วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
รุมจี้นายกฯสอบคนใกล้ตัว
ซัดแก๊งไอ้โม่ง
เอี่ยวทุนเทา-สแกมเมอร์
ปิดฉากถล่มนโยบายรบ.
ฝ่ายค้านรุมสับนโยบายรัฐบาลทิ้งทวน “โรม” บี้นายกฯสอบคนใกล้ตัวเอี่ยวแก๊งไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ ด้าน“กรณ์” ไม่เชื่อมั่นจะปราบทุนเทา-สแกมเมอร์หลังคนใกล้ตัวมีเอี่ยวขณะที่’จูรี‘โชว์ฝีปากเตือนอย่ามูมมามมาก ไม่อยากให้จบชีวิตแบบ’ชูชก‘
เมื่อวันที่ 10 เมษายน2569 ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาวาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา162 วันแรก (9เม.ย.)ซึ่งเริ่มตั้งแต่เวลา 08.30น.การอภิปรายเป็นไปด้วยความราบรื่น สส.พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชน(ปชน.)ได้มุ่งเน้นการอภิปรายไปที่กระทรวงแรงงานเช่นการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม การดูแลสิทธิ์สวัสดิการผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ค่าครองชีพสูง เนื่องมาจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน จึงอยากให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนอภิปรายเรื่องของการแก้ปัญหายาเสพติด ที่จะต้องครอบคลุมทุกมิติเพื่อลดปัญหาการเสพติดซ้ำ รวมไปถึงปัญหางบประมาณที่จัดสรรให้สำหรับค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือบัตรทอง ซึ่งมีการจ่ายเงิน ในอัตรา ต่ำกว่าค่ารักษาจริง เป็นต้น
ถกนโยบายวันแรกใช้ไป17.30ชั่วโมง
จากนั้นในเวลา 02.18น.นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานที่ประชุม ได้สั่งพักการประชุม และนัดหมายประชุมอีกครั้งในเวลา เวลา 08.00น.วันที่ 10เมษายน2569 ทั้งนี้ ในการแถลงนโยบายของครม.อนุทิน2 ในวันแรกใช้เวลาไปทั้งสิ้น 17.30ชั่วโมง เบื้องต้นมีในการแถลงนโยบายวันสุดท้าย กำหนดปิดเวลา 23.00น.วันที่ 10เม.ย.ตามกรอบระยะเวลาที่วิป3ฝ่ายและครม.ได้ตกลงกันไว้
‘โรม’ชี้ปราบ’ทุจริต-ทุนเทา‘ย้อนแย้ง
เวลา 08.10น.ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องด่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ลุกขึ้นอภิปรายถึงนโยบายการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา รวมถึงการทุจริต คอร์รัปชันว่า ตนไม่เชื่อมั่นการดำเนินการของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เนื่องจากย้อนแย้งกับการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน กรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ต่อความร่วมมือสแกนม่านตา ซึ่งมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีตรมว.ดีอี ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเสไอ) ดำเนินคดีและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)
เลือกตัวรมต.เหมาะสมแล้วหรือไม่
“ผมไม่รู้ว่าคดีนั้นจะรวดเร็วเหมือนคดีของพวกผมหรือไม่ แต่นายอนุทิน สั่งลงโทษนายประเสริฐ ที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมโดยให้เป็นรมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนดูเป็นตัวอย่างให้จัดการผู้ทำผิดเป็นอย่างไร การแก้ปัญหาทุจริต คอร์รัปชันเป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ไม่เกรงใจนายไชยชนก ที่ดำเนินคดีดังกล่าว ขณะที่เมื่อวานนายกฯ แถลงยึดทรัพย์เบน สมิธ คิดหรือไม่ว่ามีคนใน ครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ผมสงสัยต่อการคัดเลือกคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ให้น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรี เพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่นายประเสริฐเรื่องส่งถึงป.ป.ช.แล้ว แต่ได้เป็นรัฐมนตรีได้ ตกลงในเรื่องคดีมีปัญหากับน.ส.สุดาวรรณ หรือพ่อของน.ส.สุดาวรรณกันแน่” นายรังสิมันต์ กล่าว
ปูด’เสี่ยตือ’ค้าน้ำมันนายทุน’ภท.’
