัฐบาลจงใจที่จะไม่ใส่ไว้เลยแม้แต่ประโยคเดียว นโยบายฉบับก่อนเขียนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไว้สามบรรทัดก็น้อยแล้ว ฉบับนี้ไม่เขียนถึง ทั้งที่ประชาชนคนไทย 21,000,000 เสียง ลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญ ไปพร้อมกับการเลือกท่านเข้ามาเป็นนายกจะมาเทกันกลางแดดแบบนี้ไม่ได้

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมกติกาหลักของประเทศไว้ที่ประเทศเราถดถอยจีดีพี 1.8 มา 10 ปีก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้และเมื่อ ประชาชน 60% แสดงเจตจำนงชัดเจนเห็นชอบให้มีการแก้รัฐธรรมนูญรัฐบาล มีหน้าที่ที่จะดำเนินการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็ว แล้วเหตุใดท่านจึงไม่บรรจุในนโยบายเช่นเดียวกับเรื่องนิติธรรม ที่ประชาชนจับตาดูอยู่ก็ไม่ได้บรรจุในหมวดไหนของนโยบายเลย เมื่อเป็นเช่นนี้ คดีฮั้วสว. คดีเขากระโดงก็จะถูกเป่าหายไปในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยอย่างนั้นหรือ 

“จากการแถลงนโยบายฯทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะรักษาชีวิตฝากท้องและอนาคตของประชาชนแม้แต่น้อยพูดเลยว่ารัฐบาลจัดนโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชนคำถามคือแล้วรัฐบาลนี้ตั้งมาเพื่อใคร” น.ส.นันทนา กล่าว

ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า จากการติดตามวิกฤติราคาน้ำมันในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีการขึ้นราคาน้ำมันถึง 8 ครั้ง ราคารวม 20.6 บาท ซึ่งถือว่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนกรณีน้ำมันขาดแคลนนั้น จากการตรวจสอบของตน เชื่อว่าจะมีน้ำมันหายไปกว่า 635 ล้านลิตร ในช่วง วันที่ 16-31 มี.ค.  ถือว่ามีกระบวนการปลอมน้ำมัน และโกงน้ำมัน ขณะที่นายกฯ บอกว่าพูดแล้วทำในเรื่องการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ขอให้นายกฯ ลดจำนวนผู้ช่วย สส.ลง รวมถึงยกเลิกบำนาญ สส. สว.  เพื่อนำไปจุนเจือประชาชน 

“สิ่งที่รัฐบาลทำดีผมชื่นชม แต่สิ่งที่ไม่ดี อย่าง เช่น เมื่อก่อนผมตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว พบว่ามีการโกงส่งข้าวแบบจีทูจีเก๊ ดังนั้นในครั้งนี้น้ำมันที่พบการโกง ก็ต้องเรียกว่าน้ำมันเก๊ ต้องเร่งจัดการ อะไรที่ผมแนะนำแล้วทำ ท่านจะอยู่ได้4 ปี แต่หากไม่แยแส ผมว่ารัฐบาลอาจอยู่ได้ไม่นาน” นพ.วรงค์ อภิปราย 

ขณะที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า การแต่งตั้งครม. แล้วเสร็จแล้ว พบว่ามีลูกเทพ เด็กเส้นเยอะไปหน่อย นอกจากนี้มีรัฐมนตรีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้มูลความผิดในคดีฮั้วสว. จำนวน 12 คน ซึ่งรวมถึง นายอนุทิน ซึ่งคิดเป็น  1 ใน 3 ของครม. ดังนั้นขอให้พิจารณาดูว่าผลการทำงานจะเป็นรูปแบบใด  อย่างไรก็ดี ตนขอให้รัฐบาลยึดอุดมการณ์การทำงาน คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ เสียสละ พึ่งตนเอง และร่วมมือกัน  เพื่อให้ประชาชนอยู่กันอย่างเป็นสุข และทำให้คำพูดของนายกฯ ที่บอกว่า รวยแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว จะได้เป็นของจริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top