วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569
เตือนรบ.รับมือวิกฤตนํ้ามัน
วุฒิสภาตามบี้
จี้เร่งหาก๊าซธรรมชาติเพิ่ม
เชื้อเพลิง-ค่าไฟพุ่งขึ้นแน่
ฟันธงสู้รบตอ.กลางยืดเยื้อ
“พรเพิ่ม”ประธานกมธ.พลังงาน วุฒิสภา เตือนรัฐบาล เร่งหา“ก๊าซธรรมชาติ” เพิ่มหวั่นหลังสงกรานต์ค่าไฟฟ้าพุ่ง “สีหศักดิ์”ถกรมต.อาเซียน เกาะติดตะวันออกกลาง หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว ‘ศิริกัญญา’บี้รัฐบาลทบทวนเติมเงินบัตรสวัสดิการ ค้าน’คนละครึ่งพลัส’ชี้ไม่ใช้เวลากระตุ้นเศรษฐกิจ ย้ำต้องเยียวยาค่าครองชีพ ‘ณัฐชา’ บี้ ‘พิพัฒน์’ แจงปม“ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน”จี้รัฐบาลเร่งคลี่คลายความรู้สึกประชาชน
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดที่สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมเรือที่เข้า-ออกช่องแคบฮอร์มุซว่า เท่าที่ทราบจากข่าวคือปิดเพื่อที่จะกวาดทุ่นระเบิด เพราะฉะนั้น หลังจากกวาดทุ่นระเบิดเสร็จแล้วสหรัฐ อาจจะปิดต่อ แต่ว่าเปิดให้เรือผ่านได้ ไม่ได้ปิดเลย ซึ่งประเทศไทยเองตอนนี้เราต้องทางออก ติดต่อขอซื้อพลังงานจากที่อื่น เคยเห็นว่าจะซื้อจากรัสเซีย แต่มาตอนหลัง มีการระบุว่าน้ำมันจากรัสเซียนำมากลั่นเมืองไทยไม่ได้ สิ่งสำคัญ คือ ปัญหาเรื่องก๊าซธรรมชาติ ถ้าไม่ได้มา เราจะทำอย่างไร หากล่าช้า ค่าไฟจะต้องขึ้นอย่างเร็ว เรื่องก๊าซ เห็นคุยว่าตกลงจะพยายามจะซื้อจากสหรัฐเพิ่มเติม แต่ก็ไม่เห็นข่าวอะไรเพิ่มมากขึ้นอีก
ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยหลังสงกรานต์ นายพรเพิ่ม กล่าวว่า น้ำมันอาจยังมีพอพยุงไปจนกว่าจะหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ได้เพิ่มเติม หวังว่าถ้าสหรัฐปิดช่องแคบแล้วกวาดทุ่นระเบิดหมด ก็อาจจะเอาเรือส่วนที่เหลือปล่อยออกมาได้ อาจจะคลี่คลายลงได้อีกมาก
นายพรเพิ่มยังกล่าวย้ำว่าหลังจากรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แถงนโยบายต่อรัฐสภา อยากเห็นการปัดฝุ่นเช่นโรงไฟฟ้าที่ใช้ชีวมวล เอามาใช้อย่างเต็มที่ รวมทั้งโรงไฟฟ้าขยะ และที่สำคัญรัฐบาลต้องตัดสินใจแล้วว่าเราจะต้องเอาโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก(SMR)พลังงานทางเลือกที่มีระบบความปลอดภัยสูง สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ามา พอเราตัดสินใจก็ไปสั่งซื้อ ซึ่งการสั่งซื้อมันใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี กว่าจะได้มา เพราะฉะนั้น เราตัดสินใจตอนนี้ แข่งกับคนอื่น
“สีหศักดิ์”ถกรมต.อาเซียนเกาะติดสู้รบ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ครั้งที่ 2 (The Second Special ASEAN Foreign Ministers’ Meeting on the Situation in the Middle East) ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธาน
โดยที่ประชุมหารือถึงพัฒนาการในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยเฉพาะการหยุดยิงชั่วคราวและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าการใช้วิธีการทางการทูตเพื่อหาข้อยุติต่อความขัดแย้งอย่างถาวรพร้อมย้ำความสำคัญของการรักษาความมั่นคงทางทะเล ความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรประจำเรือและที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งและการธำรงไว้ซึ่งเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล เหนือช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