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการจับน้ำมันที่จ.อ่างทอง ซึ่งพบว่ามีเสี่ยตือเป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบว่ามีคลังน้ำมันหลายแห่ง หลายล้านลิตร แต่การดำเนินการรัฐบาลไม่จัดการ หรือจัดการอย่างยากเย็น ทั้งที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคมรู้จักดี เพราะบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100ล้านบาทมีสัญญาเงินกู้ 2ครั้ง 2สัญญา ที่สำคัญ พ.ย.2568พบบว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย 1ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่าขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุว่าเพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่
สอบ’พิพัฒน์’เอี่ยวสแกมเมอร์หรือไม่
“นายพิพัฒน์ทราบดีว่าเสี่ยตือมีธุรกิจอย่างไร ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่อย่างไร เหตุที่รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรไอ้โม่ง อาจเพราะไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาล ก็เป็นได้ ก่อนหน้านี้ที่บอกว่ามีการติดสินบนไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ทราบว่า เป็นลูกของเสี่ยตือด้วย ดังนั้นกรณีที่เป็นเครือข่ายเดียวกันมีสัมพันธ์กัน พวกเขาจึงลอยนวลพ้นผิดได้ หากนายกฯ ดูการกระทำไม่ดูชื่อ ทำไมตอนนี้เครือข่ายเสี่ยตือ ที่มีประเด็นกักตุนน้ำมัน น้ำมันเถื่อน สแกมเมอร์ถึงไม่จัดการ หากทำจริงควรดำเนินการเพื่อไม่ให้อำนาจมืดซื้ออำนาจรัฐ และนายอนุทินต้องตรวจสอบนายพิพัฒน์ว่า ไม่เกี่ยวกับน้ำมันเถื่อนหรือเรื่องทุนเทา เพื่อไม่ให้การปราบทุจริตจะได้ไม่เป็นเพียงลมปากและอย่าสร้างภาพเป็นคนดี แล้วแสวงหาประโยชน์จากวิกฤติชาติ และปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน” นายรังสิมันต์ กล่าว
ทั้งนี้ ช่วงท้ายการอภิปรายของ นายรังสิมันต์ สส.ภูมิใจไทย ลุกประท้วงเนื่องจากมีลักษณะใส่ร้าย แต่นายมงคล ยังให้ นายรังสิมันต์ อภิปรายจนจบ ซึ่งมีการอภิปรายทิ้งท้ายว่า“ไม่รู้ว่าเวลาของผมจะเหลือในสภาฯ เท่าไร แต่ผมและพรรคประชาชนไม่มีวันยอมแพ้คนที่ทำหลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม”
‘กรณ์’ซัดราคาน้ำมันเกรงใจนายทุน
ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายต่อที่ประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นวันที่สอง ถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา ว่า กับประเด็นวิกฤติพลังงาน รัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์รับมือ และจากที่ได้ติดตามเห็นว่ารัฐบาลใช้ยุทธศาสตร์เดียว คือ การซื้อเวลารอให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงมา แม้จะมีการใช้กองทุนน้ำมันชดเชย แต่ราคาหน้าสถานีบริการกลับลดลงเพียง 2บาทกว่าโดยอิงค่าการกลั่น7บาท แต่ค่าการกลั่นปัจจุบันมีราคา 12บาท ดังนั้นหากใช้สูตรการลดค่าน้ำมัน ต้องลดลง 12บาทด้วย ทุกการตัดสินใจของรัฐบาลทำให้ประชาชนสงสัยว่าแก้ปัญหาโดยเกรงใจนายทุนมากเกินกว่าความทุกข์ของประชาชน
ต้องออกสูตรคิดราคาน้ำมันเป็นธรรม
นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า เมื่อวันที่ 9เม.ย.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง บอกว่า ภาระการดูแลน้ำมันขอให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมัน หมายถึงให้ประชาชนดูแลเองฐานะผู้ใช้หนี้กองทุนน้ำมัน ขณะที่ภาษีสรรพสามิตเก็บเท่าเดิม โดยอ้างว่าอาจไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งที่รายได้จากน้ำมันไม่ได้ส่งตรงไปที่ค่ารักษาพยาบาล แต่เข้ากองกลาง ที่ตนยืนยันว่าการลดภาษีสรรพสามิตพร้อมกับลดค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่จำเป็นตนมองว่า รัฐบาลควรกำหนดสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่เป็นธรรมโดยเร็ว
ไม่เชื่อปราบทุนเทา-สแกมเมอร์ได้จริง
นายกรณ์ อภิปรายต่อถึงนโยบายปราบสแกมเมอร์ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ร่วมงานแถลงข่าว ป.ป.ช. ยึดทรัพย์เพิ่มเติมของกลุ่มสแกมเมอร์ ซึ่งการทำงานของหน่วยงานไทยที่ผ่านมาล่าช้า เมื่อเทียบกับต่างชาติ ซึ่งการทำงานที่ล่าช้านั้น พบว่าการยักย้ายทำให้การยึดอายัดทำไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนั้น นายกฯ ยึดหลักปฏิบัติการทำงานว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม คือไม่สนใจว่าใครเกี่ยวข้อง จะเดินหน้าเอาผิดตามพฤติกรรม ตนไม่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นจริง เพราะก่อนหน้านี้ อดีตรมช.คลังในรัฐบาลของนายอนุทิน1 ที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับธนาคารของกัมพูชาซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ มีความเกี่ยวข้องกับการเข้าไปซื้อหุ้นกองทุนที่เป็นของกลุ่มสแกมเมอร์ กลุ่มฟอกเงินซึ่งพบว่าถูกยึดอายัดในรอบนี้ด้วย ดังนั้นตนขอให้นายกฯ ตรวจสอบคนไทย คนใกล้ชิดของนายกฯ ที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงและเกี่ยวโยงกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ด้วย
ตั้ง’วิศิษฎ์’คุม’กลต.’เหมาะสมหรือไม่
นายกรณ์ อภิปรายต่อว่า ขณะที่การแก้ปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ ตามที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินการที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มมาจากการลงนามอัปยศกับกลุ่มทุนสแกมเมอร์และได้ส่งเรื่องเอาผิดนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดีอี ตามมาตรา 157ต่อ ป.ป.ช. ทั้งนี้พบด้วยว่าการลงนามเอ็มโอยูอัปยศนั้นมีผู้ร่วมลงนามคือ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ปัจจุบันเป็นประธานกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)ที่มีบทบาทสำคัญตรวจสอบความโปร่งใสความถูกต้องในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นขอถาม รมว.คลังว่า เหมาะสมหรือไม่ที่ตั้งบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงนามเอ็มโอยูที่เอื้อกับการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก แม้เอ็มโอยูจะถูกยกเลิกไปแล้ว นั้นเหมาะสมหรือไม่
คนเอี่ยวทุนเทาล้วนอยู่ใกล้’อนุทิน’
นายกรณ์ อภิปรายต่อว่าและในกรณีของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมร่วมกับนายเบน สมิธ กรณีซื้อเครื่องบินเจ็ทส่วนตตัวและผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ผ่านธนาคารบีไอซีของกัมพูชา ซึ่งก่อนที่จะตั้งนายสุริยะกลับมาเป็นรัฐมนตรีได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่“ผมขอให้ชี้แจงต่อสาธารณะ หากไม่ทำ ผมขอตั้งคำถามสะท้อนจริงใจ จริงจังหรือไม่ ต่อการปราบกลุ่มทุนเทา ที่นายกฯ บอกว่า พร้อมปิดตา เอาเรื่องกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนเกี่ยวข้องล้วนอยู่ใกล้ตัวและอยู่ในรัฐบาล“ นายกรณ์ กล่าว
‘ชวน’ทวงเบี้ยผู้สูงอายุ1พันขึ้นไป
นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ตนยึดหลักอมตาวาจา ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ซึ่งไม่ใช่คำขวัญของพรรคฯ แต่เป็นความจริงว่า หากโกหกหลอกลวงแล้ว ผู้อื่นรู้ ก็จะเกิดความเสียหาย และความจริง จะทำให้แก้ปัญหาบ้านเมืองได้ ส่วนปัญหาในนโยบายของรัฐบาลนั้น นโยบายของรัฐบาลทั่วไปยอมรับกันได้ แต่บางเรื่องที่เป็นความปรารถนาของประชาชน ก็ไม่มี เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ โดยเสนอให้รัฐบาลพิจารณาการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็นระดับ 1,000 บาทขึ้นไป โดยมองว่าไม่ใช่ภาระงบประมาณเกินความจำเป็น หากบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และถือเป็นการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนในระยะยาว
แนะแก้ทุจรติต้องเริ่มที่นักการเมือง
สำหรับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน นายชวน ระบุว่า การแก้ปัญหาจะเกิดผลได้จริง ต้องเริ่มจากนักการเมือง เพราะเป็นต้นทางของระบบ พร้อมเตือนว่าหากยังมีการใช้เงินซื้อเสียง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลจะลดลง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศในเวทีระหว่างประเทศส่วนสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ นายชวน เสนอให้รัฐบาลศึกษาแนวทาง“เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”อย่างลึกซึ้ง โดยเน้นว่าต้องเข้าใจที่มาของแนวพระราชดำริอย่างแท้จริง ไม่ใช่นำมาใช้เพียงในเชิงนโยบาย พร้อมย้ำว่าปัญหาความไม่สงบในอดีตส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายที่ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม
’จูรี‘กังขานายกฯมีนายทุนอยู่ในใจ
เวลา10.50น.นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนฟังนายกฯอ่านแถลงนโยบายให้สภาฯฟังจนมาถึงถ้อยคำหนึ่งที่ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตนขนลุก แหงนมองหน้าและพยายามมองใจของนายกฯว่าจริงๆ แล้วในใจของนายกฯมีประชาชนแล้วแทรกด้วยนายทุนอยู่หรือไม่ เพราะสิ่งที่นายกฯแถลง ย้อนแย้งความเป็นจริงกับที่ประชาชนประสบอยู่ เข้าใจว่านายกฯโชคดีเกิดมาเป็นเศรษฐีเลย แต่อยากให้เปิดใจมองลงมาข้างล่างเห็นคนหาเช้ากินค่ำที่ตอนนี้ลำบากมาก รายได้น้อย แต่รายจ่ายเยอะมาก สิ่งที่ถูกอยู่อย่างเดียวที่ประชาชนสามารถซื้อได้คือยาบ้าเม็ดละ10บาท หาได้ทั่วไป ซื้อง่ายกว่ายาพาราอีก ขอฝากไปยังนายกฯให้เข้าใจหน่อย สิ่งที่พยายามบริหารจัดการทั้งหมด ท่านไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุบชาวบ้าน เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้จะรวยเมื่อไหร่ ถ้าเป็นปักษ์ใต้ตอนนี้ ต้องบอกว่ารุนไม่ไหวแล้ว
อย่ามูมมามหวั่นตายแบบชูชก
นายจูรี กล่าวต่อว่า เรื่องน้ำมันที่หายไปก่อนหน้านี้ พอขึ้นราคาน้ำมันมา6บาท กลับมีน้ำมันทุกปั๊ม ทุกวันนี้น้ำมันเกือบ50บาท หาเติมได้หมดเลย เสมือนเสกน้ำมันเหล่านี้มาได้ ตนรู้สึกว่าในใจนายกฯมีแต่นายทุน เข้าใจแต่นายใจ แต่ไม่เคยเข้าใจประชาชน ขณะที่นโยบายปราบปรามยาเสพติด ที่นายกฯแถลงตอนหนึ่งจะปราบปรามบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ต้องบอกว่าจริงจังแค่ไหนแค่ไหนเรียกจริงจัง เพราะขณะนี้มันระบาดไปทุกหย่อมหญ้าจริงๆ ถ้าจริงจังจริง ต้นปีที่ผ่านมาคงไม่มีข่าว วัยรุ่นหลอนยา จับนักเรียนเป็นตัวประกันจนผอ.โรงเรียนต้องเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตนักเรียน ทั้งประเทศสดุดีความดีของผอ. แต่ครอบครัวของเขาไม่ปรารถนาคำสดุดี เขาต้องการชีวิตผอ.กลับคืนมา“ผมอยากฝากนายกฯ และครม.ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ว่า ทำอะไรหลังจากนี้ พยายามอย่าให้มูมมามมาก เพราะผมคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่บริหารจนครบเทอม ไม่อยากให้รัฐบาลมาจบชีวิตแบบเดียวกับที่ชูชกเขาจบชีวิต” นายจูรี กล่าว
ภท.ประท้วงบี้ถอน’ชูชก-มูมมาม’
ทั้งนี้ สส.พรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ ลุกขึ้นประท้วงให้นายจูรีถอนคำพูดเสียดสีคือคำว่า ทำอะไรต่อไปนี้อย่ามูมมามเดี๋ยวจะเป็นเหมือนชูชก เป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม เช่นเดียวกับนายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สส.กาญจนบุรี ประท้วงว่าคำพูดดังกล่าวส่อให้เห็นถึงกิริยาของผู้อภิปราย ทำให้สภาฯไม่สมเกียรติ ขณะที่นายโสภณ วินิจฉัยคำว่า มูมมาม ยังพอรับไหว ขอให้รัฐบาลมาชี้แจงดีกว่าทำให้นายจูรีชี้แจงว่าไปย้อนดูเทปได้ ตนพูดว่าหลังจากนี้ เสมือนเป็นคำเตือนว่า เป็นห่วงประเทศนี้ นายโสภณจึงวินิจฉัยย้ำว่า ยังพอไหว ครม.ยังพอชี้แจงได้ ขอให้ไปต่อดีกว่าจากนั้นจึงอภิรายต่อไป
ทสท.ชี้ภาคเกษตรล้มเหลว-หนี้บาน
ด้าน นายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย ลุกอภิปรายท้วงติงนโยบายด้านการเกษตรของรัฐบาลว่า แม้รัฐบาลจะแถลงให้ความหวังในการยกระดับรายได้เกษตรกรจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า ภาคเกษตรของไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตความล้มเหลวเชิงโครงสร้างอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกนาปรังที่ตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัม(กก.)ละ 5 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นถึงไร่ละ5,000บาท ทำให้ชาวนาต้องแบกรับภาระหนี้สิน จนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เปรียบเสมือนวิกฤตชีวิตของคนรากหญ้า ที่ต้องทิ้งนามาเป็นแรงงานในเมืองเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ สะท้อนภาพว่า นโยบายที่แถลงไว้สวยหรู กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ซ้ำยังมีปัญหาการบริหารจัดการน้ำและระบบชลประทานที่ไม่ทั่วถึงเป็นตัวซ้ำเติมวิกฤต เพราะเกษตรกรไทยส่วนใหญ่ยังต้องพึ่งพาน้ำฝนและขาดแหล่งน้ำต้นทุนที่มั่นคง ไม่สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเผชิญภัยแล้ง น้ำท่วม ซ้ำร้ายธุรกิจในชุมชนและร้านโชห่วยยังถูกกลืนกินโดยกลุ่มทุนใหญ่จากร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง คนชนบทไร้อาชีพ รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว มองไม่เห็นอนาคตในโครงสร้างเศรษฐกิจปัจจุบันที่บีบรัดคนตัวเล็ก
รบ.ต้องออกมาตรการด่วนช่วยเหลือ
“เพื่อให้เกษตรกรผ่านพ้นวิกฤตไปได้ ขอเสนอให้รัฐบาลนำมาตรการช่วยเหลือเดิมที่เคยได้ผลมาปรับใช้ทันที โดยเฉพาะการลดต้นทุนและสนับสนุนช่วยเหลือชาวนา (ค่าเก็บเกี่ยว) ให้เพิ่มวงเงินเป็นไร่ละ 1,000บาท สูงสุด 20ไร่ต่อครัวเรือน รวมถึงเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือค้างจ่ายจากปีที่ผ่านมาให้กับเกษตรกรอีกกว่า 150,000รายให้เสร็จสิ้น รวมถึงมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายและการรวบรวมข้าว พร้อมเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ จัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตรให้เชื่อมโยงกับความต้องการของโลกอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งหากเกษตรกรที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศไม่สามารถอยู่รอดได้ ระบบเศรษฐกิจทั้งระบบก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ฝากรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์และเกษตรฯทำงานร่วมกันให้เป็นรูปธรรมตามที่แถลงต่อสภา ไม่ใช่ให้คำมั่นสัญญา เพียงนโยบายสวยหรู แต่ทำไม่ได้จริง” นายชัชวาล กล่าว
ปชน.จี้จับโกงน้ำมันภายใน1เดือน
นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนขอให้รัฐบาลออกมายกมือไหว้ขอโทษประชาชนต่อกรณีที่เคยกล่าวโทษประชาชนว่าเป็นต้นเหตุน้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนแห่เติมน้ำมัน นอกจากนั้นแล้วให้ยกมือไหว้ขอโทษที่ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤติราคาน้ำมันและพลังงาน ที่รวมถึงค่าไฟฟ้าตามที่หาเสียงได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงเพราะมัวแต่เกรงใจนายทุน หากรัฐบาลจริงใจ ต้องจับคนโกงน้ำมันให้ได้ภายใน 1 เดือน และนอกจากนั้นแล้วต้องมีกรอบเวลากำหนดผลงานภาคปฏิบัติที่ชัดเจนว่า ภายใน 1 เดือนจะทำเรื่องใดให้สำเร็จ โดยเฉพาะเปิดโควตาขายไฟคืนรัฐ 1 ล้านครัวเรือน ภายใน 3 เดือนจะเห็นเรื่องใดที่ทำให้สำเร็จ เช่น เจรจากับภาคเอกชน ลดค่าความพร้อมจ่ายที่ประชาชนจ่ายฟรีให้โรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง หรือสมัยหน้าจะสนับสนุนการแก้ไขปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับพลังงาน หากไม่เป็นเช่นนั้น หรือทำไม่ได้ รัฐมนตรีค่อยมาลาออก หรือเดินไปจูงมือนายกรัฐมนตรี ลาออกไปจากสภาแห่งนี้” นายศุภโชติ อภิปราย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี