533.jpg
โพลจี้รบ.รื้อสูตรราคาน้ำมัน  หนุนเฉือนภาษี

โพลจี้รบ.รื้อสูตรราคาน้ำมัน หนุนเฉือนภาษี

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

โพลจี้รบ.รื้อสูตรราคาน้ำมัน

หนุนเฉือนภาษี

เชื่อช่วยประชาชนได้ทันที

เปิดลงทะเบียนอุ้มขนส่ง

รัฐบาลเปิดขั้นตอนลงทะเบียนช่วยค่าน้ำมันภาคการขนส่ง-รถรับจ้าง เริ่มลงทะเบียน 16 เมษายนนี้ รับเงินผ่านพร้อมเพย์ ด้านสวนดุสิตโพล เผยคนไทยหนุนลดราคาพลังงาน ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแก้วิกฤตได้จริง

เมื่อวันที่ 12เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งที่ 1/2569 มีมติอนุมัติงบประมาณ เพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน (ตั้งแต่ 20เมษายน–31พฤษภาคม 2569) วงเงินรวม 2,061ล้านบาท เช็กสิทธิมาตรการช่วยค่าน้ำมันขนส่ง ใครได้บ้าง ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง เช่น รถรับจ้าง รถบรรทุก รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถโดยสารสาธารณะ รถบัส รถมินิบัส รถตู้โดยสาร รถสองแถว มินิบัส รถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง รถขนส่งสินค้า


หลักเกณฑ์ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาขนส่ง 1.กลุ่มรถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะที่ใช้น้ำมัน (มาตรการดูแลค่าเดินทาง) รัฐบาลจะเข้าไปช่วยพยุงต้นทุนให้รถกว่า 180,332 คัน เพื่อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ และประชาชนได้จ่ายค่าตั๋วในราคาเดิม โดยครอบคลุมรถประเภทต่างๆ ได้แก่ รถทัวร์ บขส.และรถร่วมฯ: อุดหนุนส่วนต่างค่าโดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์ (6–19 เมษายน) การันตีตั๋วราคาเดิม เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างสบายใจ รถตู้ รถมินิบัส และรถสองแถว (ใน กทม.): รับเงินอุดหนุน 5,040 บาท/คัน รถตู้และรถมินิบัส (ระหว่างจังหวัด): รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 700 บาท/วัน/คัน (โดยจะมีการตรวจสอบระยะวิ่งจริงผ่านแอปพลิเคชั่น) รถรับจ้างไม่ประจำทาง (เช่น รถนำเที่ยว, รถรับส่งพนักงาน): รับเงินอุดหนุน 5,040–7,000 บาท/คัน รถแท็กซี่: รับเงินอุดหนุน 5,040บาท/คัน จักรยานยนต์สาธารณะ (มอเตอร์ไซค์รับจ้าง): รับเงินอุดหนุน 840 บาท/คัน

2.กลุ่มรถบรรทุกสินค้า (มาตรการตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค) เพื่อเป็นการตัดวงจรไม่ให้ต้นทุนค่าขนส่งถูกผลักภาระไปบวกเพิ่มในราคาสินค้าตามท้องตลาด นอกจากนั้นกระทรวงคมนาคมจะเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระค่าขนส่งให้กับกลุ่มรถบรรทุกกว่า 287,175 คัน แบ่งเป็น รถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS: รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 6,000 บาท/คัน (ตรวจสอบระยะวิ่งจริงผ่านแอปพลิเคชัน) รถบรรทุกที่ไม่ได้ติดตั้ง GPS: รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท/คัน สำหรับผู้ประกอบการและผู้ขับรถที่เข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ เตรียมตัวลงทะเบียนรับสิทธิ ระหว่างวันที่ 16-19เมษายน2569 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีระยะเวลาการช่วยเหลือครอบคลุม 42 วันเต็ม (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน-31พฤษภาคม 2569) โดยรับเงินช่วยเหลือผ่านระบบ PromptPay

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจะออกประกาศหลักเกณฑ์ รวมถึงเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือได้ตรวจสอบและลงทะเบียนต่อไป โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิระหว่างวันที่ 16–19 เมษายน 2569 ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีระยะเวลาการช่วยเหลือครอบคลุม 42 วันเต็ม (ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน–31 พฤษภาคม 2569) ทั้งนี้ ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูล รายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก (www.dlt.go.th) รวมถึง FacebookPageกรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News

วันเดียวกัน ‘สวนดุสิตโพล’มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,266 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 7-10 เมษายน 2569 พบว่าจาก 3 แนวทางที่นายกรัฐมนตรีแถลง กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยกับแนวทางปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้ามากที่สุด ร้อยละ 72.27 โดยคาดหวังว่าจาก 3 แนวทางนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานได้สำเร็จ ร้อยละ 34.36 (ไม่แน่ใจ ร้อยละ 32.23) และอยากให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องลดภาษีน้ำมัน ภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม ร้อยละ 76.07

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนตุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนความหวังของประชาชนต่อรัฐบาลอนุทิน 2ที่ต้องการเห็นประเทศฝ่าวิกฤตพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพในทันทีและมีมาตรการระยะสั้นที่จับต้องได้มากกว่านโยบายเชิงหลักการหรือความเห็นทั่วไปที่อาจสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนสะท้อนว่าการสื่อสารและการแก้ปัญหาของรัฐบาลต้องชัดเจน ตรงจุด และตอบโจทย์สถานการณ์จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

ด้าน ผศ.ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางรัฐบาลในการ “ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน” เพราะมองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า ขณะเดียวกันระดับความเชื่อมั่นต่อมาตรการทั้ง 3 แนวทางว่าจะแก้วิกฤตได้จริงยังอยู่ในระดับปานกลาง และมีสัดส่วน “ไม่แน่ใจ” สูง สื่อถึงทุนทางความไว้วางใจที่ยังจำกัด

อย่างไรก็ตาม ความต้องการให้ “ลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม” ในสัดส่วนสูงมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความสำคัญกับมาตรการบรรเทาผลกระทบระยะสั้นที่เห็นผลได้ทันที ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ในมุมของการบริหารภาครัฐจึงเป็นโจทย์ใหญ่ในการผสานระหว่างการตอบสนองความเดือดร้อนของประชาชนกับการรักษาวินัยการคลังและความยั่งยืนเชิงนโยบายของรัฐ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top