หวั่นวิกฤตพลังงานระยะยาว
และที่ประชุมยังหารือแนวทางการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบในมิติต่าง ๆ จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยใช้ประโยชน์จากการส่งเสริมกลไกอาเซียนที่มีอยู่ ได้แก่ (1) ด้านพลังงาน ผ่านการเร่งรัดกระบวนการให้สัตยาบันต่อความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม (ASEAN Petroleum Security Agreement) และการมุ่งพัฒนาโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) และโครงการเชื่อมโยงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน (Trans-ASEAN Gas Pipeline: TAGP) เพื่อสามารถใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ได้โดยเร็ว รวมไปถึงการขับเคลื่อนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพื่อเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงชีวภาพ และ (2) ด้านอาหาร ผ่านการขยายขอบเขตกลไกความตกลงสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve) ให้ครอบคลุมสินค้าอาหารจำเป็นอื่น ๆ และการส่งเสริมความร่วมมือตลอดห่วงโซ่การผลิตอาหารทั้งหมด
‘ศิริกัญญา’ผิดหวังมาตรารัฐบาล
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการเยียวยาและการช่วยเหลือประชาชนว่าสำหรับมาตรการที่จะเข้ามาช่วยเหลือ หลังจากคณะรัฐมนตรีที่เพิ่งประชุมนัดพิเศษไปซึ่งมาตรการที่ออกมายังจำกัดจำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชน ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ เช่น คนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีการเพิ่มเติมเงินเข้าบัตรเพียง 100บาท ซึ่งไม่รู้ว่าคำนวณจากอะไร แต่หากเทียบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนการใช้น้ำมันของผู้มีรายได้น้อยรวมถึงราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นก็ถือว่าไม่ได้สัดส่วนเป็นอย่างยิ่ง ถ้าจะมีอะไรที่ดูเหมือนมีความหวังคงเป็นการช่วยเหลือภาคขนส่งทั้งการอุดหนุนราคาน้ำมันสำหรับรถบรรทุก รถโดยสารขนาดเล็กหรือวินมอเตอร์ไซค์และไรเดอร์ซึ่งน่าจะบรรเทาและชะลอการขึ้นราคาค่าโดยสารได้อีกสักระยะหนึ่ง
“แต่ก็น่าผิดหวังที่ทางรัฐบาลมีการอนุมัติงบกลางไปถึง 7,700ล้านบาท แต่เป็นมาตรการสำหรับการช่วยเหลือค่าครองชีพเฉพาะหน้า เพียงแค่ 3,000ล้านบาทเท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือเป็นการอนุมัติการเพื่อแก้ไขปัญหาภายในรัฐบาลเอง ที่มีการตั้งงบประมาณวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไว้ไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอแม้แต่จะจ่าย 300 บาทปกติ ไม่เพียงพอ แม้แต่จะอุดหนุนค่าโดยสารตามปกติด้วยซ้ำไป ดังนั้นความเดือดร้อนของประชาชนน้ำมันที่ขึ้นราคา แล้วมีการอนุมัติงบเพียงแค่ 3,000 ล้านในรอบนี้ถือว่าไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อน”น.ส.ศิริกัญญาย้ำ และว่าโครงการคนละครึ่งพลัสไม่ใช่เวลากระตุ้นเศรษฐกิจ
หลังสงกรานต์สินค้าแห่ขึ้นราคา
ส่วนหลังสงกรานต์วิกฤตเศรษฐกิจจะยิ่งหนักขึ้นมองเรื่องนี้อย่างไรบ้างน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าคิดว่าวิกฤตจะยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น ช่วง 2-3วันที่ผ่านมา มีความไม่แน่นอนสูงมาก ปัญหาในตะวันออกกลาง การเจรจาไม่ลุล่วงผู้นำทั้งสองฝ่ายยังคงเล่นสงครามน้ำลายกันอยู่ ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นว่าสงครามจะจบลงได้ในเวลาอันใกล้เลย ดังนั้น สงครามก็จะอยู่กับเราไปอีกสักพักหนึ่ง ราคาน้ำมันก็จะสูงไปแบบนี้อีกระยะหนึ่งและจะส่งผลถึงราคาสินค้าอื่นๆด้วย ตอนนี้เริ่มเรียงแถวพาเหรดขึ้นราคากัน ถ้วนหน้าแล้วเพราะผู้ประกอบการเองก็อั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ
“ณัฐชา”จี้”พิพัฒน์”เปิดปาก”ไอ้โม่ง”
วันเดียวกัน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคมยังไม่ออกมาชี้แจงหลังถูกอภิปรายกรณีน้ำมันว่าสถานการณ์สงกรานต์ในช่วงนี้ ระยะทางของประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน แวะเติมปั๊มน้ำมันครั้งใดก็นึกถึงหน้านายพิพัฒน์ ซึ่งตลอดระยะเวลาการแถลงนโยบาย ที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาพูดถึงเรื่องไอ้โม่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น แล้วทำไม และทำให้น้ำมันขาดแคลน ก็ไม่ได้รับการชี้แจงว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร และจะเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกพาดพิงและถูกกล่าวหาคือนายพิพัฒน์ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลเรื่องนี้เราอยากฟังเสียงนายพิพัฒน์ ว่า จะมีวิธีการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร พร้อมแก้ไขสถานการณ์ในช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนใช้น้ำมันในการเดินทางกลับบ้านมากที่สุดอย่างไร
“ออกมาเถอะครับวันนี้ มาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนอย่าฉวยโอกาสจังหวะเทศกาลเหล่านี้ ที่พี่น้องประชาชนมีความสุข และตีมึนสถานการณ์คลุมเครือและไม่แก้ปัญหา คุณต้องออกมาขีดเส้นให้ชัด ว่าไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน กับคนที่ไปปราบปรามไอ้โม่ ไม่ใช่พวกเดียวกัน ถ้าคุณยิ่งเงียบประชาชน จะเข้าใจได้ว่าไอ้โม่งกับรัฐบาลคือคนเดียวกัน”นายณัฐชากล่าว
จี้รบ.เร่งคลี่คลายความรู้สึกปชช.
นายณัฐชายังกล่าวว่านายรังสิมันต์ มีการเปิดหลักฐานชัดกลางสภาว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง คนที่ถูกเอ่ยชื่อไปในการอภิปราย หรือ คนที่สุดจับตามองอยู่ขณะนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมัน ซึ่งนายพิพัฒน์ต้องออกมาพูดให้ชัด ส่วนที่มีการโยงไปถึงเรื่องความสัมพันธ์ กับการกู้ยืมเงินและความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่างๆมีหรือไม่มีต้องตอบสังคมให้ได้ ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน หรือมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ว่าเขาไปกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแบบนี้ ซึ่งนายรังสิมันต์พูดถึงขนาดว่าคลังน้ำมันว่าอยู่จุดใด แล้วคลังน้ำมันนี้มีการเก็บน้ำมันในช่วงขาดแคลนน้ำมันจริงหรือไม่ หลังจากนั้นเมื่อน้ำมันราคาขึ้นได้นำน้ำมันออกจากคลัง และเจ้าของน้ำมันนี้นายพิพัฒน์รู้จัก นายพิพัฒน์จะใช้สถานการณ์ช่วงเทศกาลมาใช้ทำให้ความจริงเรื่องนี้ไม่ปรากฏและเงียบลงตนคิดว่าไม่ยุติธรรมต่อประชาชน
“อยากให้นายกรัฐมนตรีกำชับรัฐมนตรีที่บอกว่าใช้คนเก่ง ใช้คนเป็น และสามารถบริหารงานได้อย่างแม่นยำ อยากให้บริหารสถานการณ์ความรู้สึกของประชาชนให้คลี่คลายเป็นของขวัญปีใหม่ไทย”นายณัฐชา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี